
แพ็กเกจทัวร์เที่ยวไทยกร่อยบี้ททท.เร่งพีอาร์
เอกชนโอดซื้อขายแพ็กเกจทัวร์งานเทศกาลเที่ยวเมืองไทยกร่อย แนะททท.โหมโฆษณาประชาสัมพันธ์เพิ่ม
เอกชนโอดซื้อขายแพ็กเกจทัวร์งานเทศกาลเที่ยวเมืองไทยกร่อย แนะททท.โหมโฆษณาประชาสัมพันธ์เพิ่ม
วันนี้ (6มิ.ย.) น.ส.แก้วจิตร์ แก้วทุ่ง เจ้าหน้าที่ฝ่ายขายโรงแรมเซ็นทารา โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท เปิดเผยว่า ภาพรวมการจัดงานเทศกาลเที่ยวเมืองไทย บริเวณอาคารชาเลนเจอร์ 1-3 เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 6-10 มิ.ย. นี้ โดยบรรยากาศการเปิดงานวันแรก ผู้เข้าชมงานเข้าใจว่างานดังกล่าวเน้นส่งเสริมภาพลักษณ์ ศิลปวัฒนธรรมการท่องเที่ยวไทยในแต่ละภูมิภาค มากกว่ารับรู้ว่างานดังกล่าวมีบูธจำหน่ายแพ็กเกจทัวร์ท่องเที่ยว โรงแรมที่พัก สายการบิน ทำให้นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ไม่ตั้งใจเดินทางมา เพื่อซื้อแพ็กเกจทัวร์ เมื่อเทียบกับการจัดงานคอนซูเมอร์ แฟร์ ด้านท่องเที่ยวที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติริกิติ์
นอกจากนี้ การจัดระเบียบโซนต่างๆ ยังไม่เป็นสัดส่วนมากนัก ระหว่างโซนอาหารและบูธสินค้าทางการท่องเที่ยว ทำให้นักท่องเที่ยวเกิดความสับสน ซึ่งผู้ประกอบการต้องให้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.)เน้นการโฆษณาประชาสัมพันธ์การจำหน่สยแพ็กเกจทัวร์ท่องเที่ยวในงานเพิ่มเติม เพื่อสร้างการรับรู้ในวงกว้าง
ด้าน น.ส.มัยรัตน์ พีระญาณ์โกเศส รักษาการนายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศ (สทน.) เปิดเผยว่า การจัดงานเทศกาลเที่ยวเมืองไทยในครั้งนี้ จะช่วยฟื้นบรรยากาศทางการท่องเที่ยวภายในประเทศให้กับคืนมา หลังจากปีที่ผ่านมาประเทศไทยมีปัจจัยลบรอบด้าน โดยมองว่างานเทศกาลเที่ยวเมืองไทยจะชี้วัดการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศไทยว่าสัญญาณนับจากนี้จะมีทิศทางใด
นายสุรพล เศวตเศรนี ผู้ว่าการททท. เปิดเผยว่า รูปแบบการจัดงานเทศกาลเที่ยวเมืองไทยในครั้งนี้ ภายใต้ธีม เที่ยวเทรนด์ใหม่ มหัศจรรย์เมืองไทย โดยชูสินค้าทางการท่องเที่ยวที่เป็นจุดเด่นในแต่ละภูมิภาค เช่น ภาคกลาง รูปแบบลักชัวร์ลี่ ภาคเหนือ เที่ยวตามรอยภาพยนตร์ดัง โดยรวบรวมเส้นทางการถ่ายทำภาพยนตร์ ละคร สร้างจุดขายที่หลากหลายให้กับแหล่งท่องเที่ยวของประเทศไทย ฯลฯ
นอกจากนี้การจัดงานได้รวบรวมบริษัททัวร์ โรงแรม สายการบิน กว่า 800 บูธ ร่วมนำเสนิอเส้นทางการท่องเที่ยว เช่นเส้นทางคาราวาน 5 ภูมิภาค เพื่อให้เกิดการหมุนเวียนรายได้ทางการท่องเที่ยวลงสู่ระบบอย่างแท้จริง โดยคาดว่าตลอดการจัดงาน 4 วัน จะมีผู้เข้าชมงานกว่า 2 แสนคน รายได้สะพัดกว่า 300 ล้านบาท และมีรายได้ลงสู่ระบบหลังการจัดงานอย่างน้อย 2,000-3,000 ล้านบาท







