
ทัวร์ต่างชาติจับตาการเมืองไทยเดือด
แอตตาชี้เอเย่นต์ทัวร์ จีน เกาหลี ญี่ปุ่น จับตาการเมืองไทยเดือด ระบุม็อบกระทบภาพลักษณ์ท่องเที่ยว หวั่นยืดเยื้อปลายปีเดี้ยง ด้านททท.สั่งการ 27 สำนักงานทั่วโลกจับตา เชื่อเอาอยู่
แอตตาชี้เอเย่นต์ทัวร์ จีน เกาหลี ญี่ปุ่น จับตาการเมืองไทยเดือด ระบุม็อบกระทบภาพลักษณ์ท่องเที่ยว หวั่นยืดเยื้อปลายปีเดี้ยง ด้านททท.สั่งการ 27 สำนักงานทั่วโลกจับตา เชื่อเอาอยู่
นายศิษฎิวัชร ชีวรัตนพร นายกสมาคมไทยธุรกิจท่องเที่ยว (แอตตา) เปิดเผยว่า ขณะนี้บริษัททัวร์ต่างประเทศ จากสาธารณรัฐประชานจีน เกาหลี ญี่ปุ่น โทรศัพท์สอบถามสถานการณ์การเมืองไทยในการประชุมสภาร่างพระราชบัญญัติปรองดอง และการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย(เสื้อเหลือง) และกลุ่มเสื้อหลากสีอย่างต่อเนื่องตลอด 2-3 วันที่ผ่านมา เพื่อประเมินเหตุการณ์ก่อนตัดสินใจจำหน่ายแพ็กเกจทัวร์เส้นทางประเทศไทย รวมถึงตอบคำถามนักท่องเที่ยว
ทั้งนี้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวไทย หากการชุมนุมรอบนี้มียืดเยื้อและเกิดเหตุความรุนแรงจนมีผู้เสียชีวิตเกิดขึ้นอีกครั้ง จะทำให้ภาพรวมการท่องเที่ยวช่วงครึ่งปีหลังได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวมที่มีความอ่อนไวอย่าง ตลาดจีน เกาหลี ญี่ปุ่น และตลาดระยะใกล้ ที่สามารถยกเลิกการเดินทางได้ทันที
อย่างไรก็ตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้นสามารถยุติลงอย่างรวดเร็ว การท่องเที่ยวของประเทศไทยจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ซึ่งขณะนี้ต้องจับตาความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะวันที่ 6 มิ.ย.ที่จะถึงนี้ ซึ่งรัฐบาลจะมีการพิจาณาร่างกฎหมายปรองดอง
“เบื้องต้นยังไม่มีนักท่องเที่ยวตลาดไหนยกเลิกการเดินทาง แต่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดว่าจะเกิดเหตุการณ์ใดบ้าง หากมีความรุนแรงเกิดขึ้น นักท่องเที่ยวจะลดลงทันที เพราะการท่องเที่ยวเป็นเรื่องของความรู้สึก หากรู้สึกไม่ปลอดภัยนักท่องเที่ยวจะเลือกไปเที่ยวเส้นทางอื่นแทน”นายศิษฎิวัชร กล่าว
นายสุรพล เศวตเศรนี ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ททท.ได้สั่งการให้สำนักงานททท. 27 สำนักทั่วโลก รายงานสถานการณ์การท่องเที่ยว ซึ่งขณะนี้สัญญาณการเดินทางของนักท่องเที่ยวต่างชาติยังเป็นปกติ และยังไม่มีนักท่องเที่ยวชาติไหนสอบถามเข้ามาถึงเรื่องดังลก่าว เพราะนักท่องเที่ยวมีความรู้ความเข้าใจถึงการแสดงออกทางประชาธิปไตย ซึ่งมองว่าจะไม่กระทบต่อภาพรวมการท่องเที่ยวไทยบในขณะนี้
อย่างไรก็ตามททท.ได้เตรียมติดตามสถานการณ์ พร้อมประเมินผลผ่าศูนย์ปฏิบัติการวางแผนการท่องเที่ยวและ ศูนย์ปฏิบัติการในภาวะวิกฤต(ศวก.) อย่างใกล้ชิด พร้อมตั้งสมมติฐานไว้ 3 ระดับ กรณีเกิดเหตุการณ์ พร้อมแนวทางการแก้ไขปัญหาในแต่ละระดับ ได้แก่ ได้รับผลกระทบน้อย ได้รับผลกระทบมาก และไม่มีผลกระทบอะไรเลย
นายสมชาย ชมภูน้อย ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคกลาง ททท. เปิดเผยว่า ททท.ได้ใช้งบประมาณจำนวน 61 ล้านบาท จัดงานเทศกาลเที่ยวเมืองไทย ระหว่างวันที่ 6-10 มิ.ย. บริเวณชาเลนเจอร์ 1-3 เมืองทองานี เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวช่วงครึ่งปีหลัง ผ่านแนวคิด เที่ยวเทรนด์ใหม่ มหัศจรรย์เมืองไทย โดยในปีนี้ได้นำผูประกอบการทัวร์ร่วมออกบูญจำหน่ายแพ็กเกจทัวร์ ราคาพิเศษ กว่า 800 บูธให้นักท่องเที่ยวเลือกเดินทาง การนำสินค้าทางการท่องเที่ยว ทั้ง 5 ภูมิภาคของประเทศ ศิลปวัฒนธรรม ร่วมนำเสนอด้วย ซึ่งคาดว่าจะมีผู้เข้าชมงานกว่า 2 แสนคน รายได้สะพัด 300 ล้านบาท และจะมีเงินสะพัดลงสู่ภาคการท่องเที่ยวตามมาหลังการจัดงาน 2,000-3,000 ล้านบาท







