
พฤษภาทมิฬทุนโลกวิกฤต
ตลาดหุ้น-เงินยูโร-น้ำมัน-ทองคำดิ่งเหว-ปัจจัยลบถล่มหนัก
ตลาดหุ้น-เงินยูโร-น้ำมัน-ทองคำดิ่งเหว-ปัจจัยลบถล่มหนัก
ส่งทายเดือน พ.ค. ตลาดทุนโลกปั่นป่วนหนัก หุ้นดิ่งเหว สินค้าโภคภัณฑ์ซบหนัก เหตุวิกฤตยุโรปลาม จีนชะลอตัว สหรัฐฟื้นตัวช้า
เศรษฐกิจโลกส่งสัญญาณร้ายรุนแรงเมื่อสิ้นสุดเดือน พ.ค. ทั้งตลาดหลักทรัพย์ ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ ค่าเงินยูโร ร่วงลงอย่างหนักทำสถิติสุดย่ำแย่ในรอบหลายเดือน หลังจากที่วิกฤตหนี้กลุ่มยูโรโซนเพิ่มความวิตกกังวลให้กับนักลงทุน ขณะที่เศรษฐกิจโลกยังเจอกับปัจจัยเสี่ยงหนักจากเศรษฐกิจจีนที่ชะลอตัวแรงเหนือความคาดหมาย
เมื่อสิ้นสุดเดือน พ.ค. ดัชนีเอสแอนด์พี 500 ของตลาดหุ้นวอลสตรีต ปรับลดลงไปรวมถึง 7% ขณะที่ดัชนีแนสแด็กก็ปรับตัวลงไปรวมแล้วถึง 6% นับเป็นเดือนที่ย่ำแย่ที่สุดในรอบ 2 ปีที่แล้ว ส่วนดัชนีรวมตลาดหุ้นรวมทั่วโลกนั้นก็ปรับลดลงรวมไปแล้วถึง 10%
สำหรับค่าเงินยูโรก็ต้องพบกับวิกฤตอย่างหนักจากสถานการณ์ที่ยังคงเสี่ยงหนักในวิกฤตหนี้ โดยเมื่อเทียบกับค่าเงินเหรียญสหรัฐนั้น ค่าเงินยูโรอ่อนค่าลงไปอยูที่ 1 ยูโรต่อ 1.2358 เหรียญสหรัฐ เป็นราคาที่อ่อนที่สุดในรอบ 23 เดือนทีเดียว
ขณะที่ราคาน้ำมันดิบเบรนต์ที่ตลาดลอนดอน ก็ร่วงลงหลุดระดับ 100 เหรียญสหรัฐต่อบาร์รลแล้ว ไปอยู่ที่ 99.60 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล โดยทั้งเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา ราคาน้ำมันดิบเบรนต์ร่วงลงไปทั้งสิ้นกว่า 15% ถือเป็นเดือนที่ย่ำแย่ที่สุดนับตั้งแต่เดือน ธ.ค. 2551
ด้านราคาน้ำมันดิบเบาที่ตลาดนิวยอร์ก ล่าสุดก็ปรับลดลงอีกไปอยู่ที่ 84.78 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เป็นราคาต่ำที่สุดนับตั้งแต่วันที่ 20 ต.ค. 2554
ทางด้านราคาทองคำในการซื้อขายที่ตลาดโคเม็กซ์อยู่ที่ 1,563 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ โดยรวมทั้งเดือน พ.ค. ลดลงไปแล้ว 6% ถือเป็นเดือน พ.ค. ที่แย่ที่สุดในรอบ 30 ปี และราคาทองแดงในตลาดโลกก็แย่ที่สุดในรอบ 5 เดือน ลงไปอยู่ที่ 7,438 เหรียญสหรัฐต่อตัน
นอกจากนั้น ยังเห็นได้ชัดว่าจากภาวะความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจยุโรปและเศรษฐกิจโลก ได้ส่งผลให้นักลงทุนแห่เข้าไปในตลาดพันธบัตรของสหรัฐที่มีความปลอดภัยมากกว่า ส่งผลให้ผลตอบแทนพันธบัตรระยะ 10 ปี ของสหรัฐลดต่ำลงเป็นประวัติการณ์ไปอยู่ที่ระดับราว 1.6% ซึ่งถือว่าเป็นระดับต่ำมากที่สุดในรอบ 60 ปี เช่นเดียวกับพันธบัตรรัฐบาลเยอรมนี ชาติที่มีเศรษฐกิจแข็งแกร่งที่สุดของกลุ่มยูโรโซน ก็ลดต่ำลงทำสถิติใหม่ที่ 1.25%
สำหรับผลตอบแทนของพันธบัตรสเปนระยะ 10 ปีนั้น ก็พุ่งขึ้นสูงเป็นประวัติการณ์ไปแตะที่ 6.79% แล้ว หลังจากที่วิกฤตหนี้ในสเปนกำลังส่งสัญญาณร้ายมากที่สุด โดยเฉพาะปัญหาในภาคธนาคารจน ทำให้สเปนอาจจะเป็นชาติที่ 2 ต่อจากกรีซที่จะต้องเข้ารับความช่วยเหลือจากส่วนกลางของยุโรปอีกด้วย
“มีปัจจัยความไม่มั่นคงมากมายในโลก และในสัปดาห์ที่ผ่านมาก็มีสัญญาณที่บ่งชี้ให้เห็นถึงความเปราะบางที่ผมคิดว่าปัจจัยเหล่านี้จะไม่สิ้นสุดในเร็ววันนี้แน่นอน” ดอน สไตน์บรูกก์ ผู้จัดการบริษัทลงทุนเอจครอฟต์ในเวอร์จิเนีย ให้ความเห็น







