
ค่าจ้างไม่ระคายต่างชาติ
สภาพัฒน์มั่นใจนโยบายค่าจ้าง 300 ไม่มีผลกระทบการลงทุนของต่างชาติ แต่เป็นต้นทุน
สภาพัฒน์มั่นใจนโยบายค่าจ้าง 300 ไม่มีผลกระทบการลงทุนของต่างชาติ แต่เป็นต้นทุน
นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนา การเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยว่า นโยบายค่าจ้าง 300 บาทต่อวัน ไม่น่าจะมีผลกระทบต่อการตัดสินใจของนักลงทุนต่างชาติที่จะมาลงทุนในไทย หากการลงทุนนั้นไม่ใช่การลงทุนในอุตสาหกรรมที่แข่งขันด้วยต้นทุนที่ถูกมากๆ ใช้แรงงานจำนวนมาก หรือผลิตสินค้าด้อยคุณภาพ
"ถามว่าคนอยากมาลงทุนที่ไทยหรือไม่ ก็ต้องบอกว่าไทยเป็นแดนสวรรค์เลยทีเดียว ญี่ปุ่นยังขยายการลงทุน ส่วนตัวเลขการปิดกิจการนั้น บางทีก็วัดไม่ได้ เพราะบางบริษัทปิดกิจการโดยไม่แจ้งก็มี เช่นเดียวกับตัวเลขลงทุนทางตรง บางเดือนมีวันหยุดเยอะ บางเดือนก็ออกันมาเยอะ ซึ่งก็ไม่ได้หมายความว่าไทยน่าลงทุน"นายอาคม กล่าว
อย่างไรก็ตาม นโยบายค่าจ้าง 300 บาท มีผลต่อต้นทุนการผลิตของโรงงานแน่นอน แต่หากจ่ายค่าจ้าง 300 บาทแล้ว แรงงานขยันทำงานมากขึ้น จากเมื่อก่อนจ้าง 2 คนทำงานได้ชิ้นเดียว เปลี่ยนเป็นจ้าง 1 คนทำงานชิ้นเดียว หรือทำงาน 2 คน แต่ได้งาน 3 ชิ้น เพราะมีการเพิ่มทักษะฝีมือ โรงงานก็พร้อมที่จะจ่ายค่าจ้างและไม่ลดคนงานลง
นอกจากนี้ รัฐบาลยังมีโครงการนำร่องในการสนับสนุนผู้ประกอบการ เช่น การส่งผู้เชี่ยวชาญไปให้|คำแนะนำแก่โรงงานในการลดการสูญเสียในกระบวนการผลิต อบรมคนงานให้มีทักษะเพิ่มขึ้นและลดการใช้พลังงาน โดยเฉพาะการลดใช้พลังงาน แบงก์ชาติได้เตรียมซอฟต์โลน 3 แสนล้านบาท ให้เอสเอ็มอีกู้เพื่อปรับเปลี่ยนเครื่องจักร
นายอาคม ระบุว่า การปล่อยกู้ซอฟต์โลนของแบงก์ชาติยังน้อยมาก โดยแบงก์ชาติต้องดูว่ามีกฎเกณฑ์ตรงไหนที่เข้มงวดเกินไปบ้าง หรือปฏิบัติไม่ได้ แต่ต้องยอมรับว่าสิ่งที่แบงก์ชาติกลัวฝังหัวอยู่ตลอดเวลา คือ หนี้เสียและโอกาสการเกิดหนี้เสีย ทำให้ทุกอย่างต้องรัดกุมเข้มงวด ซึ่ง สศช.ก็เห็นด้วย แต่ต้องดูความจำเป็นของธุรกิจด้วย
การปรับค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาท ทั่วประเทศวันที่ 1 ม.ค. 2556 นายอาคม ระบุว่า โรงงานที่อยู่นอก 7 จังหวัดนำร่องก็มีการปรับตัวกันอยู่แล้ว เช่น ปรับเปลี่ยนเครื่องจักร ลดค่าใช้จ่ายในกระบวนการผลิต เพราะหากไม่ทำก็มีปัญหา แรงงานหนีไปทำงานในจังหวัดที่ได้รับค่าจ้าง 300 บาท โรงงานบางแห่งได้ปรับค่าจ้างเพิ่มตามแล้ว
นายอาคม ระบุว่า การปรับค่าจ้างขั้นต่ำมีผลกระทบต่อการปรับราคาสินค้าแน่ แต่จะอ้างค่าจ้างที่เพิ่มขึ้นมาเป็นสาเหตุในการปรับเพิ่มราคาสินค้าในระดับที่สูงคงทำได้ยาก เพราะหากเพิ่มมากเกินไปก็ขายสินค้าไม่ได้ หรือหากปรับเพิ่มมากเกินไปก็ถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มสินค้าควบคุมราคา
“ค่าจ้างมีผลต่อการปรับราคาสินค้า แต่ราคาที่ปรับเพิ่มขึ้นต้องสะท้อนกับการเพิ่มประสิทธิภาพแรงงาน” นายอาคม กล่าว
นางสุธารทิพย์ พิสิฐบัณฑูรย์ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่อาวุโส รองผู้จัดการกลุ่มลูกค้าธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ จากการสอบถามไปยังลูกค้ากลุ่มนี้ถึงผลกระทบจากค่าจ้าง 300 บาท พบว่าลูกค้าส่วนใหญ่ยังรับมือได้ แต่มีความกังวลต่อต้นทุนในระยะยาว จึงมีแผนจะนำเครื่องจักรเข้ามาทดแทนแรงงานคน ถือเป็นโอกาสในการขยายสินเชื่อ โดยในส่วนนี้ธนาคารจะใช้วงเงินซอฟต์โลนที่ได้จัดสรรมาจำนวน 1,500 ล้านบาท เข้าไปสนับสนุนลูกค้า







