
โบรกฯกดกำไรพลังงาน
ยังไม่ต้องรีบซื้อหุ้นสผ.ได้พม่า2แปลงBCPดีไตรมาส3
ยังไม่ต้องรีบซื้อหุ้นสผ.ได้พม่า2แปลงBCPดีไตรมาส3
หุ้นพลังงานยังไม่น่าลงทุน โบรกเกอร์ลดเป้ากำไร PTTPTTEP หลังน้ำมันดิ่ง ด้าน ปตท.สผ.รอข่าวดีคว้าสัมปทานพม่า ส่วนบางจากฯ คาดไตรมาส 3 ดีมาก
ตลาดหุ้นดีดขึ้นต่อเนื่องจากสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยดัชนีปิดที่จุดสูงสุดของวัน 1,139.93 จุด เพิ่มขึ้น 7.10 จุด แต่นักลงทุนต่างชาติยังขายอีก 1,644 ล้านบาท โดยหุ้นในกลุ่มพลังงานตกเป็นเป้าถล่ม นำโดยหุ้นบริษัท ปตท. (PTT) ระหว่างวันตกไปต่ำสุด 300 บาท ก่อนเด้งขึ้นมาปิดที่ 304 บาท ลดลง 3 บาท ส่วนบริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (PTTEP) ร่วงลงไปแถว 153 บาท แต่ดีดกลับปิดที่ 156.50 บาท บวก 1.50 บาท
บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเซีย พลัส ได้ลดสมมติฐานราคาน้ำมันดิบในปีนี้ลงมาเหลือ 100 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล จากเดิมมองไว้ที่ 110 เหรียญสหรัฐ หลังจากความต้องการลดลงตามเศรษฐกิจโลกมีความเสี่ยงชะลอตัว รวมถึงปัญหาหนี้ของยูโรโซนที่กดดันราคาน้ำมันในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา
ฝ่ายวิจัยปรับลดประมาณการกำไรและราคาเป้าหมายของหุ้นพลังงานลงมา เช่น PTT เดิมมองว่าปีนี้จะมีกำไร 1.02 แสนล้านบาท ลดลง 2.6% มาเหลือ 1 แสนล้านบาท และราคาหุ้นเหมาะสมลดจาก 440 บาท เหลือ 411.50 บาท
ด้าน PTTEP กำไรลงมาเหลือ 4.7 หมื่นล้านบาท จากเดิมคาดไว้ 5.1 หมื่นล้านบาท และราคาเหมาะสมเหลือ 200.19 บาท จาก 225.06 บาท ทั้งนี้การเปลี่ยนแปลงของราคาน้ำมันทุก 10 เหรียญสหรัฐ ส่งผลกระทบต่อกำไร PTTEP ประมาณ 7% และ PTT ประมาณ 3%
นายพิชัย เลิศสุพงศ์กิจ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บล.ธนชาต กล่าวว่า ราคาหุ้น PTT จะลงใกล้แตะระดับ 300 บาท ซึ่งถือว่าถูก แต่ก็ยังไม่แนะนำให้เข้าซื้อเพราะยังมีความเสี่ยงที่รออีกหลายปัจจัย ทั้งราคาน้ำมัน ความเสี่ยงจาก PTTEP ที่อนาคตจะต้องเพิ่มทุนและการเข้าซื้อหุ้น Cove Energy หากชนะก็จะยังไม่สามารถรับรู้รายได้ได้ ซึ่งจะต้องรอในปี 2561
นายเทวินทร์ วงศ์วานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ PTTEP เปิดเผยว่า บริษัทได้รับทราบจากทางการพม่าว่าได้เห็นชอบให้แปลงสัมปทานในการสำรวจและขุดเจาะปิโตรเลียมในพม่าจำนวน 2 แปลงบนบก รวมพื้นที่กว่า 1 หมื่นตารางกิโลเมตร
นายพิเชษฐ์ เอมวัฒนา ผู้อำนวยการอาวุโสสายวางแผนและจัดหา บริษัท บางจากปิโตรเลียม (BCP) กล่าวว่า ประมาณกลางปีนี้จะมีการประชุมผู้บริหารเรื่องการจัดงบประมาณ คาดว่าจะมีการปรับเพิ่มเป้าหมายกำไรก่อนหักภาษีดอกเบี้ยค่าเสื่อม (อิบิตดา) ซึ่งน่าจะโตกว่าที่คาดไว้ที่ 7,000 ล้านบาท เพราะไตรมาสแรกทำได้แล้ว 3,714 ล้านบาท แม้ว่าในไตรมาส 2 จะมีการปิดซ่อมโรงกลั่น 30 วัน และมีขาดทุนสต๊อกบ้างแต่ไม่มากนัก คาดไตรมาส 3 จะดีขึ้น ผลจากการเพิ่มประสิทธิภาพทำให้กำลังการผลิตเพิ่มเป็น 1.1 แสนบาร์เรลต่อวัน และค่าการกลั่นเพิ่มอีกเฉลี่ย 12 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล คาดปีนี้เฉลี่ยกว่า 7 เหรียญสหรัฐ เทียบกับปีก่อน 6.71 เหรียญสหรัฐ







