
บลจ.กรุงไทยชี้หุ้นดิ่งเป็นโอกาสซื้อ
ออกอีทีเอฟฮั่งเส็งลุย‘ฮ่องกง’ส่งทาร์เก็ตฟันด์หุ้นไทยต้นมิ.ย.
ออกอีทีเอฟฮั่งเส็งลุย‘ฮ่องกง’ส่งทาร์เก็ตฟันด์หุ้นไทยต้นมิ.ย.
KTAM ชี้โอกาสลงทุนหุ้นถูก ส่งกองทุนฮั่งเส็งขาย พร้อมออกทาร์เก็ตฟันด์ลุยหุ้นไทยต้น มิ.ย. ไม่หวั่นพันธมิตรชุมนุม
นายสมชัย บุญนำศิริ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กรุงไทย (KTAM) เปิดเผยว่า บริษัทเปิดจำหน่ายกองทุนเปิดเคแทม ฮ่องกง อีทีเอฟ แทร็กเกอร์ ซึ่งเป็นกองทุนรวมอีทีเอฟที่อ้างอิงกับดัชนีฮั่งเส็ง ขายนักลงทุนทั่วไปครั้งแรกในวันที่ 28 พ.ค.–8 มิ.ย. 2555 มูลค่าโครงการ 2,000 ล้านบาท ลงทุนขั้นต่ำ 4,000 บาท ราคาหน่วยละ 4 บาท
กองทุนมีนโยบายลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน Tracker Fund of Hong Kong ในสกุลเงินเหรียญสหรัฐฮ่องกง ซึ่งจดทะเบียนซื้อขายอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนให้ใกล้เคียงผลตอบแทนของดัชนีฮั่งเส็ง โดยดัชนีฮั่งเส็งประกอบด้วยหุ้นที่มีมูลค่าตลาดและสภาพคล่องสูงสุดจำนวน 48 บริษัท ซึ่งเป็นหุ้นบริษัทฮ่องกงและหุ้นบริษัทจีนที่มีธุรกิจอยู่ในประเทศจีน โดยปัจจุบันสัดส่วนของบริษัทฮ่องกงประมาณ 44% ขณะที่บริษัทจีนมีสัดส่วนประมาณ 56%
ทั้งนี้ นับเป็นกองทุนอีทีเอฟฮั่งเส็งที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีขนาดสินทรัพย์ 1.94 แสนล้านบาท
นายสมชัย กล่าวว่า ดัชนีฮั่งเส็งและหุ้นจีนปรับตัวลงมามากถือเป็นโอกาสในการลงทุน เนื่องจากเศรษฐกิจฮ่องกงยังเติบโตได้ดีและได้รับประโยชน์โดยตรงจากการขยายตัวทางเศรษฐกิจของจีนทั้งในแง่การค้าและการลงทุน แม้ในปีนี้เศรษฐกิจของจีนจะเติบโตชะลอตัว แต่อัตรา 7% ก็สูงกว่าประเทศอื่นๆ อีกทั้งฮ่องกงซึ่งเป็นเมืองท่าเสรีที่มีระบบภาษีที่ต่ำและไม่ซับซ้อน มีระบบโครงสร้างพื้นฐานที่ดีช่วยดึงดูดให้ฮ่องกงเป็นศูนย์กลางทางการเงินที่สำคัญที่สุดของเอเชีย ปัจจุบันตลาดหุ้นฮ่องกงใหญ่เป็นอันดับ 7 ของโลกและใหญ่เป็นอันดับ 3 ในเอเชีย
กองทุนนี้ มีนโยบายจ่ายเงินปันผลไม่เกิน 4 ครั้งต่อปี ซึ่งปีที่ผ่านมากองทุนหลักจ่ายปันผลในอัตรา 3.45% รวมทั้งบริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอจะเป็นผู้ดูแลสภาพคล่องของกอง ทุนและจะเข้าจดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในวันที่ 19 มิ.ย. 2555 โดยใช้ชื่อย่อ HK
น.ส.ดารบุษป์ ปภาพจน์ รองกรรมการผู้จัดการ ผู้บริหารสายงานพัฒนาธุรกิจและการตลาด 2 บลจ.กรุงไทย กล่าวว่า จากสถิติตั้งแต่ปี 25462554 พบว่าเดือน มิ.ย.ก.ค. ตลาดหุ้นมักจะปรับตัวเพิ่มขึ้น จึงเป็นโอกาสลงทุน นอกเหนือจากราคาหุ้นฮ่องกงที่ปรับตัวลงมาในเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา ตามแรงขายของนักลงทุนต่างชาติ ส่งผลให้ดัชนีฮั่งเส็งย่อลงอยู่ระดับ 18,800 จุด
“ดัชนีฮั่งเส็ง ณ วันที่ 15 พ.ค. ซื้อขายที่สัดส่วนราคาต่อกำไร (พี/อี) 9.56 เท่า โดยซื้อขายเฉลี่ยอยู่ที่ 14.75 เท่า เมื่อเทียบกับตลาดหุ้นไทยพี/อีตอนนี้ 15.40 เท่า เฉลี่ยอยู่ที่ 13.25 เท่า” น.ส.ดารบุษป์ กล่าว
นายสมชัย กล่าวว่า แนวโน้มตลาดหุ้นไทย ฝ่ายวิจัยของบริษัทยังคงเป้าหมายดัชนีไว้ 1,280 จุด จึงมีแผนออกกองทุนทาร์เก็ตฟันด์ ลงทุนหุ้นไทย ตั้งเป้า 8 เดือน 8% เตรียมเปิดขายวันที่ 6 มิ.ย.นี้
นอกจากนี้ มีแผนเพิ่มขนาดกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าเทสโก้ โลตัส รีเทล โกรท (TLGF) อีก 5,000-6,000 ล้านบาท ภายในปีนี้ เพื่อนำเงินไปลงทุนศูนย์การค้าที่นวนครและศาลายา ส่วนกองทุนอินฟราสตรักเจอร์อยู่ระหว่างจัดตั้งลงทุนในโรงไฟฟ้าในนิคมอุตสาหกรรมขนาด 6,0008,000 ล้านบาท คาดว่าจะขายได้ในปีนี้เช่นกัน
นายวีระ วุฒิคงศิริกูล รองกรรมการผู้จัดการผู้บริหาร สายจัดการลงทุน บลจ.กรุงไทย กล่าวว่า ดัชนีที่ระดับ 1,050 จุดน่าจะรับอยู่ เนื่องจากมองว่ากรณีที่กรีซจะถอนจากกลุ่มยูโร ตลาดเริ่มรับรู้ข่าวกันแล้วและหากถอนจริงปัญหาไม่น่าจะหนักเท่าวิกฤตเลห์แมน บรา เธอร์ส เนื่องจากบริษัทจดทะเบียนในกลุ่มภาคการผลิตของกรีซยังมีกำไรเติบโต อีกทั้งคาดว่าสหรัฐอาจออกมาตรการเหมือน QE3 แต่เป็นในรูปของการค้ำประกันเงินฝากของธนาคารในยุโรป เพื่อสร้างความมั่นใจให้ตลาด
กรณีการชุมนุมของพันธมิตรในวันที่ 30 พ.ค.นี้ ไม่น่ากระทบตลาดหุ้น ต่างชาติเข้าใจการเมืองไทย







