
ญี่ปุ่นหาช่องลงทุนเหล็กเพื่อนบ้าน
เหตุไทยนิ่งต้องหาพื้นที่สำรอง อินโดฯเสนออ้าแขนรับเต็มที่
เหตุไทยนิ่งต้องหาพื้นที่สำรอง อินโดฯเสนออ้าแขนรับเต็มที่
โครงการเหล็กต้นน้ำเมืองไทยไม่คืบ นักลงทุนหนีหาช่องลงทุนเพื่อนบ้านแทน
นายวิกรม วัชระคุปต์ ผู้อำนวยการสถาบันเหล็กและเหล็กกล้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการสถาบันเหล็กและเหล็กกล้าแห่งประเทศไทย ว่า ขณะนี้บริษัทผู้ผลิตเหล็กที่สนใจเข้ามาลงทุนในโครงการเหล็กต้นน้ำในเมืองไทยเริ่มออกไปศึกษาการลงทุนตั้งโรงถลุงเหล็กในประเทศอื่นๆ แล้ว เช่น บริษัท นิปปอน สตีล จากประเทศญี่ปุ่น ไปศึกษาการลงทุนที่นิคมอุตสาหกรรมทวาย ประเทศพม่า ขณะที่บริษัท เจเอฟอี สตีล ไปศึกษาการลงทุนที่เวียดนาม
อย่างไรก็ดี ทั้งสองบริษัทยังรอคำตอบจากรัฐบาลไทยเกี่ยวกับโครงการส่งเสริมการลงทุนเหล็กต้นน้ำและการเตรียมพื้นที่สำหรับการลงทุน ซึ่งผลศึกษาของสถาบันเหล็กยังรอที่จะเสนอให้คณะกรรมการพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งชาติ (กอช.) ที่มีนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง เป็นประธาน พิจารณา แต่ กอช.ไม่มีการประชุมมานาน 2 ปีแล้ว
“การลงทุนในประเทศเพื่อนบ้านคงยังไม่ตัดสินใจปีนี้ เนื่องจากปัญหาเศรษฐกิจโลกทำให้บรรยากาศการลงทุนขนาดใหญ่ไม่ดี และสถาบันการเงินอาจพิจารณาปล่อยกู้ยาก” นายวิกรม กล่าว
ปัจจุบัน อาเซียนต้องการใช้เหล็กปีละ 50 ล้านตัน และมีแนวโน้มใช้มากขึ้นตามภาวะเศรษฐกิจ รวมทั้งการเปิดประเทศของพม่าที่จะทำให้มีการก่อสร้างและลงทุนอุตสาหกรรมมากขึ้น โดยไทยต้องการใช้เหล็กมากที่สุดในอาเซียน อยู่ที่ปีละ 15 ล้านตัน จึงทำให้ญี่ปุ่นสนใจเข้ามาลงทุนตั้งโรงถลุงเหล็กในไทย รองลงมาเป็นเวียดนามและมาเลเซีย 9 ล้านตัน
ขณะที่หลายประเทศในอาเซียนมีโครงการตั้งโรงถลุงเหล็ก โดยมาเลเซียกำลังลงทุน 2-3 โครงการ ซึ่งเป็นโครงการไม่ใหญ่และแต่ละโครงการมีกำลังการผลิตปีละ 5 แสนตัน ส่วนอินโดนีเซียจะมีการลงทุนตั้งโรงถลุงเหล็กของบริษัท พอสโก จากเกาหลีใต้ ในอีก 2 ปีข้างหน้า กำลังการผลิต 3 ล้านตัน และเวียดนามยังไม่ประกาศชัดเจนว่าจะให้ลงทุนโรงถลุงเหล็ก
นายนิกร สุขศิริวัฒนนนท์ ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมเหล็ก สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า เมื่อรัฐบาลไทยไม่ตอบสนองเรื่องการลงทุนโรงถลุงเหล็ก ก็ทำให้บริษัทเหล็กญี่ปุ่นไปลงทุนประเทศอื่น โดยเฉพาะอินโดนีเซียที่อ้าแขนรับต่างชาติ ทำให้คาดว่าบริษัทเหล็กญี่ปุ่นมีโอกาสเข้าไปลงทุนในอินโดนีเซียมากที่สุด เพราะเป็นประเทศที่มีพลังงานของตัวเอง เช่น ก๊าซ น้ำมัน







