
ธปท.ยอมผ่อนเกณฑ์เงินกู้ซอฟต์โลน
เปิดอ้าซ่าให้รายละ3ล้านบาทไม่เสียหายปิดกิจการก็มีสิทธิ
เปิดอ้าซ่าให้รายละ3ล้านบาทไม่เสียหายปิดกิจการก็มีสิทธิ
ธปท.แก้ไขเกณฑ์ซอฟต์โลน เพิ่มวงเงินจาก 1 ล้านบาท เป็น 3 ล้านบาทต่อราย คนเดือดร้อนต้องปิดกิจการขอกู้ได้ด้วย
นางผ่องเพ็ญ เรืองวีรยุทธ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายตลาดการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ออกประกาศผ่อนกฎเกณฑ์การให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้ได้รับความเสียหายจากอุทกภัยปี 2554 ผ่านการให้สินเชื่อผ่อนปรน (ซอฟต์โลน) วงเงินรวม 3 แสนล้านบาท เพื่อให้ครอบคลุมผู้ได้รับความเสียหายจากอุทกภัยมากขึ้น
กฎเกณฑ์ใหม่จะเปิดทางให้บุคคลธรรมดาสามารถกู้เงินเพิ่มขึ้นเป็นรายละไม่เกิน 3 ล้านบาท จากเดิมให้กู้ได้เพียงรายละ 1 ล้านบาท
นอกจากนี้ ธปท.ยังไม่ให้สถาบันการเงินที่เข้าร่วมโครงการเก็บค่าปรับจากลูกหนี้ ในกรณีที่ถูก ธปท.คิดค่าปรับในอัตรา 10% ของวงเงินสินเชื่อ เพราะไม่สามารถทำตามเงื่อนไขการปล่อยสินเชื่อซอฟต์โลนตามที่ ธปท.กำหนดได้ มาคิดต่อกับลูกค้าด้วย
ขณะเดียวกันยังห้ามสถาบันการเงินคิดค่าธรรมเนียมอื่นๆ จากลูกหนี้ในโครงการนี้ นอกเหนือจากการคิดอัตราดอกเบี้ย 3% เนื่องจากต้องการให้เงินกู้แต่ละรายเพียงพอที่จะนำไปฟื้นฟูความเสียหาย
เงื่อนไขใหม่ที่ ธปท.ปรับปรุงครั้งนี้ ธปท.ได้ออกประกาศไปแล้วเมื่อ วันที่ 22 พ.ค.ที่ผ่านมา โดยสาระสำคัญนั้น ธปท.ให้ตัดคำว่า “ต้องมีการรับรองว่าเป็นผู้เสียหายจริง” ออกจากเงื่อนไขคุณสมบัติของผู้ขอสินเชื่อ ให้เหลือเพียงเป็นผู้ที่จะได้รับความช่วยเหลือจะ “ต้องเป็นผู้อยู่ในที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัยเท่านั้น”
ทั้งนี้ ผู้กู้ต้อง 1.เป็นบุคคลธรรมดาที่มีภูมิลำเนา ที่อยู่อาศัย สถานที่ทำงาน สถานที่ประกอบอาชีพ หรือสถานที่ประกอบธุรกิจในพื้นที่ประสบอุทกภัย 2.เป็นผู้ประกอบวิสาหกิจขนาดกลางขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ที่อยู่ในเขตพื้นที่ประสบอุทกภัย เพื่อให้การตรวจสอบคุณสมบัติทำได้รวดเร็วมากขึ้น เพราะหากต้องรอการรับรองจะเกิดความล่าช้า โดยในส่วนของเอสเอ็มอียังให้วงเงินต่อรายไม่เกิน 30 ล้านบาทเช่นเดิม
อย่างไรก็ตาม ในรายละเอียดของประกาศฉบับนี้ ได้เพิ่มเติมคุณสมบัติของลูกหนี้ที่ขอซอฟต์โลนว่า ถึงผู้ต้องการขอกู้อยู่ในพื้นที่ประสบภัย แต่ไม่ได้ถูกน้ำท่วม แต่หากเกิดความเสียหายหรือต้องหยุดกิจการชั่วคราว ก็มีสิทธิที่จะขอสินเชื่อซอฟต์โลนได้ และหากผู้ประกอบการที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมไม่ต้องการสร้างโรงงานในพื้นที่เดิม ก็สามารถขอสินเชื่อซอฟต์โลนไปสร้างโรงงานในพื้นที่ใหม่ได้ ผู้เสียหายที่มีคุณสมบัติเป็นทั้งบุคคลธรรมดาและเอสเอ็มอีสามารถขอกู้ได้สูงสุดในวงเงิน 30 ล้านบาท บวก 3 ล้านบาท รวมเป็น 33 ล้านบาทได้ ลูกหนี้บุคคลธรรมดาอาจจะขอสินเชื่อ เพื่อปรับโครงสร้างสินเชื่อเดิมหลายประเภท เช่น สินเชื่อส่วนบุคคล สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย บัตรเครดิตก็ได้







