
กิตติรัตน์ทาบบ้านเลขที่111ที่ปรึกษาศก.
โต้งดึงนักการเมืองบ้านเลขที่ 111 นั่งทีมที่ปรึกษาเศรษฐกิจ
โต้งดึงนักการเมืองบ้านเลขที่ 111 นั่งทีมที่ปรึกษาเศรษฐกิจ
นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง เปิดเผยว่า ขณะนี้กำลังทาบทามนักการเมืองบ้านเลขที่ 111 ที่มีความรู้ความสามารถในด้านเศรษฐกิจมาเป็นทีมที่ปรึกษาและช่วยงานด้านการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ แต่ยังบอกไม่ได้ว่ามีใครบ้าง ซึ่งมีหลายคนที่จะทาบทามให้มาร่วมงานด้วย
นายกิตติรัตน์ กล่าวว่า กระทรวงการคลังยังไม่ตัดสินใจขยายระยะเวลามาตรการคืนเงินภาษีรถคันแรกไม่เกิน 1 แสนบาท โดยเรื่องนี้ต้องพิจารณาเหตุผลความจำเป็นอีกครั้งว่าสมควรยืดเวลาหรือไม่ต้องรอดูว่าก่อนสิ้นสุดมาตรการวันที่ 31 ธ.ค.2555 แต่ไม่ใช่ตอนนี้แน่นอน
สำหรับผู้ที่ได้สิทธิ์คืนเงินภาษีรถคันแรก จะต้องเป็นผู้ที่ซื้อรถจริงๆเท่านั้น คือ มีการจ่ายเงินจริงภายในวันที่ 31 ธ.ค.2555 แม้ว่าจะยังไม่มีการส่งมอบก็ตาม เพราะต้องยอมรับว่าโรงงานผลิตรถยนต์เร่งผลิตรถยนต์เต็มกำลังผลิตแล้ว แต่ผลิตไม่ทันตามความต้องการ ส่วนพวกที่มีเพียงใบจองอย่างนี้คงไม่ได้สิทธิ์ ด้านนายปลอดประสพ สุรัสวดี รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (กบอ.) ระบุว่า รัฐบาลมีแนวคิดจัดตั้งกระทรวงน้ำ เพราะเป็นกระทรวงที่จำเป็นต้องมีเพื่อให้การบริหารจัดการน้ำมีเอกภาพ โดยขณะนี้สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) อยู่ระหว่างจัดทำโครงสร้างกระทรวงน้ำอยู่
“ในฐานะประธาน กบอ. มีหน้าที่ดูแลเรื่องการบริหารจัดการน้ำถึง 70% ส่วนงานที่กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ เข้าไปทำงานแค่ 30% ผมขอจองเป็นว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงน้ำ” นายปลอดประสพ กล่าว
สำหรับการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจนั้น แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลังเปิดเผยว่า เริ่มมีการเบิกเงินกู้จากพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) กู้เงิน 3.5 แสนล้านบาท ก้อนแรกแล้วจำนวน 300 ล้านบาท เป็นของกรมโยธาเพื่อนำมาไปก่อสร้างโครงการเตรียมรับมือน้ำท่วม โดยโครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ 2.4 หมื่นล้านบาท ที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบในครั้งแรกที่ให้ใช้เงินกู้จาก พ.ร.ฎ.
ทั้งนี้ กระทรวงการคลังได้กู้เงินจากการออก พ.ร.ฎ. มาเตรียมไว้จำนวน 1 หมื่นล้านบาท คาดว่าจะเริ่มมีการทยอยเบิกเงินกู้ของโครงการมากขึ้น ความล่าช้าของการใช้เงินกู้มาจากความไม่พร้อมของโครงการที่จะใช้เงิน
แหล่งข่าวเปิดเผยว่า เงินกู้ พ.ร.ก. 3.5 แสนล้านบาท จะต้องกู้มาใช้ภายในเดือน มิ.ย. 2556 หรือเหลือเวลาอีก 1 ปี ซึ่งคาดว่าจะใช้เงินกู้ดังกล่าวไม่หมด และประเมินว่าอาจจะใช้เงินกู้ได้เพียงครึ่งเดียวเท่านั้น
“ส่วนหนึ่งรัฐบาลได้ใช้เงินงบประมาณ 1.2 แสนล้านบาท ในการฟื้นฟูและพัฒนาโครงการต่างๆ ในการบริหารจัดการน้ำไปก่อนหน้านี้” แหล่งข่าวเปิดเผย
การกู้เงินจาก พ.ร.ฎ.กองทุนประกันภัยพิบัติ 5 หมื่นล้านบาท ทางกองทุนประกันภัยพิบัติจะมีการขอเบิกเงินกู้ก้อนแรกจำนวน 500 ล้านบาท ในส่วนนี้มีการคาดกันว่าจะใช้เงินน้อยกว่าที่ประมาณการไว้มาก เพราะมีผู้มาทำประกันกองทุนน้อย
นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงการคลัง รองประธานกองทุนประกันภัยพิบัติ กล่าวว่า กองทุนจะมีการประชุมเพื่อสรุปประเมินภาพรวมของการทำประกันภัยว่า มีจำนวนเพิ่มขึ้นหรือไม่ จากที่ก่อนหน้านี้มีผู้มาทำประกันน้อยมาก หากเงื่อนไขที่กำหนดไม่อำนวยความสะดวกกับประชาชน ก็น่าจะมีการพิจารณาเพิ่มการคุ้มครอง แต่ก็จะคิดค่าเบี้ยประกันมากขึ้น







