
คัดรง.ฝุ่นเหล็ก
สั่งเคาะเกณฑ์คัดเลือกใหม่มุ่งเทคโนโลยีสิ่งแวดล้อม
สั่งเคาะเกณฑ์คัดเลือกใหม่มุ่งเทคโนโลยีสิ่งแวดล้อม
เล็งผุดเกณฑ์คัดเลือกโรงรีไซเคิลฝุ่นเหล็ก เน้นเทคโนโลยี สิ่งแวดล้อม ให้เวลานักลงทุนปรับแผน 2 เดือน
นายวิฑูรย์ สิมะโชคดี ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บอร์ดบีโอไอ) ให้จัดทำหลักเกณฑ์คัดเลือกโรงงานรีไซเคิลฝุ่นเหล็ก ตามมติของบอร์ดที่จะส่งเสริมการลงทุนเพียง 12 ราย โดยได้ให้สถาบันเหล็กและเหล็กกล้าแห่งประเทศไทย และกรมโรงงานอุตสาหกรรม ศึกษาหลักเกณฑ์ทางด้านเทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม ให้เป็นไปตามมาตรฐานของกระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อนำไปเสนอให้บอร์ดพิจารณาการประชุมครั้งหน้า
เมื่อได้หลักเกณฑ์แล้วจะประกาศอย่างเป็นทางการ ให้นักลงทุนที่สนใจลงทุนในกิจการดังกล่าวในประเทศไทย ยื่นเรื่องขอรับส่งเสริมการลงทุนกับบีโอไออีกครั้ง โดยกระทรวงอุตสาหกรรมจะให้เวลา 2 เดือน ปรับปรุงการลงทุนให้เข้ากับเงื่อนไข
หลักเกณฑ์การคัดเลือกเบื้องต้น จะกำหนดเรื่องการใช้เทคโนโลยีที่สามารถกำจัดสารโทลูอีนได้ ต้องเป็นเทคโนโลยีที่ทันสมัย เป็นที่ยอมรับในวงการอุตสาหกรรม รวมทั้งจะกำหนดหลักเกณฑ์การได้มาซึ่งวัตถุดิบฝุ่นเหล็ก ทำเลที่ตั้ง หากอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมได้จะดีที่สุด
นอกจากนี้ ยังมีสภาพแวดล้อมการจัดตั้งโรงงาน การบริหารจัดการ และการขนส่ง ซึ่งมีหลักเกณฑ์ของกรมโรงงานอยู่แล้ว เพราะถือเป็นการขนส่งวัตถุอันตราย และจะมีการกำหนดมาตรฐานตัวชี้วัดทางด้านสิ่งแวดล้อมด้วย เป็นต้น
อย่างไรก็ตาม หากมีบริษัทที่เข้าหลักเกณฑ์เหมือนกันทุกประการ อาจจะเอื้อประโยชน์ให้กับผู้ที่เคยยื่นเรื่องขอรับส่งเสริมการลงทุนกับบีโอไอเข้ามาก่อนตั้งแต่แรก เพราะถือว่าเป็นผู้ที่สนใจก่อน แต่ต้องพร้อมทุกประการ
“เหตุผลที่ต้อง 12 ราย จาก 4 รายที่ยื่นเข้ามา เนื่องจากปริมาณฝุ่นเหล็กในเมืองไทยมีเพียง 1 แสนตัน หากเศรษฐกิจขยายตัว ฝุ่นจะเพิ่มขึ้นประมาณปีละ 10% โรงงานรีไซเคิล 2 แห่งก็น่าจะพอป้องกันการผูกขาดได้” นายวิฑูรย์ กล่าว
แหล่งข่าวจากกระทรวงอุตสาห กรรม เปิดเผยว่า ขณะนี้มีบริษัทที่สนใจเข้ามาลงทุนกิจการรีไซเคิลฝุ่นเหล็กและยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุนแล้ว 4 ราย ได้แก่ บริษัท โกลบอล สตีล ดัสท์ จากสวิตเซอร์แลนด์ มูลค่าการลงทุน 800 ล้านบาท ใช้เทคโนโลยีเวลซ์คิล์น มีกำลังการผลิต 1 แสนตันต่อปี
บริษัท ซิงค์ออกซ์ ไทยแลนด์ จากอังกฤษ มูลค่า 3,838 ล้านบาท ใช้เทคโนโลยีอาร์เอชเอฟ กำลังการผลิต 2 แสนตันต่อปี บริษัท เบเฟซ่า จากสเปน มูลค่า 1,500 ล้านบาท ใช้เทคโนโลยี เวลซ์คิล์น กำลังการผลิต 1 แสนตันต่อปีและบริษัท สยาม เมททอล สตีล จากไทย มูลค่า 1,318 ล้านบาทใช้เทคโนโลยีพลาสมากำลังการผลิต 1 แสนตันต่อปี







