posttoday
BJCรุกซื้อธุรกิจรับมืออาฟตา

BJCรุกซื้อธุรกิจรับมืออาฟตา

11 มีนาคม 2553

 

เป้า35ปีรายได้นอกเพิ่มเท่าตัวPMหามหามิตรช่วยขยายตลาด

โพสต์ทูเดย์ — BJC ช็อปบริษัททั้งในและต่างประเทศรับเปิดเสรีการค้าอาฟตา โอดราคาหุ้นต่ำกว่าจริงเยอะ

นายอัศวิน เตชะเจริญวิกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เบอร์ลี่ยุคเกอร์ (BJC) เปิดเผยว่า ปีนี้จะมีข้อสรุปการซื้อกิจการเกี่ยวกับการจัดจำหน่าย (เทรดดิง) ในประเทศ ซึ่ง 34 ปีข้างหน้า ผู้ผลิตธุรกิจอุปโภคบริโภคจะรวมตัวกันเพื่อรองรับการแข่งขันจากต่างประเทศที่จะเข้ามามากขึ้นภายหลังเปิดเขตเสรีการค้าอาเซียน (อาฟตา) ซึ่งจะทำให้การค้าระหว่างภูมิภาคนี้ปลอดภาษี ทำให้ธุรกิจในไทยต้องรวมตัวกันสร้างอำนาจการต่อรองกับคู่ค้าขนาดใหญ่ในประเทศด้วย

นอกจากนี้ BJC ยังรุกไปทำธุรกิจในพม่า เวียดนาม และมาเลเซีย ซึ่งเศรษฐกิจมีการเติบโตต่อเนื่อง ประชาชนอยู่ในวัยทำงานและมีกำลังซื้อ และตั้งเป้าหมายว่าภายใน 35 ปีข้างหน้า สัดส่วนรายได้จากต่างประเทศจะอยู่ที่ 1520% จากปัจจุบัน 2,000 ล้านบาท หรือเกือบ 10% ของยอดขาย

“บริษัทมีแผนลงทุนในเวียดนามเพิ่มอีก 2 โครงการ อยู่ในอุตสาหกรรมผลิตขวดแก้วและอุปโภคบริโภค ตั้งเป้าหมายสร้างอัตราผลตอบแทนจากการลงทุน (IRR) ระดับ 10% ซึ่งมูลค่าของโครงการนั้นยังไม่สามารถระบุได้ แต่บริษัทมีแหล่งเงินทุนพร้อม โดยมีกำไรก่อนหักภาษี ดอกเบี้ย และค่าเสื่อม (อีบิตดา) ปีละ 4,000 ล้านบาท มีเพดานในการกู้เงินได้ถึง 8,0009,000 ล้านบาท

“การเพิ่มทุนหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับ 2 ปัจจัย คือ ต้องมีการลงทุนสนับสนุน และสภาพตลาดขณะนั้น ซึ่งการเพิ่มทุนช่วยตอบโจทย์การแก้ปัญหาสภาพคล่องหุ้น BJC ด้วย” นายอัศวิน กล่าว

กรรมการผู้จัดการใหญ่ กล่าวถึงราคาหุ้น BJC ณ วันที่ 8 มี.ค. อยู่ที่ 5.50 บาท เพิ่มขึ้น 26.10% จากต้นปี 2552 แต่ยังซื้อขายเพียงสัดส่วน 0.8 เท่า ของมูลค่าทางบัญชี (บุ๊กแวลู) ซึ่งปกติธุรกิจบริษัทไม่ควรจะต่ำกว่า 1 เท่าของบุ๊กแวลูของบริษัท ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ 6 บาท

สำหรับรายได้ในปีนี้คาดว่าอัตราการเติบโตจะอยู่ในระดับเดียวกับการขยายตัวของเศรษฐกิจ จากปี 2552 มีรายได้รวม 22,799 ล้านบาท และรักษาอัตรากำไรขั้นต้นที่ระดับ 2325%

นายสมชาย ชุณหรัศมิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท พรีเมียร์ มาร์เก็ตติ้ง (PM) กล่าวว่า บริษัทอยู่ระหว่างการหาบริษัทที่จะมาร่วมทุน (จอยซ์เวนเจอร์) ทำธุรกิจทั้งในและต่างประเทศ โดยในประเทศต้องการพันธมิตรหรือคู่ค้าช่วยขยายช่องทางการจำหน่าย ส่วนพันธมิตรต่างประเทศช่วยการส่งออกและบุกตลาดสินค้าใหม่ๆ เพิ่ม ตอนนี้บอกไม่ได้ว่าการร่วมทุนจะเสร็จเมื่อใด

สำหรับรายได้ปี 2553 จะเติบโต 510% จากปีก่อนที่ทำได้ 2,826 ล้านบาท ส่วนไตรมาสแรกปี 2553 รายได้ทรงตัว เนื่องจากตลาดต่างประเทศไม่ได้ฟื้นตัวชัดเจน สัดส่วนรายได้จำหน่ายขนมขบเคี้ยวในประเทศ 70% ส่งออกทูน่า 25% และอื่นๆ 5%

นายสมชาย กล่าวว่า ไม่มีความกังวลการชุมนุมของคนเสื้อแดง โดยได้เตรียมแผนการขนส่งสินค้า และพบว่าการชุมนุมเดือน เม.ย. 2552 ที่ผ่านมา 3 วันที่เกิดเหตุทางการเมืองทำให้มียอดขายเพิ่มขึ้นมาก

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน