posttoday
ลั่นระบบเทรดไม่หยุด

ลั่นระบบเทรดไม่หยุด

11 มีนาคม 2553

 

ตลท.มีมาตรการรับมือม็อบแรง แนะเลี่ยงหุ้นเกี่ยวข้องท่องเที่ยว

 โพสต์ทูเดย์ — ตลาดหลักทรัพย์มั่นใจระบบซื้อขายหุ้นทำงานปกติ พร้อมรับมือม็อบเสื้อแดง นักวิเคราะห์แนะเลี่ยงหุ้นเกี่ยวท่องเที่ยว ต่างชาติเก็บไม่ถอยทั้งหุ้นอนุพันธ์

นางภัทรียา เบญจพลชัย กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ตลาดหลักทรัพย์มีแผนรองรับกรณีที่เกิดเหตุการณ์ที่อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานในช่วงวันที่ 1215 มี.ค. 2553

ทั้งนี้ ตลาดมีคณะทำงานติดตามและประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยให้ความสำคัญกับระบบซื้อขายหลักทรัพย์ และระบบงานที่เกี่ยวเนื่อง เพื่อให้การซื้อขาย สามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่อง พร้อมรองรับการซื้อขายของผู้ลงทุนทั้งในและต่างประเทศ

“คณะทำงานเฉพาะกิจจะประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และกำหนดมาตรการรักษาความปลอดภัยของอาคาร พนักงาน และโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็น เพื่อให้มั่นใจว่าระบบการซื้อขายหลักทรัพย์และระบบงานสำคัญ จะไม่ได้รับผลกระทบหากมีเหตุการณ์รุนแรง”

นอกจากนี้ คณะทำงานแผนการดำเนินธุรกิจต่อเนื่องขององค์กร (BCP : Business Continuity Plan) ซึ่งมีการซักซ้อมแผนเป็นประจำทุกปี มีการเตรียมแผนการรองรับ กรณีที่เกิดเหตุให้พนักงานไม่สามารถเข้าปฏิบัติงานในอาคารได้ รวมถึงมีการสำรองระบบงานสำคัญไว้ เพื่อพร้อมปฏิบัติงานได้ทันที

ขณะเดียวกันได้ประสานไปยังบริษัทหลักทรัพย์ต่างๆ ให้เตรียมความพร้อมด้านระบบเพื่อให้มั่นใจว่าการส่งคำสั่งซื้อขายหลักทรัพย์ของผู้ลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศจะดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง แม้มีเหตุการณ์ที่มีผลกระทบต่อการปฏิบัติงานในด้านอื่นๆ ก็ตาม

นางปรารถนา มงคลกุล กรรมการ บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล (MINT) ซึ่งเป็นผู้ดำเนินธุรกิจโรงแรม และอาหาร กล่าวว่า ต้องจับตาการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงในช่วงสุดสัปดาห์นี้อย่างใกล้ชิด จนถึงขณะนี้ยังไม่เห็นลูกค้ามีการยกเลิกการเข้าพัก แต่ในช่วงหลังลูกค้าที่เข้าพักจะไม่มีการจองห้องพักล่วงหน้านาน แต่จะจองล่วงหน้าเพียงไม่กี่วันเท่านั้น

สำหรับเป้าหมายการทำธุรกิจในปีนี้ คาดว่ารายได้จะเติบโตประมาณ 1215% จากปี 2552 ที่มีรายได้ 7,291 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 1,400 ล้านบาท ซึ่งอัตราการเติบโตอยู่บนสมมติฐานว่าสถานการณ์ต่างๆ ปกติ และธุรกิจท่องเที่ยวและโรงแรมฟื้นตัวอย่างชัดเจน

น.ส.ประภารัตน์ ตังควัฒนา ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายการเงิน MINT กล่าวว่า ช่วง 12 ปีนี้ไม่แผนออกหุ้นกู้แต่จะใช้วิธีการกู้จากสถาบันการเงินแทนซึ่งขณะนี้ได้เครดิตไลน์ จากธนาคารแล้ว 6,000 ล้านบาท นำมาใช้ในการลงทุนและคืนหนี้เงินกู้ที่จะครบกำหนดในช่วง12ปีนี้โดปัจจุบันมีหนี้รวม 1.15 หมื่นล้านบาทจะครบกำหนดคืนปีนี้ 22%และปีถัดไป13%และที่ไม่ออกหุ้นกู้เพราะจะมีผลต่อสัดส่วนหนี้สินต่อทุนที่จะเพิ่มขึ้นแต่การกู้เงินจะได้ดอกเบี้ยดีกว่าโดยขณะนี้ต้นทุนเงินเฉลี่ยอยู่ที่4.5%

นอกจากนี้ได้ออกใบสำคัญแสดงสิทธิ(วอร์แรนต์)ซึ่งหากใช้สิทธิครบก็จะได้เงินอีก4,000 ล้านบาท ซึ่เพียงพออยู่แล้วโดยปีนี้จะลงทุน5,000 ล้านบาททั้งในธุรกิจโรงแรมและอาหาร

บล.เอเซีย พลัส (ASP) ออกบทวิเคราะห์ให้นักลงทุนหลีกเลี่ยงการลงทุนหุ้นกลุ่มที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยว เช่น บริษัท ท่าอากาศยานไทย (AOT), MINT, บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา (CENTEL) และบริษัท การบินไทย (THAI) เพราะหากการชุมนุมมีความรุนแรง มีความเป็นไปได้ว่ารัฐบาลจะประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินได้ ซึ่งจะสร้างความวิตกกังวลให้กับนักลงทุนไทยและต่างประเทศ

บล.ธนชาต ระบุว่า หากรัฐคุมสถานการณ์ไม่อยู่และต้องใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ก็จะกดดัชนีลดลงไปทดสอบแนวรับที่ระดับ 670680 จุด

ด้านการซื้อขายหุ้นวันที่ 10 มี.ค . ตลาดหุ้นไทยบวกขึ้นเล็กน้อยตามเพื่อนบ้าน ดัชนีปิดที่ 720.84 จุด เพิ่มขึ้น 2.07 จุด มูลค่าการซื้อขาย 12,834 ล้านบาท โดยต่างชาติยังซื้อหนัก 1,993 ล้านบาท

มาร์เก็ตติงกล่าวว่า นักลงทุนต่างชาติยังเชื่อมั่นว่ารัฐบาลควบคุมสถานการณ์การชุมนุมได้แน่นอนจึงยังเข้ามาซื้อหุ้นและตราสารอนุพันธ์อย่างต่อเนื่อง

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ