posttoday
‘ธปท.’การันตีหนี้เสียยังน้อยถ้าศก.ขยายตัว

‘ธปท.’การันตีหนี้เสียยังน้อยถ้าศก.ขยายตัว

28 พฤษภาคม 2555

ธปท.ไม่ห่วงหนี้เสีย แม้ค่าครองชีพและราคาสินค้าจะสูงขึ้น ตราบใดที่เศรษฐกิจขยายตัวได้ต่อเนื่อง การจ้างงานไม่ตก

ธปท.ไม่ห่วงหนี้เสีย แม้ค่าครองชีพและราคาสินค้าจะสูงขึ้น ตราบใดที่เศรษฐกิจขยายตัวได้ต่อเนื่อง การจ้างงานไม่ตก

น.ส.นวพร มหารักขกะ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายกลยุทธ์สถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า แม้ว่าเงินเฟ้อจะปรับตัวสูงขึ้น ทำให้ค่าครองชีพของประชาชนจะเพิ่มขึ้น แต่ภาวะดังกล่าวยังไม่ได้ทำให้ระดับหนี้เสียและสินเชื่อค้างชำระเกิน 1 เดือน แต่ยังไม่ถึง 3 เดือนที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ เป็นปัญหาปรับสูงขึ้นจนน่าเป็นห่วง เพราะประชาชน ครัวเรือน รวมถึงภาคธุรกิจยังมีช่องว่างที่จะขยับภาระหนี้เพิ่มได้บ้าง สัดส่วนหนี้ยังไม่สูงจนเกินไป

ทั้งนี้ หากดูจากระดับหนี้สาธารณะโดยรวมก็ยังไม่สูงจนอยู่ในระดับที่น่าห่วงเหมือนในบางประเทศ ตราบใดที่เศรษฐกิจภาพรวมยังฟื้นตัวได้ มีการจ้างงาน ทำให้คนยังมีรายได้ต่อเนื่องปัญหาหนี้เสีย ก็ยังไม่น่าห่วง เพราะด้านฐานะของระบบธนาคารพาณิชย์ไทยเองยังแข็งแกร่งมีเงินทุนเพียงพอ มีการบริหารจัดการความเสี่ยงที่ดี ที่สำคัญธนาคารพาณิชย์ในไทยทำธุรกิจปกติรับฝากปล่อยกู้เป็นหลัก ไม่ได้ทำธุรกรรมการเงินที่ซับซ้อนหรือมีความเสี่ยงหนี้เสียสูงเหมือนธนาคารพาณิชย์ในต่างประเทศ

“เท่าที่ดูตัวเลขหนี้เสียตอนนี้ยังไม่ได้เพิ่มขึ้นแบบมีนัยสำคัญ ทำให้ไม่ต้องห่วงปัญหาหนี้เสีย แต่ในสถานการณ์เช่นนี้ยังต้องติดตามดูต่อไป ว่าแนวโน้มต่อไปว่าจะเพิ่มขึ้นหรือไม่ เพราะการฟื้นตัวของเศรษฐกิจก็ยังไม่ใช่จะดีไปหมดยังมีปัจจัยเสี่ยงที่ต้องดู” น.ส.นวพรกล่าว

น.ส.นวพร กล่าวว่า ปัจจุบันสภาพคล่องในระบบตึงตัวขึ้นบ้าง เพราะสินเชื่อขยายตัวได้ดีขึ้น เนื่องจากผู้ประกอบการในภาคธุรกิจมีความต้องการสินเชื่อสูง เพราะธุรกิจที่ไม่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมก็ต้องเร่งผลิตสินค้าตอบสนองความต้องการสินค้า ถึงวัตถุดิบไม่มีหรือผลิตไม่ได้ก็ต้องมีการนำเข้า ทำให้สินเชื่อเงินทุนหมุนเวียน(Capital Flow) ขยายตัวได้เพิ่มขึ้น ขณะที่ธุรกิจหรือโรงงานที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมก็ต้องการสินเชื่อเพื่อนำมาฟื้นฟูกิจการเช่นกัน ทำให้สินเชื่อโดยรวมมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

ในสิ้นไตรมาสแรกปีนี้ หนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้ รวมทั้งระบบอยู่ที่ระดับ 2.7 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 4,600 ล้านบาทเมื่เทียบกับสิ้นปี 2554 ที่ผ่านมา โดยเพิ่มขึ้นจากสินเชื่อเพื่อวื้อที่อยู่อาศัย สินเชื่อรถยนต์ และสินเชื่อเพื่อการรพาณิชย์ เป็นสำคัญ อย่างไรก็ตามสินเชื่อโดยรวมยังขยายตัวได้ดี ส่งผลให้สัดส่วนเอ็นพีแอลที่ยังไม่หักสำรอง(Goss NPL) ลดลงจาก 2.7% ของสินเชื่อรวม เหลือ 2.6% ของสินเชื่อรวม แต่ที่น่าจับตาคือสินเชื่อเพื่อการอุปโภคบริโภคที่มีเอ็นพีแอลเพิ่มขึ้นเป็น 2.1% จากไตรมาสก่อนหน้าอยู่ที่ 2% ซึ่งสวนทางกับสินเชื่อประเภทอื่นที่ปรับลดลง ส่วนสินเชื่อที่กล่าวถึงเป็นพิเศษ(Delinquency)มีสัดส่วนต่อสินเชื่อรวมลดลงเหลือ 2% จาก 2.3%

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ