
วิกฤตยุโรปสะเทือนเออีซีกูรูเชื่อรวมตัวกันล่าช้าแน่
กูรูเศรษฐกิจ หวั่นปัญหายุโรปซ้ำรอยวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ จนอาจฉุดการรวมตัวประเทศอาเซียนล่าช้า
กูรูเศรษฐกิจ หวั่นปัญหายุโรปซ้ำรอยวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ จนอาจฉุดการรวมตัวประเทศอาเซียนล่าช้า
นายไท ฮุย หัวหน้าฝ่ายวิจัยเศรษฐกิจระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) และเอเชีย ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด กล่าวว่า ปีนี้เศรษฐกิจเอเชียจะต้องเผชิญกับความเสี่ยงใน 3 ด้าน คือ วิกฤตการเงินในยุโรป การชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน และเศรษฐกิจสหรัฐที่เปราะบาง อย่างไรก็ตามคาดว่าจีนจะรักษาระดับการค้าไว้ได้ ขณะที่สหรัฐน่าจะทรงตัวไปจนถึงการเลือกตั้งใหญ่ แต่ประเด็นที่น่ากังวลที่สุดคือปัญหาเศรษฐกิจยุโรปที่มีสัญญาณเสื่อมถอยอย่างชัดเจน
ทั้งนี้ จากการทำแบบจำลองวิกฤตการเงินของธนาคารในกรณีเลวร้ายที่สุด พบว่า หากกรีซหลุดออกจากสหภาพยุโรป (อียู) ผลกระทบจะรุนแรงเทียบเท่ากับแฮมเบอร์เกอร์ ไครซิส ในกรณีดีที่สุดคือกรีซไม่หลุดจากอียูและปัญหาคลี่คลาย เศรษฐกิจจะกลับมาฟื้นตัวได้อีกครั้งในช่วงครึ่งหลัง
“หากเกิดปัญหาในยุโรปขึ้น อาจส่งผลกระทบต่อการรวมตัวเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ล่าช้าออกไป เพราะแต่ละประเทศคงต้องเลือกดูแลตัวเองก่อน” นายไท กล่าว
สำหรับเศรษฐกิจไทย มองว่า มีความเสี่ยงในระยะสั้นไม่ต่างจากภูมิภาค คือผลกระทบจากยุโรป แต่ในระยะยาวยังมีความกังวลด้านเสถียรภาพทางการเมือง ซึ่งเป็นโจทย์สำคัญที่ต้องระวังไม่ให้เกิดความรุนแรงขึ้น เนื่องจากช่วง 4 ปีที่ผ่านมาปัญหาการเมืองได้ส่งผลกระทบภาคธุรกิจกับเศรษฐกิจไทยมาโดยตลอด อย่างไรก็ตามเชื่อว่าการที่ไทยมีรัฐบาลเสียงข้างมากจะช่วยให้นโยบายต่างๆ เป็นไปอย่างต่อเนื่อง
นายโอมาร์ โลธิ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Abraaj Capital Asia, Singapore กล่าวว่า ขณะนี้มีความเสี่ยงที่ปัญหาวิกฤตการเงินในยุโรปอาจส่งผลให้การรวมตัวของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนล่าช้าออกไปจากปี 2558 เนื่องจากสมาชิกจะเลือกปกป้องผลประโยชน์ของประเทศในระยะสั้นมากกว่ามองถึงการรวมตัวในระยะยาว







