
เกษรผวาการเมืองป่วน
หวั่นซื้อบ้านครึ่งปีหลังสะดุดปรับโหมดระมัดระวังลงทุน
หวั่นซื้อบ้านครึ่งปีหลังสะดุดปรับโหมดระมัดระวังลงทุน
เกษร พร็อพเพอร์ตี้ หวั่นการเมืองป่วนตลาดอสังหาฯ ครึ่งปีหลังเน้นลงทุนแบบระมัดระวัง ซุ่มเจรจาซื้อที่ดินกลางสุขุมวิท
นายฟ้าฟื้น เต็มบุญเกียรติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เกษร พร็อพเพอร์ตี้ เปิดเผยว่า ปัจจัยการเมืองที่เริ่มกลับมาผันผวนอีกครั้งเป็นประเด็นที่ต้องจับตามอง เพราะกังวลว่าหากเกิดความรุนแรงขึ้นอีก จะกระทบกับรรยากาศการซื้อขายที่อยู่อาศัยในช่วงครึ่งปีหลังได้
ทั้งนี้ ปัจจัยดังกล่าวมีผลให้บริษัทต้องเพิ่มความระมัดระวังในการลงทุนมากขึ้น โดยบริษัทมีแนวทางที่จะไม่เน้นการซื้อที่ดินเก็บไว้ลงทุนในระยะยาว แต่จะใช้กลยุทธ์ซื้อที่ดินแล้วนำมาลงทุนพัฒนาโครงการทันที ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างเจรจาซื้อที่ดินย่านสุขุมวิท เนื้อที่ประมาณ 12 ไร่ มูลค่าประมาณ 400 ล้านบาท เพื่อเตรียมไว้สำหรับลงทุนต่อไป
สำหรับแนวทางในการพัฒนาบริษัทจะทำแบบค่อยเป็นค่อยไป และยังคงพัฒนาคอนโดมิเนียมระดับไฮเอนด์ที่มีราคาไม่ต่ำกว่า 1 แสนบาทต่อ ตร.ม. มีมูลค่าโครงการประมาณ 1,000 ล้านบาท เป็นหลัก โดยตั้งเป้าให้โครงการปัจจุบัน คือ โหมด สุขุมวิท 61 มียอดขายถึง 75% ก่อนจึงจะพร้อมเปิดขายโครงการใหม่ ซึ่งคาดว่าจะเห็นความชัดเจนในปีหน้า
“แม้ว่าเราจะซื้อที่ดินใหม่ได้ในปีนี้ แต่กระบวนการจัดทำรายงานสิ่งแวดล้อม และการยื่นขออนุญาตก่อสร้างใช้เวลานาน จึงคาดว่าจะเปิดตัวโครงการในปีนี้ไม่ทัน” นายฟ้าฟื้น กล่าว
โครงการโหมด สุขุมวิท 61 ที่กำลังเปิดขายอยู่ในขณะนี้ บริษัทได้มีการปรับแบบห้องบางส่วน โดยได้นำห้องชุด 2 ห้องนอน จำนวน 16 ยูนิต มาปรับใหม่ให้เหลือ 8 ยูนิต เพื่อเพิ่มขนาดพื้นที่ห้องชุด 2 ห้องนอน จาก 80 ตร.ม. เป็น 109 ตร.ม.
ทั้งนี้เพื่อรองรับกลุ่มลูกค้าครอบครัวที่ต้องการห้องชุดขนาดใหญ่ในย่านทองหล่อเอกมัย ซึ่งหลังจากการปรับปรุงแบบใหม่ คาดว่าจะส่งผลให้ทั้งโครงการมีจำนวนห้องชุดลดเหลือ 160 ยูนิต จากเดิมอยู่ที่ 168 ยูนิต
ภาพรวมตลาดคอนโดมิเนียมในย่านทองหล่อเอกมัย ปัจจุบันมีห้องชุดที่เสนอขายในตลาด 7,500 ยูนิต ทั้งแบบพร้อมอยู่ และอยู่ระหว่างก่อสร้าง มีสัดส่วนการขายเฉลี่ย 80% โดยส่วนใหญ่จะเป็นห้องชุดขนาดไม่เกิน 80 ตร.ม.
ขณะที่กลุ่มครอบครัวที่ต้องการที่อยู่อาศัยในเมืองจะมีความต้องการขนาดห้องชุดที่มีขนาดใหญ่กว่า 80 ตร.ม. ซึ่งเป็นเหตุผลที่ทำให้บริษัทต้องปรับแบบห้องชุดบางส่วนให้สอดรับกับความต้องการดังกล่าว
“เรามั่นใจว่าจะสามารถปิดการขายทั้งโครงการได้ภายในสิ้นปีนี้ คิดเป็นมูลค่าการขาย 1,000 ล้านบาท และพร้อมส่งมอบภายในไตรมาสแรกของปีหน้า” นายฟ้าฟื้นกล่าว







