
ฟันจิรายุทธเอื้อทรู
อนุฯปปช.สรุปเตรียมเสนอชุดใหญ่ปธ.อนุฯกสทช.ป่วนขอแก้คำตัดสิน
อนุฯปปช.สรุปเตรียมเสนอชุดใหญ่ปธ.อนุฯกสทช.ป่วนขอแก้คำตัดสิน
คณะอนุฯ ป.ป.ช. เคาะแจ้งข้อกล่าวหา “จิรายุทธ” ผิดมาตรา 157 เอื้อสัญญาทรูฯ 3จี ก่อนสรุปส่งชุดใหญ่ มิ.ย. ด้านคณะอนุฯ กสทช. เสียงแตกไม่ฟันทรูฯ
นายเมธี ครองแก้ว กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการตรวจสอบสัญญา 3จี ระหว่างบริษัท กสท โทรคมนาคม และกลุ่ม ทรู คอร์ปอเรชั่น เปิดเผยว่า ทางคณะอนุกรรมการสรุปแจ้งข้อกล่าวหาต่อ นายจิรายุทธ รุ่งศรีทอง อดีตกรรมการผู้จัดการใหญ่ กสทฯ เพียงรายเดียว จากการที่เป็นผู้มีส่วนสำคัญที่ทำให้สัญญานี้เกิดขึ้น
ทั้งนี้ การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายไม่ปฏิบัติตามมาตรา 157 แห่งประมวลกฎหมายอาญา คือการที่เจ้าหน้าที่ของรัฐละเว้นหรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือทุจริต ซึ่งนายจิรายุทธได้ส่งทนายมารับทราบข้อกล่าวหาแล้ว หลังจากนี้ ป.ป.ช.จะเปิดให้ชี้แจงภายใน 15 วัน และหากนายจิรายุทธกล่าวพาดพิงหรือซัดทอดไปยังบุคคลที่ 3 คณะอนุฯ ป.ป.ช. ก็จะแจ้งข้อกล่าวหาต่อบุคคลนั้นเพิ่มเช่นกัน แต่หากไม่มีการแจ้งเพิ่มเติม จะเร่งสรุปเพื่อส่งบอร์ดชุดใหญ่พิจารณาในเดือน มิ.ย.นี้
นายจิรายุทธ อดีตกรรมการผู้จัดการใหญ่ กสทฯ กล่าวว่า ได้รับหนังสือเชิญให้ไปรับทราบข้อกล่าวหาของ ป.ป.ช.จริง ซึ่งได้ส่งทนายส่วนตัวไปรับทราบข้อกล่าวหาแทน และยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดของข้อกล่าวหาใดๆ ได้ เนื่องจากต้องรอทนายก่อน
นายกิตติศักดิ์ ศรีประเสริฐ กรรมการผู้จัดการใหญ่ กสทฯ กล่าวว่า การประชุมบอร์ด กสทฯ ที่จะเกิดขึ้นในเดือน มิ.ย.นี้ กสทฯ จะหารือแนวทางที่ น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือไอซีที ต้องการให้ กสทฯ ทำหนังสือแจ้งไปยังกลุ่มทรูฯ เพื่อยุติการขยายโครงข่าย 3จี เพิ่มเติม เนื่องจากขณะนี้ค่อนข้างชัดเจนว่าสัญญาดังกล่าวไม่ถูกต้องตามกฎหมาย โดยเฉพาะมาตรา 46 พ.ร.บ. กสทช. ที่ห้าม กสทฯ โอนสิทธิการบริหารโครงข่ายให้ผู้อื่น ดังนั้นกลุ่มทรูฯ ไม่ควรดำเนินการใดๆ ต่ออีก
“ไม่ว่าจะเป็นแนวทางใด กสทฯ จะคำนึงถึงลูกค้าผู้ใช้บริการเป็นหลักอยู่แล้ว จึงต้องการให้เกิดการพูดคุยกันมากกว่าที่จะตัดสินร้ายแรง ซึ่งไม่ส่งผลดีต่ออุตสาหกรรม และ กสทฯ กำลังพยายามเจรจากับทางทรูฯ เพื่อหาทางออก ร่วมกันอย่างประนีประนอมที่สุด” นายกิตติศักดิ์ กล่าว
ขณะที่คณะอนุกรรมการตรวจสอบสัญญา 3จี ของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. เลื่อนการส่งผลสรุปไปเป็นวันที่ 31 พ.ค. จากเดิมที่ต้องส่งผลสรุปในวันที่ 28 พ.ค.ที่ผ่านมา เนื่องจากมีการโต้เถียงกันอย่างรุนแรงในที่ประชุมเกี่ยวกับสัญญาดังกล่าว
แหล่งข่าวเปิดเผยว่า การถกเถียงในที่ประชุมเกิดจากกรณีที่ นายชัยฤกษ์ ดิษฐอำนาจ ประธานคณะอนุกรรมการฯ ได้เสนอให้ที่ประชุมตัดถ้อยคำที่ระบุชื่อบริษัทเอกชนที่เกี่ยวข้องในสัญญานี้ออกไป
สำหรับซึ่งถ้อยคำที่ประธานต้องการให้ตัดคือ “ซึ่ง BFKT อาจจะเข้าข่ายประกอบกิจการโทรคมนาคมและบริหารความถี่โดยไม่ได้รับอนุญาต” และข้อความ “โดยเสนอให้มีการสอบสวนหาและดำเนินการพิสูจน์ความจริงต่อไป”
ข้อเสนอของประธานคณะอนุกรรมการฯ ทำให้กรรมการท่านอื่นรู้สึกว่าการตัดสินครั้งนี้ไม่เป็นกลาง เพราะก่อนหน้าที่กรรมการได้มีการประชุมกลั่นกรองและได้รับรู้ถ้อยคำในรายงานสรุปนี้หลายครั้งแล้ว แต่ก็ไม่ได้มีการแก้ไขใดๆ แต่ครั้งนี้กลับให้แก้ไขและกลายเป็นว่า มีชื่อ กสทฯ ซึ่งเป็นหน่วยงานรัฐเพียงหน่วยงานเดียว ที่เข้าข่ายว่าอาจจะทำผิดกฎหมาย ในขณะที่บริษัทเอกชนที่เกี่ยวข้องกลับถูกตัดชื่อออกไปจากผลรายงาน







