
ตลาดดอทคอม เปลี่ยนช็อปปิ้งเป็นบันเทิง
8...พรหมเมศร์ ศิริสุขวัฒนานนท์
ไม่น่าเชื่อว่าทุกวันนี้จะหาซื้อของสักอย่างอาจจะไม่ได้ยากเหมือนในอดีต เช่น ต้องนั่งรถลงเรือเพื่อไปให้ถึงแหล่งและซื้อสินค้าในท้องถิ่นนั้น เพราะมีเทคโนโลยีที่เรียกว่า
“อีคอมเมิร์ซ” เป็นเครื่องมือที่ช่วยย่อตลาดทั้งโลกมาไว้ที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ผ่านอินเทอร์เน็ต แค่คลิกเดียว พร้อมกับระบบจ่ายเงินดีๆ คุณก็อาจจะได้สินค้าแบรนด์เนม อย่างดีจากต่างประเทศมาไว้ในครอบครอง ง่ายจริงๆแล้วในประเทศไทยล่ะ ธุรกิจอีคอมเมิร์ซ ก้าวไปไกลขนาดไหนแล้ว เทียบชั้นกับ อะเมซอน หรืออีเบย์ ได้หรือไม่ แน่นอนว่าถ้าพูดถึงตลาดแล้ว ก็ต้องนึกถึง
“ตลาดดอทคอม” (tarad.com) ที่ถือว่าเป็นเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซชั้นนำในเมืองไทย และภายหลังจากจับมือเป็นพันธมิตรกับ ราคุเทนผู้ให้บริการอีคอมเมิร์ซ จากญี่ปุ่น ก็เริ่มมีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นภาวุธ วงษ์วิทยภานุ ผู้ก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการของตลาดดอทคอม กล่าวว่า สิ่งที่ตลาดดอทคอมจะทำในปีนี้จะเป็นการปฏิวัติวงการอีคอมเมิร์ซ และจะเปลี่ยนการช็อปปิ้งให้เป็นความบันเทิง นั่นคือ การซื้อสินค้าออนไลน์ จะไม่ต่างไปจากการไปเดินศูนย์การค้าในชีวิตจริง ซึ่งทั้งหมดเป็นการนำโมเดลธุรกิจของราคุเทนมาปรับปรุงให้เข้ากับตลาดประเทศไทย นำเสนอออกมาเป็นกลยุทธ์ที่ต้องพัฒนา 3 ด้าน
1.ผู้ซื้อ ที่ต้องการความมั่นใจ ตลาดดอทคอมจะเสริมความมั่นใจด้วยการรับประกัน หากไม่ได้รับสินค้าจะคืนเงินให้ การมีระบบจ่ายเงินที่หลากหลายและง่าย สุดท้ายคือมีโปรโมชันส่วนลดที่ไม่มีในตลาดปกติ จุดนี้จะเป็นการทำลายสิ่งที่เรียกว่า ไม่กล้าซื้อ
2.ผู้ขายหรือร้านค้า แน่นอนว่าจะทำให้การช็อปปิ้งเป็นเรื่องสนุก หน้าร้านเป็นสิ่งสำคัญ ถ้าดูอะเมซอน หรืออีเบย์ ร้านค้าจะทำทุกอย่างเองทั้งหมด แต่ตลาดดอทคอมกับราคุเทน มีบริการที่ปรึกษาส่วนตัว คอยให้คำปรึกษาว่าร้านค้าควรปรับปรุงอย่างไรเพื่อเพิ่มยอดขาย ซึ่งจากการทดลอง 34 เดือนที่ผ่านมา ผลตอบรับดีมาก ยอดคนเข้าชมเพิ่มยอดขายเพิ่ม และยังมีเครื่องมืออื่นๆ เช่น การค้นหาสินค้า และการอบรมเสริมความรู้การใช้สื่อออนไลน์อื่นๆ การบริหารความสัมพันธ์ลูกค้า เรียกว่าการเพิ่มพลังให้ร้านค้า
“
เป้าหมายของตลาดดอทคอมคือ เพิ่มยอดขายรวมของร้านค้าให้มากขึ้น มีร้านค้าขายราวตากผ้าในแบบต่างๆ ที่มาใช้บริการใหม่นี้ ที่ปรึกษาจะแนะนำให้ถ่ายรูปสินค้า อธิบายคุณสมบัติ นำเสนอโปรโมชันการจัดส่งหรือส่วนลด พบว่ายอดขายสินค้าเพิ่มจากเดิมที่แทบไม่มี ปัจจุบันยอดซื้อบนเว็บสูงกว่าหน้าร้านที่มีอยู่ด้วย”ส่วนสุดท้ายคือ การสนับสนุนนักพัฒนา ในการพัฒนาแอพพลิเคชันต่างๆ เป็นอีกปัจจัยที่จะช่วยให้การเข้าถึงร้านค้าออนไลน์ง่ายขึ้น เช่น ตลาดดอทคอมได้พัฒนาแอพพลิเคชันบนแพลตฟอร์ม ลายาร์ ซึ่งใช้งานบนไอโฟนและแอนดรอยด์ ช่วยค้นหาสินค้าที่อยู่ในฐานข้อมูลของตลาดผ่านโทรศัพท์มือถือ สามารถนำทางไปซื้อสินค้าได้ หรือจะเข้าเว็บไซต์ก็ได้ ช่วยขยายฐานลูกค้าที่จะซื้อสินค้าได้มากขึ้น
ทั้งหมด เรียกว่าบริการ
“พรีเมียมมอลล์” ซึ่งเป็นส่วนใหม่ในตลาดดอทคอม หรืออาจจะเรียกว่าเป็น “ศูนย์การค้า” บนเว็บไซต์ก็ได้ เพราะผู้ซื้อจะมั่นใจ ผู้ขายได้รับการสนับสนุนเต็มที่ ภาวุธ ระบุว่าปีแรกยอดขายเฉพาะส่วนพรีเมียม มอลล์ อาจจะอยู่ในหลักร้อยล้านบาท แต่ในอีก 5 ปีจะเห็นยอดขายขึ้นไปถึง 6,000 ล้านบาทจากจำนวนธุรกรรม 3.5 ล้านรายการ ซึ่งเกิดขึ้นมาแล้วในญี่ปุ่น และเป็นแนวโน้มเดียวกันในไต้หวันโทชิยะ มัตซึโอะ ประธานกรรมการและประธานบริหาร ตลาดดอทคอม กล่าวว่า ยิ่งปัจจุบันมีคนใช้อินเทอร์เน็ตในประเทศไทย 16 ล้านคน และมีเพียง 24% เท่านั้นที่ใช้บริการอีคอมเมิร์ซ เทียบกับมาเลเซียที่มีถึง 65% ดังนั้นโอกาสเติบโตของไทยยังมีอีกมาก และแน่นอนว่าในปีนี้ จะเห็นการเปลี่ยนแปลงของตลาดดอทคอมอีกไม่น้อยเช่นกัน
ตอนนี้ตลาดดอทคอม เรียนรู้และปรับปรุงจากราคุเทน เพียงแค่ 20% เท่านั้น แสดงว่ายังมีอีก 80% ที่จะเกิดขึ้น และนั่นจะมีส่วนช่วยผลักดันให้ตลาดอีคอมเมิร์ซไทยก้าวหน้ามากขึ้น พัฒนามากขึ้น ซึ่งในอนาคตอันใกล้นี้จะได้เห็นตลาดดอทคอมรุกไปตลาดต่างประเทศ ไม่แน่ว่าไทยอาจจะเป็นศูนย์กลางอีคอมเมิร์ซในภูมิภาคนี้ได้







