posttoday
ถกมักกะสันงบ3แสนล.

ถกมักกะสันงบ3แสนล.

08 มิถุนายน 2555

รถไฟฯ เล็งเสนอแผนมักกะสันคอมเพล็กซ์เต็มรูปแบบ 3 แสนล้าน เข้าบอร์ดวันนี้ แบ่ง 4 เฟส ชง 3 แนวทางลงทุน

รถไฟฯ เล็งเสนอแผนมักกะสันคอมเพล็กซ์เต็มรูปแบบ 3 แสนล้าน เข้าบอร์ดวันนี้ แบ่ง 4 เฟส ชง 3 แนวทางลงทุน

แหล่งข่าวจากกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ขณะนี้การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ได้ส่งรายงานผลการศึกษาความเหมาะสมออกแบบเบื้องต้น โครงการพัฒนาพื้นที่ย่านโรงงานมักกะสัน หรือมักกะสันคอมเพล็กซ์ให้กระทรวงคมนาคมรับทราบเพื่อเสนอให้ ครม.พิจารณาแล้ว ขณะเดียวกันทาง ร.ฟ.ท.จะนำข้อมูลที่ศึกษาอย่างสมบูรณ์เสนอให้ที่ประชุมคณะกรรมการ ร.ฟ.ท. วันที่ 8 มิ.ย.พิจารณา เพื่อหาข้อสรุปและคาดการณ์ผลตอบแทนที่ ร.ฟ.ท.จะได้รับในอนาคตด้วย

ทั้งนี้ ผลการศึกษาเบื้องต้นได้กำหนดพัฒนาพื้นที่ประมาณ 497 ไร่ แบ่งเป็น 4 โซน คือ 1.พื้นที่ธุรกิจการค้า 2.พื้นที่ธุรกิจสำนักงาน 3.พื้นที่แสดงสินค้าและ 4.พื้นที่บางกอกแฟชั่น ซึ่งที่ปรึกษาเสนอแนะให้พัฒนาพื้นที่ธุรกิจการค้าก่อน จากนั้นอีก 3 ปี จึงพัฒนาพื้นที่ที่เหลือเพื่อให้ ร.ฟ.ท.มีเวลาดำเนินการศึกษาแนวทางและรื้อย้ายโรงงานมักกะสันและอื่นๆ ที่อยู่ในพื้นที่โครงการ พร้อมทั้งหาพื้นที่ใหม่ทดแทนโรงงานดังกล่าว

สำหรับสาระสำคัญที่ ร.ฟ.ท.จำเป็นต้องพัฒนาโครงการมักกะสันคอมเพล็กซ์ เพื่อสร้างรายได้ให้ ร.ฟ.ท.จากการให้เช่าที่ดินช่วยลดปัญหาการขาดทุนสะสม ซึ่งสอดคล้องกับการส่งเสริมให้กรุงเทพเป็นศูนย์กลางแฟชั่น ครัวไทยสู่ครัวโลก การเป็นศูนย์สุขภาพ แห่งเอเชีย การส่งเสริมโครงการหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวรวมทั้งการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ทางภาคพื้นเอเชีย และพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิให้เป็นศูนย์กลางการบินในภูมิภาค

“ก่อนหน้านี้มีการประมาณการเงินลงทุน สำหรับโครงการมักกะสันคอมเพล็กซ์ 2 แสนล้านบาท แต่ปัจจุบันได้มีการคาดการณ์การลงทุนเพิ่มเป็น 3 แสนล้านบาท ซึ่งในช่วงที่เอกชนเช่าที่จะทำให้รถไฟฯ มีรายได้ตลอดอายุสัมปทาน 30 ปี ประมาณ 4-5 หมื่นล้านบาท” แหล่งข่าวเปิดเผย

แหล่งข่าวเปิดเผยว่า จากการประเมินรูปแบบการลงทุนมี 3 แนวทาง คือ 1.ให้สิทธิสัมปทานพื้นที่ทั้งหมดให้ผู้ลงทุนเช่ายาว 34 ปี (ก่อสร้าง 4 ปี และพัฒนาพื้นที่ 30 ปี) โดยร.ฟ.ท.ไม่ต้องลงทุนใดๆ ข้อดี ร.ฟ.ท.ได้รับเงินที่แน่นอน การจัดการไม่สลับซับซ้อน ข้อเสีย เงินรายได้ที่ร.ฟ.ท.ได้รับจะน้อยกว่าแนวทางเลือกอื่นๆ และการพัฒนาของเอกชน อาจไม่สอดคล้องกับแผนแม่บท สำหรับแนวทางที่ 2.จัดตั้งบริษัทร่วมทุนพัฒนาที่ดินโดย ร.ฟ.ท.ถือหุ้นทั้งหมด ร.ฟ.ท.จะโอนสิทธิการเช่าทั้งหมดให้บริษัทลูก ซึ่งจะทำหน้าที่ดูแลประโยชน์และวางแผนพัฒนา ข้อดี ร.ฟ.ท.ได้ค่าตอบแทนสูงกว่าแบบแรก ควบคุมดูแลการพัฒนาได้อย่างใกล้ชิด และสามารถโอนถ่ายพนักงานบางส่วนมาดูแลโครงการเพื่อประโยชน์ในการพัฒนา ซึ่งข้อเสียเรื่องนี้ ร.ฟ.ท.ต้องมีความเสี่ยงร่วมกับผู้ลงทุน อีกทั้งในช่วง 13 ปีแรกร.ฟ.ท.จะยังไม่ได้รับเงินค่าตอบแทน แหล่งข่าวกล่าวว่า แนวทางที่และ 3.การจัดตั้งบริษัทพัฒนาที่ดินหรือหน่วยงานภายใต้การกำกับดูแล ซึ่งจะทำหน้าที่วางแผนแม่บทและคัดเลือกผู้ลงทุนมีข้อดี ร.ฟ.ท.ได้ค่าตอบแทนสูงกว่าวิธีการให้เช่าพื้นที่ สามารถพัฒนาที่ตามขั้นตอนที่ต้องการได้ อีกทั้งร.ฟ.ท.ไม่จำเป็นต้องจัดตั้งบริษัทเพื่อมาดูแล เพียงแต่จัดตั้งหน่วยงานภายในเพื่อดูแลโครงการ ซึ่งข้อเสียแนวทางที่ 3 ร.ฟ.ท.ต้องตั้งหน่วยงานเฉพาะมาดูแล และร.ฟ.ท.จะถื้อหุ้นส่วนน้อยในบริษัทที่มาลงทุน เนื่องจากร.ฟ.ท.ไม่สามารถเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ได้

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี