
ตปท.กลับลำซื้อหุ้นไทย
ซิตี้กรุ๊ปมองบวกไม่ห่วงการเมือง‘จีน’ลดดอกเบี้ย
ซิตี้กรุ๊ปมองบวกไม่ห่วงการเมือง‘จีน’ลดดอกเบี้ย
หุ้นไทยส่อแววไปต่อ ซิตี้กรุ๊ปไม่ห่วงการเมืองรุนแรง ชี้เอกชนลงทุนกำไรบจ.ดีหนุน ทรีนีตี้มองดัชนีขึ้นเดือน มิ.ย. จีนลดดอกเบี้ย 0.25% กระตุ้นเศรษฐกิจ
ซิตี้กรุ๊ป โบรกเกอร์ใหญ่สหรัฐอเมริกา วิเคราะห์ว่า สถานการณ์การเมืองไทยร้อนแรงขึ้นทั้งในสภาและศาล แต่เชื่อว่าจะไม่รุนแรงเหมือนความขัดแย้งช่วงสองปีที่ผ่านมาหากราคาหุ้นปรับตัวลงจึงเป็นโอกาสในการซื้อ เพราะวงจรการลงทุนของภาคเอกชนเป็นขาขึ้น ทั้งการลงทุนโดยตรง และผลประกอบการของบริษัทไทยออกมาดีและมีต้นทุนลดลง
ด้านนายวิศิษฐ์ องค์พิพัฒนกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ทรีนีตี้ กล่าวว่า แนวโน้มตลาดหุ้นเดือน มิ.ย. ปรับตัวขึ้นจากระดับ 1,080-1,100 จุด ซึ่งเป็นระดับที่เป็นแนวรับเหมาะสมสำหรับนักลงทุน แม้ว่าสภาพแวดล้อมยังไม่แน่นอนทั้งจากต่างประเทศและการเมืองในประเทศ แต่อยากให้นักลงทุนติดตามอย่างใกล้ชิด ไม่ต้องตื่นตระหนก
“เรามองว่ายังมีปัจจัยบวกต่อดัชนีหุ้นอยู่บ้าง โดยเฉพาะปัจจัยต่างประเทศ เช่น ยังมีเงินไหลเข้าจากตลาดทุนประเทศอินโดนีเซียเข้าสู่ตราสารหนี้ไทยในเดือนนี้ และผลการเลือกตั้งกรีซน่าจะออกมาในรูปแบบที่ดี และประมาณการกำไรของบริษัทจดทะเบียนจะยังคงอยู่ในระดับที่แข็งแกร่งอีกด้วย” นายวิศิษฐ์ กล่าว
แนวโน้มเศรษฐกิจในปีนี้น่าจะเติบโต 5% เพราะได้แรงหนุนจากภาคการผลิตที่ฟื้นตัวได้เร็ว และยังคงมีอุปสงค์ที่แข็งแกร่งจากการใช้งบประมาณจำนวนมาก เช่น ยอดขายรถยนต์ รถจักรยานยนต์
สำหรับกลยุทธ์การลงทุนในเดือน มิ.ย. บล.ทรีนีตี้ เน้นให้นักลงทุนเลือกหุ้นที่มีแรงเทขายจาก NVDR และมียอดชอร์ตเซลมากที่สุดในเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา ได้แก่ ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) บริษัท ปตท. (PTT) บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล ( PTTGC)
นอกจากนี้ ยังมีหุ้นกลุ่ม Defensive ที่น่าสนใจ ได้แก่ บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ (LH) บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (ADVANC) บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ (BGH) และหุ้นที่มีแนวโน้มถูกคัดเลือกเข้า SET50 ได้แก่ บริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น (INTUCH) และบริษัท เหมราชพัฒนาที่ดิน (HEMRAJ)
ด้านการซื้อขายหุ้นวันที่ 7 มิ.ย.ที่ผ่านมา เปิดตลาดดัชนีหุ้นยังคงเดินหน้าต่อตามตลาดต่างประเทศ แต่หลังจากนั้นก็มีแรงขายทำกำไร ทำให้บางช่วงดัชนีปรับตัวลงมาติดลบก่อนปรับตัวขึ้นเล็กน้อย 0.58 จุด ปิดที่ระดับ 1,118.53 จุด มูลค่าการซื้อขายเบาบาง 26,289 ล้านบาท แต่นักลงทุนต่างชาติกลับมาซื้อสุทธิ 1,723 ล้านบาท และซื้อตราสารหนี้มากถึง 7,153 ล้านบาท
มาร์เก็ตติง กล่าวว่า ตลาดหุ้นมีความผันผวนสูง ดัชนีเหวี่ยงขึ้นและเหวี่ยงลงแรงเกือบ 20 จุด จากการขายทำกำไร แต่แนวโน้มตลาดยังคงมีโอกาสปรับตัวขึ้นตามตลาดหุ้นต่างประเทศ ซึ่งมีความหวังว่าประเทศมหาอำนาจจะช่วยกันออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจโลก และล่าสุดธนาคารกลางจีนได้เซอร์ไพรส์ตลาดโดยการประกาศลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝากและเงินกู้ลง 0.25% ที่จะมีผลตั้งแต่วันที่ 8 มิ.ย. 2555 ซึ่งเป็นปัจจัยบวกอย่างมากต่อการลงทุนในตลาดหุ้นทั่วโลก







