
คิวเฮ้าส์รุกหนักบ้านกลาง-ล่าง
ชี้ตลาดระดับบนยังไม่ฟื้นตัวหวั่นการเมืองป่วนซ้ำอีกรอบ
ชี้ตลาดระดับบนยังไม่ฟื้นตัวหวั่นการเมืองป่วนซ้ำอีกรอบ
ตลาดบ้านหรูยังไม่ฟื้น หลังเศรษฐกิจโลกแย่ ควอลิตี้ เฮ้าส์ ขยับรุกโครงการระดับกลางระดับล่างเพิ่ม
นางสุวรรณา พุทธประสาท กรรมการและรองกรรมผู้จัดการ บริษัท ควอลิตี้ เฮ้าส์ เปิดเผยว่า หลังจากผ่านเหตุการณ์น้ำท่วมในช่วงปลายปีที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน ยอดขายบ้านระดับกลางระดับล่างมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นและเริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ขณะที่บ้านหรูระดับบนยังคงชะลอตัวต่อเนื่อง ส่วนหนึ่งมาจากความกังวลเรื่องน้ำท่วมและภาวะเศรษฐกิจตกต่ำในยุโรป ซึ่งส่งผลให้นักธุรกิจที่เป็นกลุ่มลูกค้าหลักของบ้านระดับบนชะลอการตัดสินใจซื้อบ้าน
อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าในครึ่งปีหลังสินค้าบ้านหรูจะเริ่มฟื้นตัวขึ้น เนื่องจากความกังวลเรื่องน้ำท่วมหายไป แต่อย่างไรก็ตามปัญหาสำคัญที่ต้องเฝ้าระวัง คือ ความไม่สงบทางการเมือง เพราะในช่วง 23 ปีที่ผ่านมา ได้แสดงให้เห็นแล้วว่า ความไม่สงบทางการเมืองมีผลกระทบต่อตลาดอสังหาริมทรัพย์เป็นอย่างมาก
ธุรกิจที่กระทบมากที่สุด คือ ธุรกิจโรงแรมและเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ รวมไปถึงความกังวลในเรื่องของภาวะเศรษฐกิจของยุโรปหากทรุดตัวลงอาจลุกลามส่งผลกระทบไปทั่วโลก
ขณะที่การปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาทต่อวัน ทำให้ต้นทุนสูงขึ้นและราคาวัสดุก่อสร้างเพิ่มขึ้น โดยต้นทุนรวมปรับขึ้นแล้ว 78% ทำให้บริษัททยอยปรับขึ้นราคาขาย 58% ซึ่งการปรับขึ้นราคาขายจะพิจารณาภาพรวมตลาดด้วย เพราะอาจมีผลกระทบต่อยอดขายได้
ทั้งนี้ ในส่วนของราคาประเมินที่ดินใหม่ ที่จะเริ่มใช้ในเดือน ก.ค. 2555 นี้ เชื่อว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อราคาขาย เพราะที่ผ่านการซื้อขายในตลาดจะไม่ใช้ราคาประเมินแต่จะยึดตามราคาตลาด
นางสุวรรณา กล่าวอีกว่า สำหรับแผนการพัฒนาโครงการในปีนี้จะเปิดโครงการใหม่ 23 โครงการ มูลค่ารวม 26,742 ล้านบาท โดยเน้นโครงการระดับกลางระดับล่างมากขึ้น แบ่งเป็น โครงการบ้านเดี่ยว 12 โครงการ มูลค่า 16,104 ล้านบาท แบ่งเป็นบ้านระดับบน มูลค่า 2,850 ล้านบาท ระดับกลาง 11,934 ล้านบาท และระดับล่าง 1,320 ล้านบาท
ขณะเดียวกันจะมีทาวน์เฮาส์ 7 โครงการ เป็นทาวน์เฮาส์ระดับกลางระดับล่าง มูลค่ารวม 3,998 ล้านบาท และคอนโดมิเนียม 4 โครงการ มูลค่ารวม 6,640 ล้านบาท ในจำนวนนี้เป็นคอนโดมิเนียมระดับบน 4,560 ล้านบาท
ปัจจุบันบริษัทมียอดขายรอรับรู้รายได้ประมาณ 7,000 ล้านบาท โดยจะทยอยรับรู้รายได้ในปีนี้กว่า 2,000 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นโครงการคอนโดมิเนียม และจะรับรู้รายได้อีกกว่า 2,000 ล้านบาทในปี 2556
สำหรับช่วงครึ่งปีหลังบริษัทจะจัดสรรงบเพื่อซื้อที่ดินรองรับโครงการอย่างต่อเนื่อง แต่คาดว่าจะใช้งบต่ำกว่าปีก่อนที่ตั้งไว้ 5,000 ล้านบาท โดยปัจจุบันบริษัทมีแลนด์แบงก์เพื่อรอการพัฒนาโครงการใหม่ จำนวน 12 แปลง







