posttoday
ความเชื่อมั่นรัฐ/สินค้าแพงฉุนกำลังซื้อระวังใช้จ่ายมากขึ้น

ความเชื่อมั่นรัฐ/สินค้าแพงฉุนกำลังซื้อระวังใช้จ่ายมากขึ้น

07 มิถุนายน 2555

รัฐบาลชุดนี้ผ่านการบริหารประเทศมา 89 เดือน ด้วยความเชื่อมั่นของคนกรุงเทพมหานคร (กทม.) ที่เพิ่มขึ้นในช่วงหลังการเลือกตั้ง เป็นความหวังของคนไทยที่ต้องการเห็นประเทศเดินหน้าหลังผ่านพ้นปัญหามากมาย แต่ 6 เดือนผ่านไป ความเชื่อมั่นกลับลดลง อะไรคือสิ่งที่ทำให้คนไทยกังวลใจ

รัฐบาลชุดนี้ผ่านการบริหารประเทศมา 89 เดือน ด้วยความเชื่อมั่นของคนกรุงเทพมหานคร (กทม.) ที่เพิ่มขึ้นในช่วงหลังการเลือกตั้ง เป็นความหวังของคนไทยที่ต้องการเห็นประเทศเดินหน้าหลังผ่านพ้นปัญหามากมาย แต่ 6 เดือนผ่านไป ความเชื่อมั่นกลับลดลง อะไรคือสิ่งที่ทำให้คนไทยกังวลใจ

โครงการไทยวิว โดยสมาคมวิจัยการตลาดแห่งประเทศไทย ได้สำรวจความเห็นคน กทม. 400 ตัวอย่าง อายุ 18 ปีขึ้นไป และมีรายได้ต่อครอบครัว 1 หมื่นบาท ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 27 มี.ค.-17 เม.ย. 2555 ซึ่งเป็นช่วงที่รัฐบาลทำงานมากว่า 6 เดือน และก่อนจะเกิดประเด็นเรื่องสินค้าแพงทั้งแผ่นดิน แต่ผลวิจัยสะท้อนถึงความกังวลของคนกรุงที่เริ่มเห็นทิศทางของปัญหาที่เพิ่มขึ้น

วิริยา วรกิตติคุณ นายกสมาคมวิจัยการตลาดแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ผลการสำรวจครั้งนี้เทียบกับการสำรวจเมื่อเดือน ส.ค. 2554 หลังรัฐบาลเข้าบริหารประเทศ ความเชื่อมั่นของคน กทม. ลดลงจาก 44% เหลือ 39% เพราะไม่เป็นไปตามที่คาดหวังไว้ว่าเศรษฐกิจจะดีขึ้น ความรู้สึกที่มีต่อรัฐบาลชุดปัจจุบันกับชุดที่แล้วไม่แตกต่างกัน ยกเว้นปัญหาเรื่องยาเสพติด ที่ 60% ของคน กทม. รู้สึกว่าทำได้ดีกว่ารัฐบาลชุดที่แล้ว รวมทั้งเศรษฐกิจของคนในชนบท

ขณะที่คน กทม. มีความเห็นว่าแย่กว่าเดิม คือ ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน แย่ลง 26% ความปรองดองในสังคม รู้สึกแย่ลง 29% การแก้ปัญหาคอร์รัปชันแย่ลง 26%

สำหรับสิ่งที่สร้างความกังวลใจให้คน กทม. 5 อันดับแรก คือ เรื่องราคาสินค้าและพลังงานแพง มีสัดส่วน 79% เพิ่มขึ้นจากการสำรวจครั้งที่แล้วถึง 32% ตามด้วย ความกังวลเรื่องเศรษฐกิจตกต่ำ 52% ปัญหายาเสพติด 44% มีเงินไม่เพียงพอเลี้ยงชีพและใช้จ่ายในด้านต่างๆ 31% และการเอาเปรียบผู้บริโภค 27%

“การเอาเปรียบผู้บริโภคเพิ่มขึ้นถึง 17% เมื่อเทียบกับครั้งที่แล้ว เมื่อสอบถามผู้บริโภคลึกลงไป การเอาเปรียบที่เกิดขึ้นไม่ใช่แค่เรื่องราคาสินค้าที่เพิ่มขึ้น แต่รู้สึกถึงคุณภาพสินค้าที่แย่ลง รวมทั้งมีประเด็นเรื่องการกักตุนสินค้าด้วย” วิริยา กล่าว

สิ่งที่คน กทม. มีความกังวลข้างต้นส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตตามมา โดยเฉพาะรายได้ไม่พอกับค่าใช้จ่าย ซื้อสินค้าได้ในปริมาณน้อยลง ทำให้เงินเก็บน้อยลง การซื้อสินค้าต้องระมัดระวังมากขึ้น ส่งผลกระทบต่อครอบครัวตามมา ซึ่งเรื่องเหล่านี้เป็นเหตุผลหลักที่ทำให้ระดับความสุขของคนกรุงเทพฯลดลง ทั้งนี้ เมื่อสำรวจพฤติกรรมการดำเนินชีวิตของผู้บริโภคภายใต้สภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน พบว่า อันดับแรก ผู้บริโภคจะจับจ่ายซื้อสินค้าเท่าที่จำเป็น 86% ลดการรับประทานอาหารนอกบ้าน 34% ใช้เวลาอยู่บ้านมากขึ้น 33% เลือกซื้อสินค้าที่ลดราคาหรือจัดรายการพิเศษ 27% ลดค่าใช้จ่ายด้านบันเทิง เช่น ดูหนัง เที่ยวผับ/บาร์ 27% ลดการใช้สินค้าฟุ่มเฟือย 22%

วิริยา กล่าวว่า พฤติกรรมการจับจ่ายซื้อสินค้าเท่าที่จำเป็น เนื่องจากสินค้ามีราคาแพงขึ้น จะทำให้เศรษฐกิจเกิดการชะลอตัว ในมุมมองของนักการตลาด วิธีแก้ที่ถูกต้องคือรัฐบาลควรกระตุ้นกำลังซื้อ ทำให้เกิดการจับจ่าย หมุนเวียนของเศรษฐกิจ แต่สิ่งที่รัฐบาลทำทั้งร้านถูกใจหรือการควบคุมราคา เป็นการฝืนกลไกตลาด และจะกระทบต่อระบบเศรษฐกิจตามมา

ทั้งนี้ การวิจัยครั้งนี้ได้เพิ่มหัวข้อพิเศษเกี่ยวกับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนที่จะเกิดขึ้นในปี 2558 เหลือระยะเวลาอีกไม่ถึง 3 ปี แต่คนไทยรับรู้เรื่องนี้น้อยมาก จากการสอบถามคน กทม. ที่เคยได้ยินเรื่องประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน 49% และไม่เคยได้ยินมีสัดส่วน 51% นี่ขนาดคนกรุงเทพฯยังไม่เคยได้ยิน แล้วคนอีกทั่วประเทศจะรู้เรื่องนี้แค่ไหน เป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องใส่ใจ

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่คนกรุงเทพฯต้องการให้คนไทยเตรียมพร้อมเพื่อรองรับเออีซี คือ พัฒนาการทำงานหรือพัฒนาธุรกิจ 68% ศึกษาภาษาของประเทศในกลุ่มอาเซียน 62% มองหาโอกาสในการทำธุรกิจในประเทศกลุ่มอาเซียน 50% ลงทุนมากขึ้น 30%

สำหรับการเตรียมพร้อมของรัฐบาล อันดับแรก ควรพัฒนาด้านการศึกษา 57% พัฒนาบุคลากรภาครัฐให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น 56% ลดปัญหาคอร์รัปชั่น 48% พัฒนาระบบการเมืองให้มีประสิทธิภาพ 46% วางแผนนโยบายทางเศรษฐกิจเชิงรุก 44% รู้เท่าทันนโยบายของประเทศอื่นในอาเซียน 39% เป็นต้น

“จากผลการวิจัยครั้งนี้ รัฐบาลควรจะให้ความสำคัญกับปัญหาปากท้องของประชาชนมากกว่ามุ่งแก้ปัญหาเรื่องการเมือง รวมไปถึงการเตรียมพร้อมประเทศเพื่อก้าวสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน การพัฒนาบุคลากรในด้านต่างๆ ซึ่งประชาชนยังรับรู้น้อยมาก แต่จะมีผลกระทบต่อชีวิตของพวกเขาในอนาคต” วิริยา กล่าวทิ้งท้าย

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท