
ไตรมาสแรกอีเวนต์เริ่มผงกหัว
อินเด็กซ์ซีเอ็มรายได้กระฉูดเร่งสยายปีกอินโดจีนรับเออีซี
อินเด็กซ์ซีเอ็มรายได้กระฉูดเร่งสยายปีกอินโดจีนรับเออีซี
ธุรกิจอีเวนต์รุ่งไตรมาสแรกยอดกระฉูด บีโอไอแฟร์หนุนอินเด็กซ์ฯซีเอ็ม มุ่งบุกตลาดประเทศเพื่อนบ้านเสริมยอด
นายเกรียงไกร กาญจนะโภคิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม บริษัท อินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ กล่าวว่า ธุรกิจอีเวนต์ในช่วงไตรมาสแรกเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2554 มีอัตราการเติบโตสูง เป็นผลจากการจัดงานบีโอไอแฟร์ที่เลื่อนจากปลายปีก่อน ประกอบกับภาคธุรกิจกลับมาใช้เงินทำกิจกรรมส่งเสริมการขายเพื่อกระตุ้นยอดขายมากขึ้น หลังจากต้องชะลอการใช้เงินในช่วงน้ำท่วมที่ผ่านมา
“แนวโน้มดังกล่าวส่งผลต่อธุรกิจอีเวนต์โดยภาพรวม และคาดว่าจะเติบโตต่อเนื่องในช่วงไตรมาส 2 เพราะเป็นช่วงฤดูกาลขายสินค้าหลายอย่าง และกำลังเข้าสู่การแข่งขันฟุตบอลยูโร ซึ่งจะทำให้เกิดอีเวนต์ทางการตลาดตามมาอีกมาก” นายเกรียงไกร กล่าว
สำหรับผลดำเนินงานของอินเด็กซ์ฯ ในไตรมาสแรกของปีนี้ มีรายได้อยู่ที่ 865 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนกว่า 100% จากรายได้ 433 ล้านบาท ในปี 2554 โดยสัดส่วนรายได้ส่วนใหญ่ยังคงมาจากภาคเอกชน 80% และภาครัฐบาล 20%
ทั้งนี้ อินเด็กซ์ฯ ตั้งเป้ารายได้สิ้นปีนี้ไว้ที่ 2,000 ล้านบาท โดยบริษัทได้ขยายธุรกิจในภูมิภาคนี้ ทั้งพม่าและเวียดนามที่จะลงนามสัญญาร่วมดำเนินธุรกิจกับพันธมิตรอย่างเป็นทางการในเดือน มิ.ย.นี้
ด้านนายเสริมคุณ คุณาวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีเอ็มโอ เปิดเผยว่า ผลประกอบการไตรมาสแรกของปีนี้มีรายได้ 509.30 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 273.42 ล้านบาท เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปี 2554 ที่มีรายได้ 235.88 ล้านบาท ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 71.17 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 64.48 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 84.3%
รายได้ที่เพิ่มขึ้นมาจากงานกิจกรรมทางการตลาดขนาดใหญ่ ที่เลื่อนมารับรู้รายได้ในช่วงไตรมาสแรกของปี เช่น งานบีโอไอแฟร์ งานมหกรรมพืชสวนโลกเฉลิมพระเกียรติฯ ราชพฤกษ์ รวมกับงานเปิดตัวสินค้าของผู้ประกอบการในภาคเอกชนเป็นจำนวนมาก ซึ่งต่างแข่งขันกันจัดกิจกรรมกระตุ้นยอดขาย ฟื้นฟูกิจการหลังประสบปัญหาน้ำท่วมเมื่อปลายปีที่แล้ว
บริษัทมั่นใจว่ารายได้ทั้งปีเป็นไปตามเป้าที่ตั้งไว้ 1,000 ล้านบาท และตั้งเป้าภายใน 3 ปี บริษัทจะเติบโตมีรายได้ 2,000 ล้านบาท โดยแผนงานในปีนี้ บริษัทจะขยายงานสู่ตลาดต่างประเทศอย่างจริงจัง โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) โดยช่วงครึ่งปีแรกมุ่งเจาะตลาดพม่า กัมพูชา และเวียดนาม







