
ตปท.ซื้อตราสารหนี้-หุ้น
ต่างชาติเดินหน้าซื้อหุ้นตราสารหนี้หนักมือ จับตา ธปท.ส่งสัญญาณลดดอกเบี้ย กดเงินบาทอ่อนยวบ กระตุ้นทุนนอกไหลออก
ต่างชาติเดินหน้าซื้อหุ้นตราสารหนี้หนักมือ จับตา ธปท.ส่งสัญญาณลดดอกเบี้ย กดเงินบาทอ่อนยวบ กระตุ้นทุนนอกไหลออก
นักลงทุนต่างชาติยังคงซื้อตราสารหนี้ไทยหนักมือ 6,830 ล้านบาท และเก็บหุ้นติดต่อเป็นวันที่สอง จำนวน 963 ล้านบาท ท่ามกลางแรงขายของพอร์ตโบรกเกอร์ถึง 1,061 ล้านบาท กดดันให้ดัชนีทรุดลงแรง 15.03 จุด หรือ 1.30% ปิดที่ระดับ 1,138.63 จุด
มาร์เก็ตติง กล่าวว่า ดัชนีหุ้นไทยร่วงลงแรงตั้งแต่เปิดการซื้อขาย ซึ่งเป็นไปตามตลาดหุ้นเอเชีย แต่แรงขายออกมาหนักขึ้นในช่วงบ่าย หลังจากตลาดหุ้นยุโรปเปิดมาแดงเถือก และดัชนีดาวโจนส์ล่วงหน้าก็ปรับตัวลงมากเช่นกัน
ทั้งนี้ เป็นเพราะสเปนมีปัญหามากขึ้น และรัฐบาลจีนจะไม่มีการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่ ทำให้นักลงทุนผิดหวังขายสินทรัพย์เสี่ยงออกมา และหันไปถือครองเงินเหรียญสหรัฐ จนกดดันให้ค่าเงินยูโรอ่อนตัวที่สุดในรอบกว่า 20 เดือน ส่วนเงินบาทก็อ่อนตัวลงในรอบ 4 เดือน เงินหยวนอ่อนสุดในรอบ 5 เดือน ทางด้านราคาทองคำในประเทศลดลงภายในวันเดียวถึง 250 บาท
นายพงศ์ภัทร สิริพิพัฒน์ ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) กล่าวว่า นอกจากปัจจัยต่างประเทศแล้ว การส่งสัญญาณของนายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ว่าอาจจะปรับลดดอกเบี้ยนโยบายลง หากปัญหายุโรปมีความรุนแรงยิ่งขึ้น จากก่อนหน้าที่ยืนกรานว่าจะไม่ลดดอกเบี้ยลง ทำให้ค่าเงินบาทอ่อนตัวลงแรงมากในวันที่ 30 พ.ค. หากค่าเงินบาทอ่อนลงมากๆ อาจจะเป็นปัจจัยกดดันให้ต่างชาติขายหุ้นไทยออกมามาก เพื่อปิดความเสี่ยงเรื่องขาดทุนค่าเงิน
“เดือน พ.ค.นี้ เงินบาทอ่อนตัวลงมามากเกือบ 4% ซึ่งมีนัยสำคัญต่อผลตอบแทนจากการลงทุน” นายพงศ์ภัทร กล่าว
นายสุกิจ อุดมศิริกุล ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน สายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ บล.ไทยพาณิชย์ ให้ความเห็นว่าดัชนีหุ้นไทยหลุดแนวรับที่สำคัญ 1,140 จุด คาดว่าวันนี้ยังมีแนวโน้มลดลงแต่ไม่มาก โดยมีแนวรับสำคัญที่ 1,130 จุด
ทางด้านตลาดอนุพันธ์ระหว่างวันที่ 2829 พ.ค.ที่ผ่านมา ต่างชาติกลับมียอดซื้อสุทธิในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า SET50 Index Furtures จำนวน 2,895 สัญญา และ 1,482 สัญญา ตามลำดับ และเมื่อวันที่ 30 พ.ค. นักลงทุนต่างชาติกลับมามียอดขายสุทธิเป็นจำนวน 825 สัญญา
“ต่างชาติน่าจะเป็นการซื้อเพื่อปิดสถานะที่ได้ทำการขายล่วงหน้า (ชอร์ต) ซึ่งได้ทยอยเปิดสถานะไว้ตั้งแต่ต้นเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา จนมียอดสะสมประมาณกว่า 1 หมื่นสัญญา เมื่อดัชนีหุ้นลดลงจึงมีการขายทำกำไรเพื่อปิดสถานะ จึงไม่ได้สะท้อนว่าดัชนีหุ้นจะกลับทิศทางเป็นขาขึ้น” นายสุกิจ กล่าว
สำหรับการลงทุนผ่าน NVDR ของต่างชาตินั้นเริ่มเห็นการซื้อเกิดขึ้น เช่น การซื้อหุ้นธนาคารกสิกรไทย (KBANK) ซื้อบริษัท ปตท. (PTT) จำนวน 116.9 ล้านบาท จากที่ขายอยู่ 463 ล้านบาท และซื้อหุ้นบริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (PTTEP) ติดต่อกัน 3 วัน ตั้งแต่วันที่ 2529 พ.ค. รวม 27.5 ล้านบาท
ขณะเดียวกัน NVDR ยังขายต่อเนื่องในหุ้นบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร (CPF) และบริษัท ไทยออยล์ (TOP)







