
จี้รัฐลดภาษีน้ำมันจำกัดหนี้กองทุนฯ
นักวิชาการแนะรัฐลดภาษีเบนซินดีเซล 2-3 บาท/ลิตร จี้ออกกฎห้ามกองทุนน้ำมันฯ ติดลบเกินหมื่นล้านบาท
นักวิชาการแนะรัฐลดภาษีเบนซินดีเซล 2-3 บาท/ลิตร จี้ออกกฎห้ามกองทุนน้ำมันฯ ติดลบเกินหมื่นล้านบาท
นายพรายพล คุ้มทรัพย์ อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เปิดเผยในงานเสวนาวิชาการ “ราคาพลังงาน ทำไมต้องแพง” จัดโดยสมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ ว่า ภาครัฐควรปรับลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันทั้งเบนซินและดีเซลลง 2-3 บาท/ลิตร
ปัจจุบันโครงสร้างภาษีเบนซินมีเพดานจัดเก็บที่ลิตรละ 7 บาท ควรปรับลดลงเหลือ 4 บาท/ลิตร ขณะที่ดีเซลเพดานการจัดเก็บภาษีอยู่ที่ 5 บาท/ลิตร ควรปรับลงมาอยู่ที่ 2-3 บาท/ลิตร ซึ่งราคาน้ำมันในช่วงขาลงเป็นจังหวะดีที่จะปรับภาษี
ทั้งนี้ ควรพิจารณาอัตราการจัดเก็บเงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่เหมาะสม และการใช้เงินกองทุนน้ำมันฯ เข้าไปอุดหนุนราคาน้ำมันควรเป็นมาตรการชั่วคราว รวมทั้งวางกติกาที่ชัดเจนไม่ให้กองทุนน้ำมันฯติดลบเกิน 1 หมื่นล้านบาท เพราะปัจจุบันมีหนี้ถึง 2 หมื่นล้านบาท
ด้านนายคุรุจิต นาครทรรพ รองปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า พื้นฐานราคาพลังงานต้องอิงกับราคาตลาดโลก เพราะไทยต้องนำเข้าน้ำมันจากต่างประเทศมากกว่า 50% ของปริมาณการใช้พลังงานประเทศที่ 1.8-1.9 ล้านบาร์เรล/วัน เทียบเท่าน้ำมันดิบ อีกทั้งโครงสร้างราคาน้ำมันแต่ละลิตร ยังมีภาษีน้ำมัน ภาษีเทศบาล และเงินกองทุนน้ำมันฯ หากมีการทบทวนอัตราการจัดเก็บให้สอดคล้องกับต้นทุนจริงก็เป็นเรื่องดีทั้งนี้ต้องยอมรับว่าราคาน้ำมันมีขึ้นลงตามทิศทางราคานำมันตลาดโลก โดยช่วงนี้ราคาน้ำมันปรับลดลง ทำให้ได้เห็นราคาดีเซลต่ำกว่าระดับ 30 บาท/ลิตร
นายเทวินทร์ วงศ์วานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (ปตท.สผ.) กล่าวว่า ถ้ากดราคาพลังงานให้ต่ำเกินไปจะทำให้คนใช้ไม่รู้จักประหยัด โดยสถิติการใช้น้ำมันของคนไทยสูงกว่าอัตราเฉลี่ยของประเทศอื่นเมื่อเทียบกับรายได้ ซึ่งสาเหตุที่ทำให้ราคาน้ำมันแพงมาจากความต้องการใช้ที่เพิ่มขึ้นทั้งน้ำมันและก๊าซฯขณะที่ปริมาณสำรองพลังงานมีอยู่จำกัดแม้ไทยจะมีแหล่งปิโตรเลียมในประเทศก็ตาม
นอกจากนี้ปัจจัยความขัดแย้งทางการเมืองของประเทศผู้ใช้น้ำมันรายใหญ่และผู้ผลิตน้ำมันตลอดจนภัยธรรมชาติ ก็เป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ราคาน้ำมันเกิดความผันผวนมาก







