posttoday
SSIกระอักพิษยุโรป

SSIกระอักพิษยุโรป

07 มิถุนายน 2555

ขอเพิ่มทุนรับมือแบงก์ลดเงินกู้ ต่างชาติขายหุ้นไทยกอดกำไร

ขอเพิ่มทุนรับมือแบงก์ลดเงินกู้ ต่างชาติขายหุ้นไทยกอดกำไร

สหวิริยาสตีลฯ เหนื่อย ขอมติเพิ่มทุนไว้พร้อม รับมือวิกฤตยุโรป ราคายอดขายเหล็กทรุด ธนาคารต่างประเทศขอลดวงเงินสินเชื่อ

นายธิติพงศ์ เตชะวณิช ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายการเงินและบัญชี บริษัท สหวิริยาสตีลอินดัสตรี (SSI) เปิดเผยว่า บริษัทเตรียมจัดการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นวันที่ 8 มิ.ย.นี้ เพื่อขอมติเพิ่มทุนแบบมอบอำนาจทั่วไป เพื่อเตรียมไว้ให้พร้อม เพราะบริษัทเริ่มกังวลต่อวิกฤตหนี้ยุโรปที่ลุกลามไปถึงประเทศสเปนและการชะลอตัวลงของเศรษฐกิจจีน ซึ่งอาจจะมีผลกระทบต่อราคาขายเหล็กและปริมาณการใช้เหล็กทั่วโลก เพราะจีนเป็นประเทศที่มีกำลังซื้อเหล็กถึง 40% ของทั่วโลก

นอกจากนี้ บริษัทก็ต้องเตรียมสภาพคล่องไว้ให้พร้อม เพราะที่ผ่านมาธนาคารต่างประเทศ 3 ใน 5 แห่ง เริ่มมีความกังวลถึงการใช้เงินของบริษัทหลังจากโรงถลุงเหล็กที่อังกฤษของบริษัท สหวิริยาสตีลอินดัสตรี ยูเค ได้เลื่อนการเปิดผลิตครั้งแรกล่าช้าไปกว่าแผนที่ตั้งไว้ประมาณ 1 ไตรมาส จึงขอลดวงเงินสินเชื่อที่ให้ไว้

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้บริษัทอยู่ระหว่างการเจรจากับเจ้าหนี้ทั้งสาม โดยขอเวลาให้พิจารณาการดำเนินธุรกิจในปัจจุบันจนถึงเดือน ก.ย.นี้ก่อน

สำหรับแนวโน้มธุรกิจของบริษัทนั้น ต้องตามติดตามดูวิกฤตการณ์ของยุโรปก่อน แต่ราคาเหล็กในไตรมาส 2 เริ่มลดลงจากไตรมาสแรก ซึ่งขายเฉลี่ย 730 เหรียญสหรัฐต่อตัน แม้ว่าในไตรมาส 2 จะยังคงมีขาดทุนต่อเนื่อง แต่จะน้อยลงจากไตรมาสแรกที่ขาดทุนสุทธิ 2,840 ล้านบาท

“ความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้น บริษัทได้ปรับตัวโดยการลดสต๊อกไม่ให้มีปริมาณสูงเกินไป คือซื้อเหล็กมาใช้ผลิตขายในสัดส่วนใกล้เคียงกัน เพื่อลดความเสี่ยงของราคาเหล็กที่ลดลง ส่วนวัตถุดิบที่มีต้นทุนสูงอยู่ บริษัทต้องเร่งระบายสต๊อกออกไปภายในไตรมาส 3 เพื่อหวังว่าทั้งปี 2555 บริษัทจะกลับมามีกำไรได้” นายธิติพงศ์ กล่าว

ด้านวิกฤตการณ์ยุโรปเริ่มขยายวงกว้างขึ้นเรื่อยๆ ล่าสุด มูดี้ส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิส ได้ประกาศลดอันดับความน่าเชื่อถือของธนาคารของเยอรมนีและออสเตรียลง

อย่างไรก็ตาม ฟิทช์ เรทติ้งส์ ประกาศคงอันดับเครดิตของธนาคารพาณิชย์ไทย 3 แห่ง ได้แก่ ธนาคารกรุงเทพ (BBL) ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) และธนาคารกสิกรไทย (KBANK) ที่ BBB+ โดยแนวโน้มมีเสถียรภาพ

ตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวขึ้น โดยเฉพาะดัชนีหุ้นไทยที่พุ่งแรงปิดที่ 1,117.95 จุด เพิ่มขึ้น 18.80 จุด หรือ 1.71% มูลค่าซื้อขาย 23,416.24 ล้านบาท เนื่องจากสถาบันซื้อ 1,330 ล้านบาท พอร์ตบล.ซื้อ 1,643.22 ล้านบาท ขณะที่ต่างชาติขายหนักมือขึ้น 2,391.91 ล้านบาท และรายย่อยขาย 582.04 ล้านบาท ขณะเดียวกันนักลงทุนต่างชาติยังคงซื้อสุทธิตราสารหนี้ไทยสูงถึง 6,404 ล้านบาท

มาร์เก็ตติง กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยดีดขึ้นแรงตามตลาดต่างประเทศ ซึ่งนักลงทุนเก็งผลการประชุมของธนาคารกลางยุโรป ที่คาดว่าจะออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจช่วยเหลือภาคธนาคาร และอาจจะมีการลดดอกเบี้ยนโยบายลงด้วย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเฉพาะหน้า

นอกจากนี้ ตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐดีขึ้นและเศรษฐกิจไตรมาสแรกของออสเตรเลียขยายตัวมากเกินคาดที่ 1.3% จากไตรมาสก่อนหน้า ก็เป็นปัจจัยที่ช่วยหนุนให้สินทรัพย์เสี่ยงอื่นๆ ฟื้นตัวขึ้นเช่นกัน

“นักลงทุนขายสินทรัพย์ สกุลเงินเหรียญสหรัฐ และหันไปซื้อหุ้น ทองคำและน้ำมัน แต่หากผลการประชุมออกมาผิดคาด ก็จะส่งผลให้ตลาดหุ้นมีโอกาสปรับตัวลงแรงได้” มาร์เก็ตติง กล่าว

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท