
เงินนอกฟันกำไร4เด้ง
หุ้น/อนุพันธ์/บอนด์/ค่าเงิน
ไล่ดัชนีพุ่งแรงทำราคาปิดงบ
โพสต์ทูเดย์
— เงินทุนต่างประเทศทะลักเข้าไทยตั้งแต่ต้นปีลุยซื้อทั้งหุ้น ตราสารหนี้ และอนุพันธ์ แถมเงินบาทแข็ง ฟันกำไร 4 เด้งตลาดหุ้นไทยเซอร์ไพรส์ ระหว่างวันดัชนีพุ่งไปเฉียด 10 จุด ก่อนมีแรงขายกำไรย่อมาปิดที่ระดับ 725.95 จุด บวก 5.11 จุด มูลค่าการซื้อขาย 16,973 ล้านบาท ท่ามกลางสถานการณ์การเมืองร้อนแรง ม็อบเสื้อแดงจะบุกกรุง และตลาดหุ้นในภูมิภาคมีทั้งขึ้นและลง
ขณะที่นักลงทุนต่างชาติช้อนต่อ 1,817 ล้านบาท สถาบันในประเทศซื้อ 416 ล้านบาท พอร์ตบริษัทหลักทรัพย์เก็บ 520 ล้านบาท และรายย่อยขายเจ้าเดียว 2,754 ล้านบาท
นักวิเคราะห์จาก บล.ธนชาต ระบุว่า เงินทุนต่างชาติที่ไหลเข้ามาลงทุนในประเทศไทยนับตั้งแต่ต้นปีไม่ได้เข้ามาลงทุนเฉพาะในตลาดหุ้นเท่านั้น แต่เป็นการซื้อสุทธิถึงตลาดตราสารหนี้และตลาดอนุพันธ์ ซึ่งหากคิดเฉพาะตั้งแต่วันที่ 24 ก.พ. ถึงปัจจุบันในตลาดหุ้นมียอดซื้อสุทธิถึง 2.58 หมื่นล้านบาท
บล.เอเซีย พลัส กล่าวว่า หุ้นที่ขึ้นมาจากเงินทุนไหลเข้า ส่วนหนึ่งเป็นการซื้อเพื่อทำราคาปิดงบไตรมาสแรกของปี 2553 (Window Dressing)
สำหรับหุ้นที่จะได้รับประโยชน์จากการทำปิดงวดคือธนาคารกสิกรไทย (KBANK) ธนาคารกรุงศรีอยุธยา (BAY) บริษัท ฮาปิโก ไฮเทค (AH) บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ (BIGC) และบริษัท น้ำตาลขอนแก่น (KSL)
นายภาคภูมิ ภาคย์วิศาล กรรมการผู้จัดการ บริษัท โกลเบล็ก โฮลดิ้ง แมนเนจเม้นท์ (GBX) เปิดเผยว่า นักลงทุนต่างชาติเป็นผู้ซื้อสุทธิในตลาดหุ้นและอนุพันธ์ ยังเชื่อว่าเป็นเงินที่จะเข้ามาเร็วและไปเร็ว โดยเข้ามาเก็งกำไรสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นในประเทศไทย
“
นักลงทุนต่างชาติได้กำไร ทั้งหุ้นและอนุพันธ์แล้วยังได้กำไรจากเงินบาทแข็งค่าด้วย ดังนั้นผู้ลงทุนรายบุคคลไทยควรลงทุนด้วยความระมัดระวัง”นางเกศรา มัญชุศรี กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตลาดอนุพันธ์ (ประเทศไทย) หรือ TFEX กล่าวว่า นักลงทุนต่างชาติที่มียอดซื้อสุทธิในตลาดอนุพันธ์อาจเป็นการปิดสถานะจากการซื้อล่วงหน้าก่อนหน้านี้ก็เป็นได้ และสัดส่วนนักลงทุนต่างชาติมีเพียง 10% และมีรูปแบบการลงทุนเข้าเร็วออกเร็ว
นายชาญชัย กงทองลักษณ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทรีนีตี้ โพลาริส ฟิวเจอร์ส (TIPOL) กล่าวว่า ในช่วงหุ้นยังมีความไม่แน่นอนแนะนำให้ผู้ลงทุนใช้ตลาดอนุพันธ์เป็นเครื่องมือในการป้องกันความเสี่ยง







