
โตโยต้า...ปลุกชุมชนสร้างเครือข่ายลดโลกร้อน
โดย...วราพงษ์ ป่านแก้ว
โดย...วราพงษ์ ป่านแก้ว
ปัจจุบันการรณรงค์เพื่อลดภาวะโลกร้อนกลายเป็นสิ่งที่ภาคธุรกิจให้ความสำคัญมากขึ้นทุกขณะ ในภาวะที่ทั่วทุกมุมโลกกำลังเผชิญกับภัยธรรมชาติอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนจากสมดุลทางธรรมชาติที่ถูกทำลายไปด้วยฝีมือของมนุษย์ โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมที่ถูกมองว่ามีส่วนที่ทำให้เกิดปัญหาโลกร้อนอย่างอุตสาหกรรมยานยนต์
ผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ของโลก อย่างบริษัท โตโยต้า เป็นหนึ่งในบริษัทที่พยายามเข้ามามีส่วนร่วมในการลดปัญหาดังกล่าวให้ทุเลาเบาบางลง ซึ่งนอกจากจะพยายามผลิตรถยนต์ที่ลดการใช้น้ำมันลงอย่างรถในตระกูลไฮบริดแล้ว บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น บริษัทแม่ที่ญี่ปุ่น ได้มอบนโยบายให้บริษัท โตโยต้าทั่วโลก มีมาตรการสนับสนุนการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้การภาวะเรือนกระจกและปัญหาโลกร้อน
ตัวอย่างจากปีที่ผ่านมา บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น ใช้งบประมาณถึง 2,000 ล้านเยน สนับสนุนกิจกรรมเพื่อสังคม โดยเฉพาะในเรื่องของการส่งเสริมงานด้านการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมทั่วโลก ที่โตโยต้าให้ทั้งการสนับสนุนเงินทุน การสนับสนุนกิจกรรมในประเทศต่างๆ รวมถึงการลงมือทำเองเพื่อให้เป็นโครงการต้นแบบของการเรียนรู้ถึงความสำคัญของธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อย่างเช่น สถาบันสิ่งแวดล้อมโตโยต้า ชิราคาวาโก สถานที่เรียนรู้ธรรมชาติรวมทั้งผืนป่าธรรมชาติที่โตโยต้าอนุรักษ์ที่ประเทศญี่ปุ่น เป็นต้น
สำหรับในประเทศไทย โดยบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย ก็รับนโยบายส่งเสริมการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยจัดทำโครงการหลักที่ดำเนินการต่อเนื่องมาแล้ว 7 ปี ใช้เงินไปแล้วกว่า 150 ล้านบาท คือ โครงการลดเมืองร้อนด้วยมือเรา ซึ่งเป็นโครงการที่ได้ร่วมกับสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย เพื่อรณรงค์การลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก ผ่านโครงการต่างๆ ทั้งในชุมชนและโรงเรียนต่างๆ ทั่วประเทศ เพื่อส่งเสริมให้ชุมชนทั่วประเทศสร้างสรรค์วิธีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เป็นรูปธรรม และสนับสนุนให้เกิดชุมชนต้นแบบไปจนถึงการสร้างเครือข่ายชุมชนสีเขียวในประเทศ
ที่ผ่านมาโครงการดังกล่าวมีชุมชนในระดับเทศบาลเข้าร่วมโครงการแล้ว 152 เทศบาล และโรงเรียนทั่วประเทศอีก 190 โรงเรียน ที่ส่งโครงการเข้าประกวด โดยในแต่ละปีโตโยต้าและสถาบันสิ่งแวดล้อมไทยจะคัดเลือกชุมชนและโรงเรียนที่มีผลงานตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ เช่น เป็นโครงการที่มีความริเริ่มสร้างสรรค์ที่มีความเกี่ยวข้องกับการช่วยลดภาวะโลกร้อน เป็นโครงการที่มีการมีส่วนร่วมของนักเรียนและคนในชุมชน รวมถึงเป็นโครงการที่สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้อย่างเป็นรูปธรรม
สำหรับในปีนี้ โรงเรียนที่ผ่านการคัดเลือก 3 โรงเรียน ได้แก่ รางวัลที่ 1 โรงเรียนไทรงามพิทยาคม จ.กำแพงเพชร รางวัลที่ 2 โรงเรียนเชียงของวิทยาคม จ.เชียงราย รางวัลที่ 3 โรงเรียนวังกระแสวิทยาคม จ.นครพนม ส่วนชุมชนที่ผ่านการคัดเลือก 3 ชุมชน ได้แก่ รางวัลที่ 1 ชุมชนบ้านน้ำหลง เทศบาลตำบลสันโป่ง จ.เชียงใหม่ รางวัลที่ 2 ชุมชนนามะพร้าว เทศบาลตำบลชะรัด จ.พัทลุง และรางวัลที่ 3 ชุมชนบ้านป่าบุก เทศบาลตำบลแม่แรง จ.ลำพูน
โครงการดังกล่าว โตโยต้ามุ่งหวังให้โรงเรียนและชุมชนที่เข้าร่วมโครงการมีความตระหนักถึงการรักษาธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และถ่ายทอดไปยังคนรอบข้าง และคนในรุ่นต่อๆ ไป โดย เอกชัย รัตนชัยวงศ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย กล่าวว่า โรงเรียนและชุมชนที่ผ่านการคัดเลือกได้เข้าร่วมโครงการศึกษาธรรมชาติและการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมที่ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งถือเป็นประเทศต้นแบบที่สามารถลดก๊าซเรือนกระจกได้อย่างเป็นรูปธรรมทั้งๆ ที่เป็นประเทศอุตสาหกรรม และคาดหวังว่านักเรียนและผู้นำชุมชนจะนำประสบการณ์ที่ได้ไปช่วยลดปัญหาในประเทศไทยได้
“หากเราไม่ช่วยกันรักษาธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเอาไว้ ผืนป่าที่มีเหลืออยู่แค่ 30% อาจจะเหลือแค่ 10% ในอนาคตเราจึงมุ่งหวังให้ผู้นำชุมชนและนักเรียนที่เข้าร่วมโครงการลดเมืองร้อนด้วยมือเรา นำประสบการณ์การเรียนรู้ที่ได้รับไปถ่ายทอดให้กับคนในรุ่นต่อๆ ไป ได้ร่วมกันรักษาธรรมชาติที่มีอยู่เอาไว้ โดยที่บริษัทจะพยายามขยายโครงการไปในเทศบาลและชุมชนใหม่ๆ ให้เข้ามาร่วมโครงการในทุกๆ ปี” นายเอกชัย กล่าว
ทั้งหมดคือความพยายามของหนึ่งในบริษัทเอกชนผู้ผลิตรถยนต์ที่ต้องการช่วยลดปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม และเชื่อว่าในภาคธุรกิจไม่ว่าจะเป็นค่ายรถยนต์รายอื่นหรือบริษัทที่ประกอบธุรกิจอื่นๆ ต่างก็มีความพยายามเดียวกัน หากองค์กรธุรกิจทุกรายได้ลงมือทำให้เกิดผลขึ้นมาจริงจัง ผลสุดท้ายจะช่วยลดปัญหาโลกร้อนในปลายทางได้เช่นกัน







