posttoday
แนะสะสมหุ้นเดินเรือ

แนะสะสมหุ้นเดินเรือ

12 มีนาคม 2553

นักวิเคราะห์ยังคงแนะนำซื้อหุ้นกลุ่มเดินเรืออย่างต่อเนื่องตามฤดูกาลที่ราคาพุ่งสูงสุด พ.ค. และ พ.ย. และไตรมาสแรกของทุกปี

บล.พัฒนสิน คงคำแนะนำซื้อสะสม (Accumulate Buy) เนื่องจากประการแรก ผลกระทบฤดูกาล โดยจุดสูงสุดจะอยู่ในช่วงเดือน พ.ค. (ไตรมาส 2 จากการส่งมอบสินแร่เหล็กก่อนปรับราคาใหม่) และ พ.ย. (จากการส่งมอบสินค้าเกษตร ถ่านหิน ก่อนช่วงฤดูหนาว) และต่ำสุดในช่วง ไตรมาส 3 รองลงมาคือ ไตรมาสแรกของทุกปี (การขนส่งชะลอตัว)

ประการที่สอง แนวโน้มการค้าระหว่างประเทศที่ปรับตัวดีขึ้น ขณะที่การต่อเรือคาดว่าจะต่ำกว่าคาดการณ์ของตลาด หลังจากคำสั่งต่อเรือใหม่ถูกเลื่อนออกไป

โนมูระ คาดค่าระวางเรือเฉลี่ย Baltic Dry Index ปีนี้อยู่ที่ 4,000 จุด เพิ่มขึ้นจากปี 2552 ที่เฉลี่ย 2916 และบล.พัฒนสิน พบว่า ราคาหุ้นบริษัท โทรีเซนไทยเอเยนต์ซีส์ (TTA) บริษัท พรีเชียสชิพปิ้ง (PSL) มีการลดลงมาก เมื่อเทียบกับดัชนี Baltic Dry Index โดยในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา มีความสัมพันธ์ในทางเดียวกัน สูงถึง 68% และ 70% และรอบ 5 ปีที่ผ่านมา มีความสัมพันธ์ในทางเดียวกัน 85% และ 74% ตามลำดับ

“เราเลือกหุ้น TTA เป็นหุ้น ที่แนะนำให้เลือกลงทุนสูงสุดเพราะคาดว่า TTA จะรายงานกำไรที่ดีขึ้นในช่วงไตรมาส 2ไตรมาส 4 ปี 2553 เทียบกับไตรมาสแรก ปี 2553 ที่ขาดทุนสุทธิ 65 ล้านบาท พิจารณาจากสัญญาระยะยาวสิ้นสุดปี 2553 ที่มีสัดส่วนเพียง 30% ของกำลังกองเรือที่ TC Rate เฉลี่ยประมาณ 14,000 เหรียญสหรัฐ/ลำ/วัน ส่วนสัญญาระยะยาวสิ้นสุดปี 2554 มีสัดส่วน 8% ของกำลังกองเรือที่ TC Rate เฉลี่ย 19,000 เหรียญสหรัฐ/ลำ/วัน

ส่วน PSL แนะนำ เก็งกำไร (ราคาพื้นฐาน 21.30 บาท ให้น้ำหนักลงทุนเท่าตลาด) เนื่องจากผลการดำเนินงานปีนี้ คาดว่าจะลดลง 51.52% เป็น 1,470 ล้านบาท จาก 3,040 ล้านบาท ปันผลจ่าย 0.71 บาท อัตราผลตอบแทนปันผล3.7% จากจำนวนกองเรือเฉลี่ยที่ลดลงเหลือ 33 ลำจากเดิม 44 ลำ และ TC rate ลดลง 18% จากปี 2552 เป็น 13,459 เหรียญสหรัฐ/ลำ/วัน

ด้านบล.เคจีไอ (ประเทศไทย) แนะนำเก็งกำไรระยะสั้นกลุ่มเรือเทกอง หลังจากช่วงตรุษจีน ดัชนีค่าระวางเรือ BDI มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นจากระดับ 2,500 จุด จนเกินระดับ 3,000 จุดไปแล้ว ซึ่งนอกเหนือจากการขนส่งสินค้าเทกองที่กลับมาคึกคัก หลังผ่านพ้นวันหยุดยาว ปัจจัยที่ช่วยสนับสนุนการขนแร่เหล็กมาจากความคาดหวังของตลาดว่าระดับราคาแร่เหล็กตามสัญญาประจำปีในปี 2553 จะปรับตัวเพิ่มขึ้นมาก

ล่าสุดระดับราคาแร่เหล็กในตลาด spot ปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็น 138 เหรียญสหรัฐ/ตัน เพิ่มขึ้น 19.2% จากระดับสิ้นปี 2552 เนื่องจากตลาดคาดการณ์ว่าระดับราคาแร่เหล็กตามสัญญาประจำปีในปี 2553 จะปรับตัวเพิ่มขึ้นเกินกว่า 40.0% จากปีก่อน (โดยกำหนดสิ้นสุดของการเจรจาราคาแร่เหล็กอยู่ภายในเดือน มี.ค.) สนับสนุนโดยความต้องการทั่วโลกที่ฟื้นตัวท่ามกลางการผลิตที่ตึงตัว ซึ่งในอดีตเมื่อตลาดคาดว่าระดับราคาแร่เหล็กจะปรับตัวเพิ่มขึ้น ผู้นำเข้ามักจะเร่งเก็งการขนแร่เหล็กเพื่อเก็งกำไรในกรณีที่ราคาแร่เหล็กปรับตัวเพิ่มขึ้น ซึ่งเรื่องดังกล่าวจะช่วยเสริมความต้องการขนสินค้าเทกองและค่าระวางเรือเทกองในช่วงเวลาดังกล่าวอีกด้วย ดังนั้น จึงมองเห็นถึงโอกาสในการเข้าเก็งกำไรกลุ่มเรือเทกองในระยะสั้น ยังคงแนะนำ น้ำหนักลงทุนเท่ากับตลาด กลุ่มเรือเทกอง โดยมี TTA เป็นหุ้นเด่น

ด้านบล.เอเซีย พลัส แนะนำซื้อหุ้นในกลุ่มเรือเทกองทั้ง TTA, PSL ที่ราคาหุ้นมีความสัมพันธ์ในทิศทางเดียวกันกับ BDI ในระดับสูงกว่า 85% กล่าวคือ หากดัชนี BDI ปรับขึ้น หุ้นกลุ่มเรือดังกล่าวจะวิ่งขึ้นตามในทิศทางเดียวกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง TTA ที่ได้ประโยชน์สูงสุดจากดัชนี BDI ขาขึ้น ขณะเดียวกันสำหรับหุ้นเรือคอนเทนเนอร์อย่าง บริษัท อาร์ซีแอล (RCL) ฝ่ายวิจัยบล.เอเซีย พลัส ก็เชื่อว่าผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วเช่นกัน โดยคาดหมายว่าธุรกิจเดินเรือตู้คอนเทนเนอร์กำลังค่อยๆ ฟื้นตัวในงวดครึ่งแรกปี 2553 ตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในอาเซียน สะท้อนจากที่ ดัชนี Howe Robinson Index ซึ่งเป็นตัวแทนของดัชนีค่าระวางเรือคอนเทนเนอร์ ยังคงปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 7

ทั้งนี้ คาดว่า RCL จะเริ่มกลับมามีกำไรได้ในงวดไตรมาส 3 ปี 2553 อีกทั้งยังได้รับประโยชน์จากการเปิดเขตการค้าเสรีอาเซียนซึ่งให้ลดภาษีการค้ากันเหลือ 0% มีผลตั้งแต่ ต้นปี 2553 เนื่องจากธุรกรรมของ RCL กระจุกอยู่ในอาเซียนถึง 80% ของปริมาณธุรกรรมรวม

ฝ่ายวิจัยบล.เอเซีย พลัส แนะนำซื้อหุ้นกลุ่มเดินเรือโดยมี TTA, PSL, RCL เป็นหุ้นที่แนะนำให้เลือกลงทุนสูงสุด

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ