posttoday
‘วีนิไทย’ทุ่ม7.2พันล้านบุกจีน

‘วีนิไทย’ทุ่ม7.2พันล้านบุกจีน

31 พฤษภาคม 2555

ผลิตสารECHหวังกำไร17%บัวหลวงเชียร์กลุ่มปิโตรเคมี

ผลิตสารECHหวังกำไร17%บัวหลวงเชียร์กลุ่มปิโตรเคมี

“วีนิไทย” บุกตลาดจีน ทุ่มลงทุน 7,200 ล้าน ผลิตสาร ECH รับผลตอบแทนสูงกว่า 17% บล.บัวหลวง แนะซื้อหุ้นปิโตรเคมี

นายบรูโน ฟาน เดอร์ วีเลน กรรมการผู้จัดการ บริษัท วีนิไทย (VNT) เปิดเผยว่า คณะกรรมการบริษัทมีมติให้ลงทุนในโครงการผลิตและจำหน่ายสาร Epichorohydrin (ECH) ในประเทศจีน กำลังผลิต 1 แสนตันต่อปี คิดเป็นมูลค่าลงทุนรวม 7,200 ล้านบาท โดยโครงการดังกล่าวจะดำเนินการโดย บริษัท Solvay Biochemicals (Taixing) ซึ่งเป็นบริษัทที่จดทะเบียนในประเทศจีน

ทั้งนี้ บริษัทจะจัดตั้งบริษัทย่อยในสิงคโปร์เพื่อเข้าซื้อเงินลงทุนทั้งหมดของ Solvay Biochemicals (Taixing) จากบริษัท Solvay Chermicals and Plastics Holding B.V. คิดเป็นมูลค่า 1,000 ล้านบาท และจะเข้าทำสัญญาให้ใช้สิทธิบัตร เทคโนโลยี และบริการให้ความช่วยเหลือทางเทคนิค มูลค่า 1,500 ล้านบาท รวมมูลค่าเงินลงทุนเบื้องต้น 2,500 ล้านบาท ส่วนที่เหลืออีก 4,700 ล้านบาท เป็นค่าใช้จ่ายในการก่อสร้าง จัดหาเครื่องจักรอุปกรณ์ มูลค่าที่ดิน และเงินทุนหมุนเวียน ส่วนเงินลงทุนจะมาจากกระแสเงินสด เงินกู้จากธนาคารในประเทศและต่างประเทศ

“การลงทุนนี้จะเป็นการขยายกำลังผลิต ECH ออกไปยังฐานผลิตในจีน ซึ่งจะช่วยให้บริษัทขยายฐานลูกค้าให้ครอบคลุมถึงลูกค้าในจีน ซึ่งมีความต้องการใช้สาร ECH คิดเป็นสัดส่วนสำคัญเมื่อเทียบกับความต้องการของโลก โดยคาดว่าจะได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนในอัตราที่มากกว่า 17% ซึ่งสูงกว่าโครงการที่ผ่านมา และคาดว่าโครงการนี้จะผลิตเชิงพาณิชย์ได้ในช่วงกลางปี 2557” นายวีเลน เปิดเผย

ด้านบริษัทหลักทรัพย์เมย์แบงก์กิมเอ็ง เชื่อว่า VNT จะจัดหาเงินกู้เพื่อนำมาลงทุนโครงการนี้ได้ เพราะบริษัทมีอัตราหนี้สินต่อทุนเพียง 0.1 เท่า แต่การลงทุนครั้งนี้ใช้เงินทุนสูงกว่าโครงการ ECH กำลังผลิตเท่ากันในไทย ที่ใช้เงินลงทุน 5,750 ล้านบาท และมีการใช้เงินลงทุนอีก 2,250 ล้านบาท เพื่อขยายกำลังผลิตคลอรีนและโซดาไฟ ดังนั้นเฉพาะการก่อสร้างโรงงานผลิต ECH ครั้งนี้จะสูงกว่าครั้งที่ผ่านมา 25.2% ซึ่งน่าจะเป็นผลจากต้นทุนก่อสร้างและอุปกรณ์ที่แพงขึ้น

อย่างไรก็ตาม ผลตอบแทนของโครงการดังกล่าวสูงกว่าโครงการในประเทศไทยที่อยู่ประมาณ 15% ส่วนหนึ่งเกิดจากราคาผลิตภัณฑ์ ECH ในปัจจุบันสูงกว่าในปี 2552 ค่อนข้างมาก ขณะที่ราคาวัตถุดิบหลัก ได้แก่ กลีเซอรีน อยู่ในระดับไม่แตกต่างกัน

เมย์แบงก์กิมเอ็ง ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” VNT ให้เป้าหมาย 20 บาท จากแนวโน้มการเติบโตของโครงการในปัจจุบันที่จะช่วยผลักดันกำไรปี 25552556 ส่วนโครงการลงทุนในจีนยังมีข้อมูลจำกัด จึงยังไม่ได้รวมไว้ในประมาณการ

นักวิเคราะห์ บล.บัวหลวง ยังคงให้น้ำหนักหุ้นปิโตรเคมีมากกว่าตลาด เพราะส่วนต่างราคาวัตถุดิบและราคาขายปิโตรเคมีปลายน้ำ หรือราคาเอ็มอีจี และพีวีซี ยังแข็งแกร่งเช่นเดียวกับต้นทุนวัตถุดิบ โดยเฉพาะเอทิลีนที่ลดลงมากกว่าราคาขายเป็นตัวผลักดัน

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ