
ส่ง‘โอฬาร’ช่วย‘บุญทรง’ดันส่งออก
หลังยอด4เดือนติดลบ3.8%-ตั้ง9คณะทำงานลุยแก้ปัญหาหวังสิ้นปีโตตามเป้าที่15%
หลังยอด4เดือนติดลบ3.8%-ตั้ง9คณะทำงานลุยแก้ปัญหาหวังสิ้นปีโตตามเป้าที่15%
“ยิ่งลักษณ์” ห่วงส่งออกแย่ ส่ง “โอฬาร” ช่วยพาณิชย์ แก้วิกฤต ตั้ง 9 คณะทำงาน สู้ 30 ปัญหา หวังกระตุ้นส่งออก
รายงานข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ แจ้งว่า นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รมว.พาณิชย์ ได้เป็นประธาน ประชุมสถานการณ์ปัญหา อุปสรรค และมาตรการช่วยเหลือธุรกิจส่งออก ร่วมกับผู้ประกอบการอุตสาหกรรม 24 กลุ่ม และผู้แทนการค้าไทย ซึ่งในที่ประชุมมีนายโอฬาร ไชยประวัติ ประธานผู้แทนการค้าไทยและที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี เข้าร่วมด้วย โดยนายโอฬาร จะเข้ามาช่วยดูแลแก้ปัญหาส่งออก เนื่องจากนายกฯ มีความเป็นห่วงยอดการส่งออก 4 เดือนที่ผ่านมาที่ติดลบถึง 3.8% และต้องการให้กลับมาเป็นบวกโดยเร็วที่สุด
ทั้งนี้ จะมีการตั้งคณะทำงาน 9 ชุด เพื่อจัดการกับกลุ่มปัญหาที่มีการจัดเป็นหมวดหมู่ โดยมีรัฐมนตรีจากหลายกระทรวงเข้ามาเกี่ยวข้องเป็นเจ้าภาพในการแก้ปัญหาทำงานร่วมกัน เพราะในการประชุมร่วมกับภาคเอกชน มีการเสนอปัญหามากกว่า 30 เรื่อง อาทิ ปัญหาค่าเงินบาท การชดเชยภาษีนิติบุคคล
นายบุญทรง กล่าวว่า จะนำผลสรุปแนวทางการแก้ไขปัญหาการส่งออกแต่ละกลุ่มสินค้า ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม คือ 1.กลุ่มแก้ไขได้ทันที โดยใช้อำนาจของ รมว.พาณิชย์ ข้าราชการ และหน่วย งานที่เกี่ยวข้อง 2.กลุ่มที่ต้องปรับกฎระเบียบเงื่อนไขการส่งออก และ 3.กลุ่มที่ต้องใช้ระยะเวลาดำเนินการ เช่น การจัดตั้งศูนย์พัฒนาสินค้า พร้อมกับมาตรการที่กระทรวงพาณิชย์จัดทำขึ้นเพื่อช่วยเหลือผู้ส่งออกเสนอต่อ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในวันที่ 11 มิ.ย.นี้
นอกจากนี้ จะแจ้งผลการประชุมให้อุตสาหกรรมทุกกลุ่มทราบถึงเป้าหมายการทำงานของกระทรวง โดยยังยืนยันเป้าหมายการส่งออกภาพรวมปี 2555 ไว้ที่ 15% ซึ่งทางผู้ส่งออกหลายอุตสาหกรรมก็ยืนยันว่าจะผลักดันการส่งออกของกลุ่มตนเองให้ได้ตามเป้าหมาย เช่น กลุ่มยานยนต์และชิ้นส่วน ยืนยันว่าจะส่งออกรถตามแผนปีนี้ได้ 1 ล้านคัน หรือเพิ่ม 36% รวมทั้งกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องใช้ไฟฟ้า และกลุ่มอาหาร
ขณะที่บางอุตสาหกรรมก็ยอมรับว่ามีอุปสรรคต่อการส่งออก เนื่องจากกำลังซื้อหลายประเทศถดถอย แต่ได้ขอให้อุตสาหกรรมอื่นที่สามารถเติบโตได้ ให้เร่งผลักดันแบบก้าวกระโดด ซึ่งจะช่วยการส่งออกในภาพรวม ส่วนมาตรการที่ผู้ส่งออกส่วนใหญ่ต้องการให้รัฐช่วยเหลือมีหลายรูปแบบ เช่น การหาตลาดใหม่ การผลักดันให้เงินบาทอ่อนค่าลง การช่วยเรื่องต้นทุนดอกเบี้ย การแก้ไขปัญหาขาดแคลนแรงงาน และขอให้เปิดท่าเรือเพื่อขนส่งสินค้าตลอด 24 ชั่วโมง
สำหรับงบประมาณเพื่อผลักดันการส่งออกให้ได้ตามแผนนั้น ขณะนี้ยังใช้งบประมาณของกรมและเงินจากกองทุนส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ หากไม่เพียงพอก็อาจของบพิเศษเพิ่มเติม
นายไพบูลย์ พลสุวรรณา ประธาน สภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ต้องการให้รัฐบาลแยกปัญหาการเมืองออกจากชัดเจน เพื่อไม่ให้กระทบต่อการส่งออก ส่วนการส่งออกจะโต 15% นั้นโอกาสคงทำได้ยาก เพราะแต่ละประเทศต่างแข่งขันกันอย่างหนัก







