
เม.ย.ร้อนจัดไฟพีกสุดคาดใช้ไฟทั้งปีเพิ่ม8%
คาดไฟพีกสูงสุดปีนี้ที่ 26,121 เมกะวัตต์ เมื่อเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา ทำยอดใช้ไฟเดือน เม.ย.พุ่ง 10% แต่ทั้งปีต้องปรับคาดการณ์ใหม่
คาดไฟพีกสูงสุดปีนี้ที่ 26,121 เมกะวัตต์ เมื่อเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา ทำยอดใช้ไฟเดือน เม.ย.พุ่ง 10% แต่ทั้งปีต้องปรับคาดการณ์ใหม่
นายพิบูลย์ บัวแช่ม ผู้ช่วยผู้ว่าการระบบควบคุมกำลังไฟฟ้า การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยถึงสถานการณ์การใช้ไฟฟ้าของประเทศในปีนี้ ว่าปริมาณการใช้ไฟฟ้าสูงสุด (พีก) อยู่ที่ระดับ 26,121 เมกะวัตต์ เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 26 เม.ย. ซึ่งน่าจะเป็นอัตราสูงสุดในปีนี้ เนื่องจากเริ่มเข้าสู่ฤดูฝน สภาพอากาศไม่ร้อนเหมือนช่วงเดือน มี.ค.เม.ย. ส่งผลให้ปริมาณการใช้ไฟฟ้าเริ่มผ่อนคลายลง
ทั้งนี้ การเกิดไฟพีกส่งผลให้ยอดใช้ไฟฟ้าเดือน เม.ย. ขยายตัว 10% ซึ่งถือเป็นอัตราที่สูง เมื่อเทียบกับหลายเดือนก่อนหน้า เนื่องจากเดือน เม.ย. มีวันหยุดติดต่อกันหลายวัน โดยปกติอัตราการใช้ไฟฟ้าควรจะต่ำกว่าเดือนอื่นๆ แต่การใช้ไฟฟ้าก็มีอัตราใกล้เคียง กับเดือนก่อนหน้าโดยในเดือนมี.ค. การใช้ไฟฟ้าขยายตัว 12 % เดือนก.พ. ขยายตัว 6.9% และเดือนม.ค.ขยายตัว 5.9% สะท้อนให้เห็นว่าสภาพอากาศที่ร้อนเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้การใช้ไฟฟ้าขยายตัว
ทั้งนี้ ตัวเลขการใช้ไฟฟ้าที่ขยายตัวทุกเดือน ทำให้ กฟผ.ต้องทบทวนตัวเลขคาดการณ์อัตราการขยายตัวของการใช้ไฟฟ้าในปี 2555 ใหม่น่าจะอยู่ที่ระดับ 8% จากเดิมขยายตัวอยู่ที่ 45% บนพื้นฐานของอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งจะสะท้อนไปยังแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ หรือ พีดีพี ด้วย
นายสุเทพ เหลี่ยมศิริเจริญ ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กล่าวถึง การใช้ไฟฟ้าในช่วง 3 เดือนแรกของปี 2555 มีการใช้ไฟฟ้ารวมทั้งสิ้น 38,803 กิโลวัตต์/ชั่วโมง เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 8.3% โดยเป็นการเพิ่มขึ้นทุกกลุ่มผู้ใช้ไฟฟ้ารายสาขาสำคัญ ทั้งในภาคอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีสัดส่วนการใช้ไฟฟ้าสูงสุด 45% มีการใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 2.3% ภาคครัวเรือนมีการใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น 16% ภาคธุรกิจเพิ่มขึ้น 13.8% และการกิจการขนาดเล็กเพิ่มขึ้น 11.2%
สำหรับเชื้อเพลิงที่มีการใช้ในการผลิตไฟฟ้าสูงสุดได้แก่ ก๊าซธรรมชาติ คิดเป็นสัดส่วน 65% ของเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้าทั้งหมดรองลงมาเป็นลิกไนต์และถ่านหิน20% พลังน้ำ 8% ไฟฟ้านำเข้าและเชื้อเพลิงอื่นๆ7% ในขณะที่กำลังผลิตไฟฟ้าติดตั้ง ณเดือนมี.ค. อยู่ที่ 31,439 เมกะวัตต์ โดยกฟผ.มีกำลังการผลิตติดตั้งสูงสุด คิดเป็นสัดส่วน 48% รองลงมาเป็นผู้ผลิตไฟฟ้าอิสระ(ไอพีพี) 38% ผู้ผลิตไฟฟ้าขนาดเล็ก(เอสพีพี) 7% และนำเข้าแลกเปลี่ยนจากต่างประเทศ 7%







