posttoday
แนะสิ่งทอหันบุกอินโดจีน

แนะสิ่งทอหันบุกอินโดจีน

07 มิถุนายน 2555

หนีคนไทยนิยมแต่แบรนด์เนมแถมค่าจ้างพุ่งวัตถุดิบหายาก

หนีคนไทยนิยมแต่แบรนด์เนมแถมค่าจ้างพุ่งวัตถุดิบหายาก

รัฐแนะอุตฯ เครื่องหนังทิ้งตลาดไทย หันเจาะลูกค้าอินโดจีน เหตุคนไทยคลั่งสินค้าแบรนด์เนม

นายวิฑูรย์ สิมะโชคดี ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวภายในงานสัมมนา เรื่อง “SMEs Roadmap : เปิดแนวรุกบุก AEC” (Leather) ว่าแนวโน้มตลาดอุตสาหกรรมเครื่องหนังในประเทศไทย ขณะนี้ยังไม่เติบโตมากนัก เนื่องจากผู้บริโภคมีค่านิยมบริโภคสินค้าแบรนด์เนมต่างประเทศมากกว่า

นอกจากนี้ ผู้ประกอบการไทยยังมีปัญหาการขาดแคลนแรงงานและวัตถุดิบไม่เพียงพอความต้องการ ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ ดังนั้นผู้ประกอบการไทยจำเป็นต้องปรับตัวและหันไปพิจารณาตลาดในภูมิภาคอินโดจีน เช่น กัมพูชา ลาว เวียดนาม และพม่าทดแทน เนื่องจากประเทศกลุ่มนี้กำลังซื้อมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น

นายวิฑูรย์ กล่าวด้วยว่า ผู้ประกอบการเครื่องหนังไทยยังต้องปรับตัวรับการเปิดเสรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ใน 4 ด้านด้วย คือ 1.ลดต้นทุนการผลิต 2.เพิ่มคุณภาพสินค้าทั้งรูปแบบและดีไซน์ 3.บริการหลังการขาย โดยเฉพาะการส่งมอบสินค้าตรงเวลา และ 4.ปรับแบบสินค้าให้ทันความต้องการของลูกค้าในตลาดแฟชั่น ให้ทันต่อสถานการณ์

ด้านนายสมเกียรติ บงกชพรรณราย ประธานกลุ่มคลัสเตอร์เครื่องหนังไทย กล่าวว่า ขณะนี้ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเครื่องหนัง โดยเฉพาะกลุ่มกระเป๋าและรองเท้าที่เป็นผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) มีแนวโน้มที่จะหันไปนำเข้าสินค้าจากประเทศจีนเข้ามาเพื่อทำตราสินค้าใหม่เอง (รีแบรนด์) และนำเข้าชิ้นส่วนในกระบวนการผลิตสินค้าเข้ามาประกอบเอง รวมทั้งการรับจ้างผลิตให้กับแบรนด์ดัง (โออีเอ็ม) มากขึ้น เพราะจะช่วยลดต้นทุนในการผลิตได้มากกว่า 50% และยังเป็นการช่วยแก้ปัญหาการขาดแคลนแรงงานในอุตสาหกรรมเครื่องหนังได้ด้วย

“แค่เรื่องค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาทต่อวัน ก็กระทบต่ออุตสาหกรรมเครื่องหนังแล้ว ยังจะมีเรื่องการขาดแคลนแรงงานอีก ทำให้ผู้ประกอบการต้องไปหาแหล่งผลิตใหม่ เช่น อาจจะย้ายโรงงานไปตั้งอยู่ใกล้ชายแดน เพื่อให้สามารถนำเข้าแรงงานมาได้” นายสมเกียรติ กล่าว

อย่างไรก็ตาม มองว่าตลาดภายในประเทศยังดีอยู่ เนื่องจากคนมีรายได้เพิ่มขึ้น ทำให้มีแรงกระตุ้นในการซื้อสินค้ากลุ่มเครื่องหนังที่มีราคาระดับกลางมากขึ้น จึงคาดว่าภาพรวมตลาดเครื่องหนังในประเทศปีนี้ จะมีมูลค่าประมาณ 7,0008,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 10-20% ที่มีมูลค่า 5,000-6,000 ล้านบาท

นายพันธพัฒน์ ชีรวณิชย์กุล ประธานที่ปรึกษา บริษัท เบสท์แทน ผู้ผลิตกระเป๋าหนัง กล่าวว่า จุดอ่อนของอุตสาหกรรมเครื่องหนังไทยคือ มีบุคลากรไม่เพียงพอ ทำให้ไม่สามารถรับคำสั่งซื้อ (ออร์เดอร์) ที่มีเข้ามาได้ทั้งหมด ผู้ประกอบการจะต้องรวมกลุ่มกันเป็นคลัสเตอร์

เมื่อเปิดเออีซีจะทำให้ไทยได้เปรียบเพราะมีโรงฟอกหนังเอง ทำให้ผลิตสินค้าที่มีมูลค่าเพิ่มขึ้นได้ แต่ต้องปรับสินค้าให้โดดเด่นมากขึ้น เช่น ทำให้มีน้ำหนักเบา มีกลิ่นหอม และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และสร้างแบรนด์ของตัวเองขึ้นมา เพื่อรักษาคุณภาพการผลิตสินค้าไว้

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท