
เปิดโพยราคาที่ดินสูงสุด-ต่ำสุดทั่วประเทศ
หากท่านพอจะจำกันได้ ทุกๆ 3 ปี กรมธนารักษ์จะต้องเผยราคาประเมินที่ดินใหม่ อย่างล่าสุดในวันที่ 1 ก.ค. 2555 ที่จะถึงนี้ ก็มีการเตรียมประกาศบังคับใช้ราคาประเมินที่ดินใหม่รอบบัญชีปี 2555-2558 หลังจากที่เลื่อนมากว่า 6 เดือน เนื่องจากเหตุอุทกภัยอย่างที่ทุกคนทราบกันดี
หากท่านพอจะจำกันได้ ทุกๆ 3 ปี กรมธนารักษ์จะต้องเผยราคาประเมินที่ดินใหม่ อย่างล่าสุดในวันที่ 1 ก.ค. 2555 ที่จะถึงนี้ ก็มีการเตรียมประกาศบังคับใช้ราคาประเมินที่ดินใหม่รอบบัญชีปี 2555-2558 หลังจากที่เลื่อนมากว่า 6 เดือน เนื่องจากเหตุอุทกภัยอย่างที่ทุกคนทราบกันดี
โดยภาพรวมทั้งประเทศ หากเปรียบเทียบกับราคาประเมินที่ดินรอบบัญชีปี 2551-2554 จะเห็นว่า มีการเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นเฉลี่ยอยู่ที่ 21.34% เฉพาะพื้นที่กรุงเทพฯ 17.13% และภูมิภาค 21.40% เมื่อแยกเป็นรายภาค พบว่า ภาคใต้มีการเปลี่ยนแปลงสูงสุดที่ 32.25% ภาคตะวันออก 26.04% ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 22.58% ภาคเหนือ 14.84% ภาคตะวันตก 15.55% และภาคกลาง 12.90%
ก่อนจะไปทราบราคาประเมินที่ดินใหม่ว่าบริเวณใดของจังหวัดไหนแพงลิบลิ่ว วันนี้ผมขอสวนทางพูดถึงที่ดินที่มีราคาถูกแสนถูกก่อน เพราะไม่น่าเชื่อเลยครับ ว่าในประเทศไทยจะยังมีราคาที่ดินที่ถูกขนาดนี้หลงเหลืออยู่
สาเหตุที่ราคาถูก เพราะส่วนใหญ่มักมีลักษณะเป็นที่ดินตาบอด หรือไม่มีทางเข้าออก ราคาประเมินจึงค่อนข้างต่ำ และไม่มีการเคลื่อนไหวมากนัก
จากการเก็บข้อมูลของกรมธนารักษ์ทั่วประเทศในรอบล่าสุดนี้ พบว่าราคาประเมินที่ดินราคาต่ำสุดในประเทศอยู่ที่ราคาตารางวาละ 10 บาท คือ อ.บ้านไร่ จ.อุทัยธานี และที่ อ.ดอยหล่อ แม่แจ่ม และกัลยาณิวัฒนา ของ จ.เชียงใหม่
และหากจะพูดถึงเขตพื้นที่ของกรุงเทพฯ ก็มาตกอยู่ที่ “เขตบางขุนเทียน” ซึ่งเป็นที่ดินบริเวณชายทะเล ราคาอยู่ที่ตารางวาละ 500 บาท ครับ
ทีนี้ลองมาไล่ดูราคาต่ำสุดของแต่ละภูมิภาค เริ่มจาก “ภาคตะวันตก” สตาร์ตราคาตารางวาละ 20 บาท ที่ อ.สังขละบุรี และ อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี
“ภาคใต้” ที่ราคาตารางวาละ 25 บาท ที่ อ.เบตง จ.ยะลา
“ภาคตะวันออก” ราคาตารางวาละ 25 บาท มี 2 จังหวัด คือ อ.ขลุง อ.สอยดาว จ.จันทบุรี และ 2 อำเภอของ จ.สระแก้ว คือ อ.ตาพระยา อ.โคกสูง
“ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ” ราคาตารางวาละ 25 บาท มี 2 จังหวัด ประกอบด้วย 4 อำเภอ ของ จ.มุกดาหาร (อ.เมือง นิคมคำสร้อย คำชะอี และดงหลวง) และ 2 อำเภอ ของ จ.อุบลราชธานี (อ.ศรีเมืองใหม่ และกุดข้าวปุ้น)
วกกลับมาพูดถึงราคาประเมินที่แพงลิบลิ่วกันบ้าง ผมว่าคำตอบนี้ทุกท่านคงเดาได้ไม่ยาก เพราะหนีไม่พ้นย่านใจกลางเมืองกรุงที่แชมป์เก่ากลับมาทวงตำแหน่ง คือ “ถนนสีลม” จากแยกศาลาแดงแยกนราธิวาสราชนครินทร์ ราคาตารางวางละ 8.5 แสนบาท (เพิ่มขึ้น 31% จากเดิมตารางวาละ 6.5 แสนบาท)
ขณะที่ “ถนนราชดำริ” ตั้งแต่แยกราชประสงค์คลองแสนแสบ และ “ถนนพระรามที่ 1” ตั้งแต่แยกปทุมวันแยกราชประสงค์ ราคาตารางวางละ 8 แสนบาท (เดิมตารางวาละ 3.5 แสนบาท)
ตลอดสายของ “ถนนเพลินจิต” ขยับเพิ่มเป็นตารางวาละ 8 แสนบาท (เดิมตารางวาละ 4.3 แสนบาท)
“ถนนราชดำริ” จากแยกศาลาแดงแยกราชประสงค์ ราคาตารางวาละ 7 แสนบาท (เดิมตารางวาละ 3.5 แสนบาท) และสุดท้าย
“ถนนเยาวราช” ตลอดสาย ราคาตารางวาละ 7 แสนบาท (เดิมตารางวาละ 5.5 แสนบาท)
ในต่างจังหวัดที่ดินราคาขยับแพงสูงสุด คือ “ภาคใต้” ราคาตารางวาละ 4 แสนบาท ที่ถนนนิพัทธ์อุทิศ 3 ถนนประชาธิปัตย์ และถนนเสน่หานุสรณ์ ใน อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา
“ภาคเหนือ” ราคาตารางวาละ 2.5 แสนบาท ติดถนนวิชยานนท์ อ.เมือง จ.เชียงใหม่
“ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ” ราคาตารางวาละ 2 แสนบาท ติดถนนศรีจันทร์ อ.เมือง จ.ขอนแก่น
“ภาคกลาง” ราคาตารางวาละ 1.5 แสนบาท ใน 2 จังหวัด คือ นนทบุรี ติดถนนงามวงศ์วาน และ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ
“ภาคตะวันออก” ราคาตารางวาละ 1.5 แสนบาท บริเวณถนนเลียบหาดพัทยา (ถนนพัทยาสาย 1) อ.บางละมุง จ.ชลบุรี
“ภาคตะวันตก” ราคาตารางวาละ 1.5 แสนบาท เป็นที่ดินติดชายทะเล อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์
เมื่อทราบข้อมูลกันขนาดนี้แล้ว หากสนใจจะซื้อหาที่ดินราคาสูงสุด ต่ำสุด หรือราคากลางๆ ก็ขึ้นอยู่กับทุนทรัพย์ของท่านแล้วละครับ แต่หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติมลองปรึกษากรมธนารักษ์ดูนะครับ จะได้ไม่ผิดพลาด แล้วครั้งหน้าหากมีอะไรดีๆ ผมไม่พลาดจะมาอัพเดตให้ทุกท่านทราบแน่นอนครับ







