
แนะถึงเวลาสะสมแบงก์ใหญ่
คาดสินเชื่อปีนี้โตเกินคาดหมาย เฮโลซื้อคืนหลังชอร์ตกว่า5พันล.โบรกเกอร์แนะเก็บหุ้นธนาคารพาณิชย์ ชี้สินเชื่อไตรมาส 2 โตดีดันทั้งปีขยายตัว 14% ผสมแรงซื้อหุ้นคืนหลังถูกขายชอร์ตหนัก
คาดสินเชื่อปีนี้โตเกินคาดหมาย เฮโลซื้อคืนหลังชอร์ตกว่า5พันล.โบรกเกอร์แนะเก็บหุ้นธนาคารพาณิชย์ ชี้สินเชื่อไตรมาส 2 โตดีดันทั้งปีขยายตัว 14% ผสมแรงซื้อหุ้นคืนหลังถูกขายชอร์ตหนัก
เมื่อวันที่ 7 มิ.ย.ที่ผ่านมา นักลงทุนได้กลับมาซื้อคืนหุ้นธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่อย่างชัดเจน โดยเฉพาะหุ้นธนาคารกสิกรไทย (KBANK) ราคาหุ้นขึ้นมาปิดที่ 149.50 บาท เพิ่มขึ้น 3.50 บาท มูลค่าซื้อขาย 1,094.79 ล้านบาท ธนาคารกรุงเทพ (BBL) ปิด 176 บาท เพิ่มขึ้น 4 บาท มูลค่า 885.72 ล้านบาท และธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) ปิด 135.50 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท มูลค่า 878.25 ล้านบาท
นักวิเคราะห์จาก บล.โนมูระ พัฒนสิน กล่าวว่า ช่วงนี้เริ่มเห็นแรงซื้อคืนในหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์โดยเฉพาะหุ้น BBL KBANK และ SCB หลังจากช่วงต้นเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา หุ้นกลุ่มนี้ได้ถูกยืมไปขายล่วงหน้า (ชอร์ต) หนัก ซึ่งแรงซื้อคืนเกิดขึ้นหลังจากนักลงทุนคาดหวังว่าธนาคารกลางสหรัฐอเมริกา (เฟด) และธนาคารกลางยุโรปจะมีการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและแก้ปัญหาธนาคาร
ทั้งนี้ ตั้งแต่ต้นเดือน พ.ค.ถึงวันที่ 6 มิ.ย. นักลงทุนชอร์ตหุ้น KBANK มูลค่า 2,004.21 ล้านบาท ชอร์ตหุ้น SCB มูลค่า 1,628.94 ล้านบาท และ BBL มูลค่า 1,523.06 ล้านบาท รวม 3 ธนาคารกว่า 5,156 ล้านบาท
ฝ่ายวิจัย บล.เอเซีย พลัส ยังคงให้น้ำหนักการลงทุนหุ้นธนาคารพาณิชย์เท่าตลาด เพราะยังมีความกังวลจากปัจจัยภายนอกประเทศ แต่ที่ผ่านมาราคาหุ้นธนาคารโดยเฉพาะ BBL SCB และ KBANK ปรับตัวลดลงประมาณ 11% ซึ่งลงแรงกว่าตลาดที่ลดลงประมาณ 7% ดังนั้นจึงมองว่าจะเป็นโอกาสทองในการสะสมหุ้นเหล่านี้
นอกจากนี้ คาดว่าแนวโน้มระบบธนาคารพาณิชย์ในไตรมาส 2 น่าจะยังมีทิศทางที่ดี โดยเฉพาะการขยายตัวของสินเชื่อที่จะเติบโตดีจากความต้องการเกินความคาดหมายทำให้ในช่วงครึ่งปีหลังสินเชื่อจะทำสถิติสูงสุดได้ คาดรวมทั้งปีเติบโตถึง 14% เกิดคาดหมายเดิมที่คาดว่าจะขยายตัว 12%
“สินเชื่อช่วงไตรมาส 2 ยังคงสดใส แม้ช่วงเดือน เม.ย. จะชะลอตัวไปบ้าง เนื่องจากวันหยุดยาวเทศกาลสงกรานต์ แต่ช่วงเดือน พ.ค.เป็นต้นมา ความต้องการสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ และขนาดกลางและเล็ก (SME) มีแนวโน้มสดใส ตามแผนการขยายธุรกิจและลงทุนต่างประเทศ เพื่อเตรียมตัวรองรับก่อนการเปิดเสรีอาเซียนปี 2558”
ด้านนักวิเคราะห์ บล.เกียรตินาคินยังคงแนะนำให้ลงทุนในหุ้นธนาคารขนาดใหญ่เลือก SCB และ KBANK เพราะความต้องการสินเชื่อของธุรกิจขนาดใหญ่ยังมีอยู่มาก และธนาคารขนาดใหญ่สามารถที่จะรองรับความต้องการสินเชื่อขนาดใหญ่ได้ดีกว่าธนาคารขนาดเล็ก เพราะมีความแข็งแกร่งทางด้านการเงิน
นอกจากทั้ง 2 ธนาคารยังมีโครงสร้างรายได้ที่ดี โดยรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยมีสัดส่วนมากขึ้น ในไตรมาสแรก KBANK มีสัดส่วนอยู่ที่ 48% ส่วน SCB มีอยู่ 53%
นายกวี ชูกิจเกษม ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บล.กสิกรไทย กล่าวว่า แนวโน้มผลดำเนินงานของกลุ่มธนาคารในไตรมาส 2 น่าจะดีเพราะสินเชื่อมีการขยายตัวดี
บล.ทิสโก้ แนะนำซื้อหุ้นธนาคารกรุงศรีอยุธยา (BAY) เพราะราคายังเด้งน้อย และสินเชื่อเดือน เม.ย. ยังขยายตัวแข็งแกร่งกว่าคู่แข่ง เนื่องจากมีการปล่อยสินเชื่อรายย่อยและ SME ที่สูง คาดสินเชื่อไตรมาส 2 จะโตจากไตรมาสแรก และยังคงเป้าสินเชื่อโตปีนี้ที่ 11% รวมทั้งยังเปิดกว้างการซื้อกิจการ ให้มูลค่าเหมาะสม 32 บาท







