
ชงครม.คุมเข้มบัตรเครดิต
ชงร่าง พ.ร.บ.บัตรเครดิต คุมเข้มธุรกิจบัตรเครดิต-คุ้มครองผู้ถือบัตร เข้า ครม.อังคารนี้
ชงร่าง พ.ร.บ.บัตรเครดิต คุมเข้มธุรกิจบัตรเครดิต-คุ้มครองผู้ถือบัตร เข้า ครม.อังคารนี้
การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 5 มิ.ย. นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง จะเสนอร่าง พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจบัตรเครดิต พ.ศ. ... ที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาแล้วให้ ครม.ให้ความเห็นชอบและเสนอรัฐสภาพิจารณาต่อไป
สำหรับสาระสำคัญร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ อยู่ที่ร่างมาตรา 11-25 ที่กำหนดหลักเกณฑ์ในการประกอบธุรกิจบัตรเครดิต เช่น การให้บริการแก่ผู้รับบัตร การกำกับดูแลการประกอบธุรกิจบัตรเครดิต และการให้บริการแก่ผู้รับบัตร อาทิ รูปแบบของเอกสารชี้ชวน สัญญาบัตรเครดิต ประเภทของบัตรเครดิต คุณสมบัติของผู้ถือบัตร อัตราวิธีการคิดดอกเบี้ย ค่าปรับ ค่าธรรมเนียม และค่าบริการอื่นๆ
นอกจากนี้ ยังกำหนดหน้าที่ของผู้ให้บริการบัตรเครดิตและการคุ้มครองผู้ถือบัตร เช่น 1.การกำหนดหลักเกณฑ์การรับเรื่องราวร้องทุกข์ของลูกค้า 2.ห้ามผู้ประกอบธุรกิจเรียกเก็บเงินก่อนวันครบกำหนดชำระตามสัญญา 3.ผู้ประกอบธุรกิจมีหน้าที่ให้ข้อมูลแก่ผู้ถือบัตรเกี่ยวกับการทุจริตและป้องกันมิให้ผู้อื่นนำข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ถือบัตรไปใช้โดยฉ้อฉล
ขณะที่ร่างมาตรา 7 กำหนดให้การประกอบธุรกิจบัตรเครดิตจะกระทำได้ต่อเมื่อได้รับใบอนุญาตจาก รมว.คลัง โดยความเห็นของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ร่างมาตรา 10 กำหนดให้การให้บริการแก่ผู้รับบัตรจะกระทำได้ต่อเมื่อได้รับอนุญาตจาก ธปท. ตามหลักเกณฑ์ที่ ธปท.ประกาศกำหนด โดยปัจจุบันยอดบัตรเครดิตทั้งประเทศมีอยู่ร่วม 14.9 ล้านราย
ทั้งนี้ ครม.มีมติเมื่อวันที่ 22 มิ.ย. 2553 อนุมัติหลักการร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว และดำเนินการตามขั้นตอน แต่ต่อมาสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีส่งร่าง พ.ร.บ.คืนกระทรวงการคลัง เนื่องจากมี พ.ร.ฎ.ยุบสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2554 จากนั้น ครม.มีมติเมื่อวันที่ 27 ก.ย. 2554 ให้ รมว.คลังถอนร่าง พ.ร.บ.กลับไปพิจารณาทบทวนอีกครั้ง







