posttoday
SNCลดทุนเพิ่มกำไรต่อหุ้น4.5%

SNCลดทุนเพิ่มกำไรต่อหุ้น4.5%

29 พฤษภาคม 2555

“เอสเอ็นซีฯ” นำหุ้นซื้อคืนมาลดทุนจดทะเบียน เพิ่มกำไรให้ผู้ถือหุ้น ระบุเงินสดทะลักไม่จำเป็นต้องขายหุ้นทิ้งในราคาต่ำ

“เอสเอ็นซีฯ” นำหุ้นซื้อคืนมาลดทุนจดทะเบียน เพิ่มกำไรให้ผู้ถือหุ้น ระบุเงินสดทะลักไม่จำเป็นต้องขายหุ้นทิ้งในราคาต่ำ

นายสามิตต์ ผลิตกรรม กรรม การผู้จัดการ บริษัท เอส เอ็น ซี ฟอร์เมอร์ (SNC) เปิดเผยว่า คณะกรรมการบริษัทมีมติให้นำหุ้นที่ซื้อคืนจำนวน 13,625,900 หุ้น หรือ 4.52% ของทุนจดทะเบียนชำระแล้ว มาลดทุนจดทะเบียนทั้งจำนวน ส่งผลให้จำนวนหุ้นจดทะเบียนของบริษัทลดลงจาก 301.40 ล้านหุ้น เหลือ 287.77 ล้านหุ้น โดยหุ้นซื้อคืนดังกล่าวมีต้นทุนเฉลี่ยประมาณ 45 บาทต่อหุ้น

สาเหตุที่บริษัทไม่นำหุ้นซื้อคืนออกมาขาย เพราะยังไม่มีความจำเป็นต้องใช้เงิน เนื่องจากปัจจุบันบริษัทมีกระแสเงินสดสูงถึง 800-900 ล้านบาท และยังมีความสามารถกู้เงินจากธนาคารพาณิชย์ได้อีกมาก

ขณะที่มีงบลงทุนปกติเพียงปีละ 300-500 ล้านบาท เพื่อขยายโรงงานและเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต จึงเห็นว่าหากนำหุ้นไปลดทุนเพื่อเพิ่มกำไรต่อหุ้นอีก 4.5% และเพิ่มอัตราผลตอบแทนต่อส่วนผู้ถือหุ้น (ROE) ให้สูงขึ้น น่าจะส่งผลดีต่อผู้ถือหุ้นมากกว่า

“เรามีกระแสเงินสดเพียงพอต่อการทำธุรกิจ จึงไม่จำเป็นต้องขายหุ้นเพื่อเพิ่มเงินสดในมืออีก นอกจากนี้เรามองว่าแนวโน้มการเติบโตของบริษัทยังดีต่อเนื่อง แต่ราคาหุ้นในตลาดขณะนี้ไม่สอดคล้องกับพื้นฐานและยังต่ำกว่าราคาเป้าหมายที่เราอยากได้พอสมควร คณะกรรมการบริษัทจึงตัดสินใจที่จะลงทุนในหุ้นของตัวเอง ด้วยการลดทุนจดทะเบียนลง” นายสามิตต์ กล่าว

สำหรับผลประกอบการไตรมาส 2 ปีนี้ นายสามิตต์ กล่าวว่า น่าจะออกมาดีกว่าช่วงไตรมาสแรกที่มีกำไรสุทธิ 134.17 ล้านบาท เนื่องจากธุรกิจชิ้นส่วนแอร์บ้านและชิ้นส่วนยานยนต์ฟื้นตัวต่อเนื่อง ขณะที่ลูกค้าของบริษัทกลับมาเดินเครื่องผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าเต็มกำลังอีกครั้ง หลังจากที่ได้รับผลกระทบจากภาวะน้ำท่วม นอกจากนั้นในช่วงไตรมาส 2 ปีนี้ บริษัทได้เริ่มทำธุรกิจรับจ้างประกอบแอร์บ้านเพื่อส่งต่อให้ลูกค้า ซึ่งน่าจะช่วยเพิ่มรายได้ให้บริษัทมากขึ้น

สำหรับวิกฤตเศรษฐกิจของกลุ่มประเทศยุโรป น่าจะส่งผลกระทบต่อบริษัทในวงจำกัด เพราะบริษัทไม่ได้ส่งสินค้าไปขายยุโรปโดยตรง แต่มีลูกค้าที่รับซื้อชิ้นส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้าจากบริษัทก่อนที่จะส่งไปขายที่ยุโรป ซึ่งมีสัดส่วนไม่ถึง 10% โดยลูกค้าหลักของบริษัท ซึ่งมีสัดส่วนรวมกันเกิน 50% จะมาจาก ญี่ปุ่น จีน ไต้หวัน ตะวันออกกลาง ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ โดยประเทศเหล่านี้ยังมีเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง

ด้านบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ฟิลลิป (ประเทศไทย) แนะนำทยอยซื้อ SNC ให้ราคาพื้นฐาน 29 บาทต่อหุ้น โดยคาดว่าผลการดำเนินงานไตรมาส 2 จะเป็นไตรมาสที่ดีที่สุดของปี 2555 เนื่องจากยอดขายของทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์เพิ่มขึ้น

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี