
ทวาย : เพื่อไทยหรือเพื่อพม่า
ทวายเป็นหนึ่งในโครงการสำคัญของการพัฒนาในภาคพื้นอาเซียน ซึ่งอยู่ในกลุ่มประเทศ AEC หรือ ASEAN Economic Community โครงการนี้ในแง่หนึ่งจะส่งผลดีต่อประเทศไทย กัมพูชา และเวียดนาม แต่ในอีกแง่หนึ่งไทยก็กลายเป็นแค่ทางผ่านและอาจกลายเป็นผลร้ายต่อไทยก็เป็นได้ เรามาดูกันว่าทางออกควรเป็นอย่างไร
ทวายเป็นหนึ่งในโครงการสำคัญของการพัฒนาในภาคพื้นอาเซียน ซึ่งอยู่ในกลุ่มประเทศ AEC หรือ ASEAN Economic Community โครงการนี้ในแง่หนึ่งจะส่งผลดีต่อประเทศไทย กัมพูชา และเวียดนาม แต่ในอีกแง่หนึ่งไทยก็กลายเป็นแค่ทางผ่านและอาจกลายเป็นผลร้ายต่อไทยก็เป็นได้ เรามาดูกันว่าทางออกควรเป็นอย่างไร
ตามแผนการพัฒนา กรมทางหลวงมีแผนจะก่อสร้างโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง หรือมอเตอร์เวย์ สายบางใหญ่นครปฐมกาญจนบุรี ระยะทาง 98 กม. วงเงินลงทุน 45,886 ล้านบาท แบ่งเป็นค่าจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน 4,851 ล้านบาท ค่าก่อสร้าง 40,495 ล้านบาท และค่าควบคุมงาน 540 ล้านบาท คาดว่าผลการศึกษาจะแล้วเสร็จภายในปี 2555 เส้นทางนี้เป็นเส้นทางใหม่ที่ไม่ได้ใช้พื้นที่ทางหลวงเดิมแต่อย่างใด การก่อสร้างจะแบ่งออกเป็น 2 ช่วง คือ ช่วงบางใหญ่นครปฐม ขนาด 6 ช่องจราจร ระยะทาง 51 กม. และช่วงนครปฐมกาญจนบุรี ขนาด 4 ช่องจราจร ระยะทาง 47 กม. คาดว่าจะใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 3 ปี
นอกจากนี้ กรมทางหลวงยังจะสร้างถนนเส้นใหม่จากตัวเมือง จ.กาญจนบุรี ไปยังบ้านน้ำพุร้อน ระยะทางประมาณ 70 กม. ซึ่งได้รับการจัดสรรงบประมาณปี 2555 คาดว่าจะใช้เวลาศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมอีกประมาณ 1 ปี ส่วนการรถไฟแห่งประเทศไทย มีแนวคิดจะสร้างทางรถไฟเชื่อมต่อไปจากสถานีน้ำตกไทรโยค จ.กาญจนบุรี ไปยังชายแดนพม่าเพื่อรองรับการคมนาคมขนส่งจากท่าเรือน้ำลึกทวาย ทั้งนี้คงต้องเวนคืนที่ดินใหม่ หรืออาจใช้เส้นทางทางหลวงที่จะสร้างใหม่ก็อาจเป็นไปได้
สำหรับการเชื่อมต่อไปยังท่าเรือน้ำลึกแหลมฉบัง อาจใช้เส้นทางมอเตอร์เวย์กรุงเทพฯชลบุรี สายใหม่ในปัจจุบัน หรือหากเส้นทางมอเตอร์เวย์บางใหญ่บ้านโป่งกาญจนบุรี ไม่อาจก่อสร้างแล้วเสร็จ ก็อาจใช้เส้นทางผ่านกรุงเทพมหานคร (กทม.) ตามทางด่วนปัจจุบัน สู่ถนนบางนาตราด ออกไปสู่ท่าเรือน้ำลึกแหลมฉบัง อย่างไรก็ตามก็มีข้อเสนอให้ผ่านจากแดนไทยไปสู่ชายแดนไทยเขมร และออกสู่ทะเลที่ท่าเรือน้ำลึก ท่าเรือเมืองกวีเญิน (Quy Nhon) หรือหวุงเต่า (Vung Tau) ของประเทศเวียดนามตอนใต้
โครงการนี้คงกินเวลานับสิบปี แต่สำหรับการก่อสร้างทางเชื่อมระหว่างชายแดนไทยและพม่า คงจะสามารถก่อสร้างได้แล้วเสร็จในเวลาไม่เกิน 5 ปี ซึ่งจะส่งผลดีต่อการพัฒนาเศรษฐกิจใน จ.กาญจนบุรี เป็นอย่างยิ่ง
ยิ่งกว่านั้น ศูนย์การค้าสินค้าปลอดภาษีตลอดจนกิจการบริการต่างๆ เช่น โรงแรม ก็จะเกิดเพิ่มขึ้นในพื้นที่นี้ ทำให้พื้นที่เขตบ้านน้ำพุร้อนจะมีความคึกคักทางเศรษฐกิจคล้ายบ้านด่านนอกในเขต อ.สะเดา จ.สงขลา และสำหรับแหล่งท่องเที่ยวเดิมทั้งแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ แหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม ก็จะได้รับการพัฒนาให้มีมาตรฐานดีขึ้น รวมทั้งนักท่องเที่ยวก็จะเดินทางไปท่องเที่ยวได้สะดวกยิ่งขึ้นจากสาธารณูปโภค โดยเฉพาะทางหลวงและทางรถไฟใหม่ ดังนั้นจึงเชื่อว่าอสังหาริมทรัพย์ในพื้นที่บ้านน้ำพุร้อนและอำเภอเมือง ตลอดจนอำเภอใกล้เคียงใน จ.กาญจนบุรี จะมีความคึกคักมากขึ้นอย่างมากในอนาคต
อนาคตดูดีไปหมดจริง หรือการขนส่งสินค้าจากพม่าผ่านไทยไปกัมพูชาและเวียดนามจะเกิดได้จริงหรือ เส้นทางที่สร้างเป็นเส้นทางขนส่งแบบแลนด์บริดจ์ (Land Bridge) ก็ไม่ใช่เป็นเพียงทางหลวงธรรมดา แล้วเช่นนี้จะขนส่งสินค้าได้สะดวกหรือ กระบวนการด่านศุลกากรผ่าน 4 ประเทศ จะสะดวกเท่าผ่านทางสิงคโปร์หรือไม่ ผู้ที่ได้รับประโยชน์สูงสุดก็คือพม่าหรือไม่ ตามประสบการณ์ที่ผมเคยเป็นที่ปรึกษาโครงการในกระทรวงการคลังเวียดนามและกัมพูชา ผมก็เชื่อว่าทั้งสองประเทศนี้ก็คงไม่ได้หลงใหลได้ปลื้มไปกับโครงการทวายนี้มาก
อย่างไรก็ตาม ท่าเรือทวายของพม่าจะมีขนาดใหญ่กว่ามาบตาพุดนับสิบเท่า แรงงานต่างๆ ทั้งแรงงานมีฝีมือและไร้ฝีมือจะไปกองกันอยู่ที่นั่น เกิดปรากฏการณ์ “โชติช่วงชัชวาล” ในเมืองทวายและประเทศพม่าโดยรวม เพราะมีทั้งโรงงานปิโตรเคมี โรงงานอุตสาหกรรมหนักต่างๆ เผลอๆ แรงงานพม่าไม่พอ อาจต้องรับแรงงานไร้ฝีมือจากบังกลาเทศ ตกลงพม่ากลายเป็นศูนย์กลางแทนประเทศไทยไปหรือไม่ การพัฒนาของทวายจึงไม่ใช่เพื่อประเทศไทย และเพื่อประเทศพม่าเป็นสำคัญ
ขณะที่เรากำลังดีใจที่จะได้อานิสงส์จากโครงการนี้ ทั้งการค้า การลงทุน แต่สุดท้ายสิ่งที่ได้ก็อาจเป็นบ่อนการพนันใหญ่ที่ดึงดูดเงินตราไทยเช่นเดียวกับบ่อนรอบประเทศอื่นๆ และบ่อน จ.กาญจนบุรี อาจจะกลายเป็นบ่อนใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่ง เพราะเดินทางจาก กทม.ได้สะดวกที่สุดก็เป็นได้
ถ้าเราจะแสวงหาประโยชน์ที่เราจะได้จาก AEC จริง ไทยน่าจะขุดคอคอดกระเพื่อการเป็นเส้นทางเดินเรือใหม่ของโลก จากตะวันออกสู่ตะวันตกโดยไม่ต้องอ้อมผ่านสิงคโปร์และมาเลเซีย เราต้องกล้าที่จะทำอุตสาหกรรมปิโตรเคมี โรงไฟฟ้าถ่านหิน โรงงานเหล็กรีดร้อนรีดเย็น ฯลฯ อย่างที่กำลังวางแผนที่จะเกิดในพม่า เพื่อที่ไทยจะเป็นศูนย์กลางการเดินเรือของเอเชียแทนสิงคโปร์
แต่เรื่องดีๆ ตามกระแส AEC เช่นนี้ จะเกิดขึ้นได้กับประเทศไทย มีเงื่อนไขเดียว คือต้องรอให้ดวงอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันตกเสียก่อน!







