
อินทัชพร้อมบุกดิจิตอล
อินทัชผลัดสู่ยุคดิจิตอล พร้อมประมูลไลเซ่นส์ 3 ช่อง-3จี 15 เมกะเฮิร์ตซ เปิดทางบริษัทไทย-ต่างชาติร่วมเวนเจอร์ แคปิตอล
อินทัชผลัดสู่ยุคดิจิตอล พร้อมประมูลไลเซ่นส์ 3 ช่อง-3จี 15 เมกะเฮิร์ตซ เปิดทางบริษัทไทย-ต่างชาติร่วมเวนเจอร์ แคปิตอล
นายสมประสงค์ บุญยะชัย ประธานกรรมการบริหารกลุ่ม อินทัช เปิดเผยว่า แผนการลงทุนใหญ่ที่จะเกิดขึ้นครึ่งปีหลัง จะมี 2 โครงการใหญ่ คือ การประมูลใบอนุญาต หรือ ไลเซ่นส์ ทีวีดิจิตอลประเภทช่องรายการจำนวน 3 ช่อง และการประมูลไลเซ่นส์ 3 จี คลื่น 2.1 กิกะเฮิร์ตซ จำนวน 15 เมกะเฮิร์ตซ เพื่อเตรียมเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิตอลทั้งหมด
ทั้งนี้ วางงบการลงทุนเบื้องต้นไว้ที่ 5 หมื่นล้านบาทใน 3 ปีสำหรับการประมูลไลเซ่นส์ 3 จี ซึ่งเป็นงบเดิมที่วางไว้ และพร้อมกู้ใหม่หากต้องการวงเงินเพิ่ม ส่วนการประมูลช่องทีวีดิจิตอล ต้องรอรายละเอียดที่ชัดเจนจากคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และ กิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช.แต่คาดว่าจะใช้งบลงทุนประมาณ 2,000-3,000 ล้านบาทต่อช่อง
สำหรับการประมูลไลเซ่นส์ทีวีดิจิตอลนั้น เพราะเห็นว่าเป็นธุรกิจสำคัญที่จะช่วยต่อยอดกับธุรกิจที่มีอยู่ในเครือ ไม่ว่าจะเป็น บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือ เอไอเอส บริษัท ไทยคม รวมถึงเคยมีประสบการณ์จากช่องไอทีวีก่อนหน้านี้ โดยการให้บริการจะมุ่งเน้นคอนเทนต์หลัก คือ ข่าว กีฬา ละคร เกมโชว์ ซึ่งเป็นคอนเทนต์ที่ได้รับความนิยมในปัจจุบันและยังคงอยู่ในกระแสอย่างต่อเนื่องในอนาคต
นอกจากนี้ ยังได้เปิดรับนักพัฒนารายย่อยให้มาร่วมทุนในรูปแบบ เวนเจอร์ แคปิตอล โดยจะร่วมทุนกับบริษัทรายละ 5 ล้านบาทขึ้นไป วางงบสำหรับโครงการนี้ที่ 200 ล้านบาท โดยเน้นผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในธุรกิจเทคโนโลยีสารสนเทศ มีเดีย โทรคมนาคม และ ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับกลุ่มอินทัช เช่น ผู้ผลิตรายการโทรทัศน์ เป็นต้น
นายสมประสงค์ กล่าวว่า โครงการ เวนจอร์ แคปิตอล เป็นโครงการที่จะช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจไทยเพิ่มขึ้น และทำให้ผู้บริโภคได้รับบริการที่หลากหลาย โดยอินทัชจะทำหน้าที่เป็นผู้ลงทุนเท่านั้น ไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวและ กำหนดรูปแบบการบริหาร เพื่อให้ผู้ประกอบการมีอิสระในเรื่องนี้มากขึ้น
ขณะที่การประมูลไลเซ่นส์ 3 จี ที่เบื้องต้นราคาไลเซ่นส์จะอยู่ที่ใบละ 4,300 ล้านบาท ทางกลุ่มอินทัชไม่มีปัญหาในเรื่องนี้แต่อย่างใด เนื่องจากเป็นราคาที่ใกล้เคียงกับการประมูลครั้งที่แล้วที่เริ่มต้น 1.25 หมื่นล้านบาทต่อ 15 เมกะเฮิร์ตซ และมีการคาดว่าราคาจะเพิ่มสูงขึ้นเป็น 1.5 หมื่นล้านบาท ดังนั้น ราคาดังกล่าวจึงเป็นราคาที่มื่สูงกว่าที่ประมาณการณ์ไว้
อย่างไรก็ตาม การที่ทางอินทัชจะประมูลที่ 15 เมกะเฮิร์ตซ แม้กสทช. จะกำหนดสูงสุดที่ 20 เมกะเฮิร์ตซ เนื่องจากเห็นว่าความถี่ 15 เมกะเฮิร์ตซเพียงพอต่อการให้บริการ และการประมูลคลื่นมาก ก็จะทำให้การลงทุน 3 จี มีต้นทุนสูงขึ้นตามไปด้วยเช่นกัน







