
รับเหมาขาดปริญสิริเลื่อนโครงการใหม่
ปริญสิริ กุมขมับขาดแคลนผู้รับเหมา ต้องเลื่อนเปิดโครงการใหม่ไปปลายปี ชี้รายย่อยไม่ถนัดใช้สำเร็จรูป ต้องใช้ระบบก่อสร้างแบบเก่าแทน
ปริญสิริ กุมขมับขาดแคลนผู้รับเหมา ต้องเลื่อนเปิดโครงการใหม่ไปปลายปี ชี้รายย่อยไม่ถนัดใช้สำเร็จรูป ต้องใช้ระบบก่อสร้างแบบเก่าแทน
นายชัยรัตน์ โกวิทจินดาชัย ผู้อำนวยการอาวุโส สำนักกรรมการผู้จัดการ บริษัท ปริญสิริ เปิดเผยว่า ในปีนี้บริษัทมีแผนจะเปิด 5 โครงการใหม่ มูลค่ารวม 3,262 ล้านบาท แต่ต้องเลื่อนไปเปิดในไตรมาส 4 ของปีนี้ทั้งหมด จากเดิมที่จะทยอยเปิดโครงการใหม่ตั้งแต่ช่วงต้นปี เนื่องจากขาดแคลนผู้รับเหมาก่อสร้างอย่างหนัก
ส่งผลให้ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา บริษัทต้องใช้ผู้รับเหมารายย่อยในการก่อสร้าง 50-60 ราย ซึ่งแต่ละรายมีแรงงานอยู่ในมือเฉลี่ย 20-60 คน แต่ปัจจุบันกลับมีผู้รับเหมาเหลืออยู่เพียง 1 ใน 3 หรือประมาณ 15-20 ราย ทำให้ไม่สามารถก่อสร้างบ้านได้ทัน
นอกจากนี้ ต้องหันมาเจรจากับผู้รับเหมารายย่อยรายเดิม พร้อมให้อินเซนทีฟ หรือเงินจูงใจเพิ่มเพื่อให้กลับมารับงานก่อสร้างกับบริษัทมากขึ้น
“รับเหมาก่อสร้างมีปัญหาค่อนข้างหนัก หลังจากบริษัทได้ปรับเปลี่ยนระบบก่อสร้างใหม่ โดยหันไปใช้ระบบก่อสร้างสำเร็จรูปมากขึ้น ทำให้บริษัทรับเหมารายย่อยที่เคยใช้อยู่ 50-60 ราย ทยอยออกไปรับงานก่อสร้างกับผู้ประกอบการค่ายอื่นที่มีงานป้อนให้ตลอดเวลา” นายชัยรัตน์ กล่าว
ทั้งนี้ ที่ผ่านมาผู้รับเหมารายย่อยเหล่านี้ไม่มีความชำนาญในระบบก่อสร้างที่ใช้ระบบสำเร็จรูป หรือพรีคาส์ต ทำให้ต้องใช้งานก่อสร้างระบบก่ออิฐฉาบปูนเหมือนเดิม พร้อมให้ค่าจ้างที่จูงใจมากขึ้น ขณะที่การก่อสร้างในระบบเก่ากับระบบใหม่ต้นทุนไม่แตกต่างกันมากนัก เนื่องจากบริษัทยังไม่ได้เป็นผู้ประกอบการรายใหญ่ที่ต้องใช้ระบบก่อสร้างสำเร็จรูปจำนวนมาก
อย่างไรก็ตาม จากต้นทุนในการก่อสร้างที่ปรับสูงขึ้นจากราคาวัสดุก่อสร้าง น้ำมัน ค่าจ้างแรงงาน และค่าขนส่งที่เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 5-10% ทำให้บริษัทต้องปรับราคาบ้านในปีนี้เพิ่มขึ้น 5% และมีแนวโน้มที่จะปรับขึ้นต่อเนื่องในครึ่งปีหลัง โดยในปีนี้บริษัทตั้งเป้ายอดขายและยอดรับรู้รายได้ไว้ที่ 3,200 ล้านบาท แต่จากที่ผ่านมา 5 เดือนของปีนี้ มียอดขายเพียง 1,000 ล้านบาท ซึ่งอาจทำให้ปีนี้ต้องปรับเป้ายอดขายลดลงจากปีที่แล้ว ที่มียอดขาย 1,500 ล้านบาท และรับรู้รายได้ 2,200 ล้านบาท
สำหรับ 5 โครงการใหม่ที่จะเปิดขายในไตรมาส 4 ปีนี้ ประกอบด้วย โครงการซิตี้ เซนส์ บางนา กม. 10 ทาวน์เฮาส์ ราคาเฉลี่ย 2.1 ล้านบาท จำนวน 95 ยูนิต มูลค่า 200 ล้านบาท โครงการปริญลักษณ์ เพชรเกษม บ้านเดี่ยว ราคาเฉลี่ย 7.7 ล้านบาท จำนวน 178 ยูนิต มูลค่า 1,367 ล้านบาท โครงการสิรีน กัลปพฤกษ์ บ้านเดี่ยว ราคาเฉลี่ย 7.1 ล้านบาท จำนวน 62 ยูนิต มูลค่า 439 ล้านบาท โครงการไอโค่ เนเจอร์ อินทรา 109 บ้านเดี่ยว ราคาเฉลี่ย 4.5 ล้านบาท จำนวน 209 ยูนิต มูลค่า 936 ล้านบาท โครงการบริดส์ นราธิวาส คอนโดมิเนียม ราคาเฉลี่ย 3.5 ล้านบาท







