
"โชคชัย"ไขเงื่อนงำจัดหาฝูงบิน 2 แสนล้าน
การจัดหาฝูงบินจำนวน 38 ลำ คาดงบลงทุนกว่า 2 แสนล้านบาท สำหรับส่งมอบปี 25612565 รวมถึงเครื่องบินลำตัวแคบอีก 9 ลำ เพื่อรองรับแผนธุรกิจของสายการบินไทยสมายล์ ตามที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบให้ดำเนินการจัดหาทั้งสิ้น 75 ลำ เมื่อวันที่ 20 เม.ย. 2554 ซึ่งปีที่ผ่านมาได้ดำเนินการแล้วเสร็จไป 37 ลำ
การจัดหาฝูงบินจำนวน 38 ลำ คาดงบลงทุนกว่า 2 แสนล้านบาท สำหรับส่งมอบปี 25612565 รวมถึงเครื่องบินลำตัวแคบอีก 9 ลำ เพื่อรองรับแผนธุรกิจของสายการบินไทยสมายล์ ตามที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบให้ดำเนินการจัดหาทั้งสิ้น 75 ลำ เมื่อวันที่ 20 เม.ย. 2554 ซึ่งปีที่ผ่านมาได้ดำเนินการแล้วเสร็จไป 37 ลำ
เรื่องนี้เป็นต้นตอที่ทำให้ ปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ (ดีดี) หลุดจากเก้าอี้เมื่อวันที่ 21 พ.ค.ที่ผ่านมา โดย อำพน กิตติอำพน ประธานกรรมการ (บอร์ด) ให้เหตุผลว่า การสื่อสารไม่เป็นเอกภาพ เกรงว่าจะส่งผลต่อแผนยุทธศาสตร์และเป้าหมายกำไรปีนี้ที่ตั้งไว้ 6,000 ล้านบาท
ทั้งที่ประเด็นเลิกสัญญาจ้างในครั้งนี้ คือการจัดหาเครื่องบิน 38 ลำ และอีก 9 ลำ (สามารถเพิ่มขึ้นหรือลดลงตามสถานการณ์ปัจจุบัน) ซึ่งกลายเป็นขุมทรัพย์ขนาดใหญ่ให้ฝ่ายทางการเมืองจัดหาผลประโยชน์ ในเรื่องคอมมิชชันการเซ็นอนุมัติแต่ละขั้นตอน
เป็นที่รู้กันในวงการบินว่าค่าคอมมิชชันตามน้ำเฉลี่ย 3% ของราคาเครื่องบินแต่ละรุ่น การจัดหาครั้งนี้ คาดว่าค่าคอมมิชชันจะสูงถึง 6,000 ล้านบาท
ดังนั้น กระแสร่ำลือจากวงในจึงมองว่า แผนปฏิบัติการรื้อสเปกเครื่องบินครั้งใหญ่จึงเกิดขึ้น โดยเขี่ยผู้บริหารอย่างปิยสวัสดิ์ ซึ่งภาพลักษณ์อยู่คนละขั้วกับพรรครัฐบาลออกไป เพื่อเปิดทางให้บอร์ดการบินไทยเข้ามาควบคุมอำนาจการทำงานฝ่ายบริหารอย่างเบ็ดเสร็จ ไม่ใช่แค่การกำหนดนโยบายอย่างที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม ข้อสันนิษฐานของพนักงานการบินไทย สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจและคนไทย บริษัท การบินไทย จะถูกต้องหรือไม่ ผู้ที่จะตอบคำถามได้ดีคงหนีไม่พ้นประธานบอร์ดการบินไทย แต่จนขณะนี้กว่า 3 สัปดาห์ บอร์ดยังไม่มีการตอบคำถามด้วยตัวเอง มีเพียงแถลงการณ์ผ่านผู้บริหารการบินไทยเท่านั้น
โชคชัย ปัญญายงค์ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สายกลยุทธ์และพัฒนาธุรกิจ ปฏิบัติหน้าที่ดีดี เล่าถึงแนวทางการจัดหาเครื่องบิน ว่า บริษัทจะเดินหน้าจัดหาเครื่องบิน 38 ลำ และอีก 9 ลำ ซึ่งสามารถเสนอเพิ่มจำนวนหรือลดจำนวนลงได้ โดยขึ้นอยู่กับสถานการณ์ปัจจุบัน แต่มีแนวโน้มว่าจะปรับลดจำนวนลงให้แล้วเสร็จภายในเดือน ก.ค. โดยขณะนี้อยู่ระหว่างทบทวนแผนการจัดหาให้สอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์การตลาด เช่น จำเป็นต้องใช้เครื่องบินพิสัยการบินระยะใกล้กี่ลำ และพิสัยการบินระยะไกลกี่ลำ เป็นต้น
เมื่อได้แผนงานทั้งหมดเพื่อสรุปจำนวนและขนาดตัวเครื่องให้ชัดเจน จากนั้นจึงจะเสนอเข้าที่ประชุม ครม.พิจารณาอีกครั้ง ตามมติบอร์ดการบินไทย ที่เห็นควรนำเรื่องจัดหาเครื่องบินเข้า ครม. เนื่องจากปัจจัยต่างๆ ได้เปลี่ยนแปลงไป
สำหรับช่วง 23 ปีที่ผ่านมา ในการจัดหาเครื่องบินแต่ละครั้ง บริษัทได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมา 5 ชุด เช่น คณะกรรมการด้านเทคนิค คณะกรรมการกำหนดความต้องการของเครื่องบิน เป็นต้น เพื่อให้การเลือกเครื่องบินแต่ละรุ่น ขนาด มีความเหมาะสมกับเส้นทางการบินมากที่สุด รวมถึงสร้างความโปร่งใสในการจัดหาแต่ละขั้นตอน สามารถตรวจสอบถึงที่ไปที่มาได้อย่างชัดเจน
“ทุกครั้งที่เจรจากับผู้ผลิตเครื่องบิน แอร์บัส และโบอิ้ง การบินไทยจะพยายามต่อรองให้ราคาถูกลงเสมอ แต่จะมีเครื่องบินตามรุ่นและตรงเวลาการผลิตหรือไม่นั้น ต้องพิจารณาด้วย เพราะการสั่งเครื่องบินแต่ละครั้งจะมีระยะเวลาการผลิตและรับมอบออกไปหลายปี” โชคชัย กล่าว
นอกจากนี้ ฝ่ายบริหารยังเตรียมจัดทำแผนกลยุทธ์การบินไทยระหว่างปี 25562557 ในเดือน ก.ค.ที่จะถึงนี้ ร่วมกับบอร์ด เพื่อกำหนดทิศทางการเติบโตของบริษัท โดยจะทบทวนจุดอ่อนจุดแข็งบริษัท การพัฒนาคุณภาพสินค้าและการบริการ สร้างความแข็งแกร่งให้กับบริษัท การบินไทย โดยตั้งเป้าว่าในปี 2557 บริษัท การบินไทย จะเติบโตเฉลี่ย 78% มีรายได้ 2.32.5 แสนล้านบาท
โชคชัย เล่าว่า ภาพรวมการแข่งขันในธุรกิจการบินจะมีความท้าทายอย่างหนักนับจากนี้ ซึ่งบริษัทเตรียมปรับแผนเส้นทางการบินระยะไกลและระยะใกล้ให้มีความเหมาะสมสามารถแข่งขันได้
ทั้งนี้ การเลือกใช้เครื่องบินที่มีขนาดเหมาะสม ถือเป็นหัวใจหลักในการบริหารจัดการให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด โดยปีนี้เตรียมรับมอบเครื่องบินแอร์บัส เอ 380 ความจุ 500 ที่นั่ง โดยลำแรกจะเข้ามาเดือน ก.ย., พ.ย. และ ธ.ค. ตามลำดับ ซึ่งเส้นทางแรกที่จะเปิดให้บริการได้แก่ เส้นทางกรุงเทพฯแฟรงก์เฟิร์ต ประเทศเยอรมนี ส่วนเส้นทางอื่นๆ อยู่ระหว่างการพิจารณา
เชื่อว่านับจากนี้สังคมจะจับตาการจัดหาฝูงบินจำนวน 38 ลำ ของบริษัท การบินไทย อย่างเข้มข้น เพราะเชื่อว่าคนในชาติไม่ต้องการให้สายการบินแห่งชาติเกิดความผิดพลาดในการจัดหาเครื่องบิน ทั้งการซื้อเครื่องบินที่สูงกว่าราคากลางในตลาดและคู่แข่ง หรือการสั่งซื้อเครื่องบินไม่เหมาะสมกับเส้นทางการบิน จนต้องจอดเครื่องบินทิ้งไว้อย่างไร้ค่าเหมือนที่เคยเกิดขึ้นมาแล้ว







