posttoday
เกียรตินาคินขยับเป้าเช่าซื้อรถ

เกียรตินาคินขยับเป้าเช่าซื้อรถ

12 มีนาคม 2553

ตลาดรถฟื้นยอดปล่อยกู้สูงลิ่ว

ลดเอ็นพีแอลคุมต้นทุนหากำไรโพสต์ทูเดย์ — ธนาคารเกียรตินาคิน ปรับเป้าสินเชื่อใหม่ หลังตลาดรถฟื้น ปล่อยเช่าซื้อถล่มทลาย

นายธวัชไชย สุทธิกิจพิศาล กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารเกียรตินาคิน เปิดเผยว่า ในช่วงกลางปีนี้ธนาคารจะมีการพิจารณาทบทวนเป้าหมายสินเชื่อใหม่ จากเดิมที่ตั้งเป้าเติบโตไว้ 812% เนื่องจากในช่วงไตรมาสแรกที่ผ่านมาการปล่อยสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ขยายตัวได้ดีมาก และสินเชื่อโดยรวมก็เติบโตได้ 5% ขณะเดียวกันก็จะปรับเป้าหมายการลดสัดส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ หรือเอ็นพีแอล ให้เหลือแค่ 5% จากเป้าเดิมเหลือ 6%

ทั้งนี้ การปล่อยสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ในช่วงเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา ธนาคารปล่อยสินเชื่อได้สูงสุดใน รอบ 2 ปีถึง 6,000 คัน ขณะที่เดือน มี.ค.นี้ คาดว่าจะเพิ่มเป็น 7,000 คัน หรือเฉลี่ยปล่อยสินเชื่อได้ 2,500 ล้านบาทต่อเดือน

ดังนั้น คาดว่าไตรมาสแรกของปีนี้จะปล่อยสินเชื่อเช่าซื้อได้ถึง 7,000 ล้านบาท มากกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ปล่อยสินเชื่อได้ 3,500 ล้านบาท ซึ่งยอดขายรถยนต์ในภูมิภาคดีขึ้นมาก โดยเฉพาะรถปิกอัพ เพราะราคาสินค้าเกษตรดี ทำให้รายได้เกษตรกรดีไปด้วย และคาดว่าในช่วงก่อนวันสงกรานต์จะมีคนซื้อรถยนต์กันมากขึ้นอีก

“ธนาคารยังเชื่อว่าผลประกอบการในปีนี้จะเติบโตขึ้นจากปีที่ผ่านมา และน่าจะยังจ่ายเงินปันผลได้อย่างต่อเนื่อง โดยธนาคารไม่กังวลกับสถานการณ์ทางการเมืองในประเทศมากนัก แต่กลับเห็นว่าปัญหาภัยแล้งน่าจะมีผลกระทบมากกว่า และคาดการณ์ว่าคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) คงจะยังไม่ปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายภายในปีนี้ เพราะเศรษฐกิจยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ และการลงทุนก็ยังไม่ขยายตัวมาก” นายธวัชไชย กล่าว

สำห ขณะที่การปล่อยสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะสินเชื่อโครงการ มีแนวโน้มที่ดีเช่นกัน โดยเฉพาะช่วงที่มาตรการอสังหาริมทรัพย์ใกล้จะสิ้นสุดลงในเดือน มี.ค.53 ทำให้ประชาชนเร่งตัดสินใจซื้อบ้านและเร่งโอน โดยไตรมาส 1/53 คาดว่าสินเชื่อโครงการอสังหาฯจะเติบโต 10% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากยอดสินเชื่อคงค้าง 15,000 ล้านบาท เพิ่มเป็น 16,00017,000 ล้านบาท

สหรสำหรับผลประกอบการในปีนี้คาดว่าจะเติบโตดีขึ้นจากปีก่อน แม้เรื่องต้นทุนดอกเบี้ยคงไม่สามารถควบคุมได้ขึ้นอยู่กับภาวะตลาด ธนาคารจึงต้องเน้นการควบคุมค่าใช้จ่ายให้ดี โดยเฉพาะการควบคุมเอ็นพีแอลเพื่อลดภาระการตั้งสำรองลงซึ่งปัจจุบัน NPL อยู่ที่ 5.6% เดิมคาดว่าจะควบคุมไม่ให้เกิน 6% แต่ได้ปรับเป้าหมายให้เหลือไม่เกิน 5% แล้ว

นายธวัชชัย กล่าวถึงปัญหาการเมืองในประเทศที่จะมีการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงนั้น มองว่าเป็นเพียงปัญหาระยะสั้นเท่านั้น ซึ่งอาจมีผลทางจิตวิทยา ทำให้ประชาชนไม่กล้าใช้จ่าย ไม่กล้าลงทุน แต่เชื่อว่าการชุมนุมครั้งนี้ไม่น่าจะมีปัญหารุนแรง โดยเชื่อว่ารัฐบาลจะสามารถรับมือกับสถานการณ์ได้

"การเมืองอาจจะมีผลแค่สั้นๆ ไม่น่าจะกระทบการลงทุน เหมือนในช่วงปีที่แล้ว ช่วงเดือน เม.ย.ที่ทำให้ช่วงไตรมาส 2 ทุกอย่างชะงัก แต่หลังจากนั้นไตรมาส 34 ก็กลับมาปกติ ดังนั้นให้มองระยะยาวมากกว่า" นายธวัชชัย กล่าว

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี