
ปตท.สูญ3.6แสนล.
หุ้นไทยถูกถล่มหนัก กดมูลค่ากิจการกลุ่ม ปตท.วูบหนัก 3.6 แสนล้าน ด้าน PTTEP ผ่าทางตันไม่ต้องเพิ่มทุน
หุ้นไทยถูกถล่มหนัก กดมูลค่ากิจการกลุ่ม ปตท.วูบหนัก 3.6 แสนล้าน ด้าน PTTEP ผ่าทางตันไม่ต้องเพิ่มทุน ออกหุ้นกู้ด้อยสิทธิคล้ายทุน 5,000 ล้าน
ตลาดหุ้นไทยกู่ไม่กลับ นักลงทุนต่างชาติจับมือสถาบันในประเทศถล่มขายหุ้นออกมาอย่างรุนแรงจากความวิตกกังวลวิกฤตการณ์ยุโรป ส่งผลให้ดัชนีปิดที่ระดับ 1,110.70 จุด ลดลง 20.82 จุด หรือ 1.84% มูลค่าการซื้อขาย 28,830 ล้านบาท
ทั้งนี้แรงขายกระจุกตัวในหุ้นสินค้าโภคภัณฑ์ โดยเฉพาะในกลุ่ม ปตท. (PTT) ทำให้มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (มาร์เก็ตแคป) ของทั้งเครือ ปตท. หายไปกว่า 3.6 แสนล้านบาท ในเดือน พ.ค.นี้
มาร์เก็ตติง กล่าวว่า นักลงทุนแห่ขายหุ้นในกลุ่ม ปตท.อย่างรุนแรงในช่วงบ่ายของวันที่ 23 พ.ค.ที่ผ่านมา โดยเฉพาะหุ้นบริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม หรือ ปตท.สผ. (PTTEP) หลังมีข่าวว่าบริษัทเป็นผู้ชนะการประมูลซื้อหุ้น Cove Energy ต้องใช้เงินลงทุนกว่า 6 หมื่นล้านบาท ทำให้ตลาดตีความว่าบริษัทจำเป็นต้องเพิ่มทุนจดทะเบียน จึงแห่ขายหุ้นกดราคารูดลงแรง 10 บาท หรือ 6.19% ปิดที่ 151.50 บาท
นางเพ็ญจันทร์ จริเกษม รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ PTTEP กล่าวว่า การประกาศเจตนาเข้าซื้อกิจการทั้งหมดของ Cove Energy ครั้งนี้ไม่ได้เป็นประเด็นที่จะกดดันให้บริษัทต้องเพิ่มทุนจดทะเบียน เพราะมีกระแสเงินสดในมือตามงบการเงินล่าสุดถึง 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ และยังมีวงเงินสนับสนุนจากสถาบันการเงินด้วย
“ราคาหุ้น PTTEP ปรับตัวลดลงหลังบริษัทประกาศเข้าซื้อกิจการ Cove Energy น่าจะเป็นการลดลงตามภาวะตลาดที่นักลงทุนยังกังวลกับปัญหาทางกรีซและยุโรปมากกว่า เรามีเงินทุนพร้อมอยู่แล้ว” นางเพ็ญจันทร์ กล่าว
นอกจากนี้ ประมาณกลางเดือน มิ.ย.นี้บริษัทจะเสนอขายหุ้นกู้ด้อยสิทธิลักษณะคล้ายทุนวงเงิน 5,000 ล้านบาท นับเป็นบริษัทแรกของประเทศไทย และหุ้นกู้ชุดนี้จะถูกนำเข้าไปคำนวณในส่วนของทุนทั้ง 100% ไม่ใช่ส่วนหนี้ แต่ในทางการจัดอันดับเครดิตจะนำไปคำนวณเป็นทุนได้ 50% โดยบริษัทยังคงรักษาสัดส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) ที่ต่ำกว่า 0.4 เท่า
ทั้งนี้ หุ้นกู้จะมีลักษณะพิเศษคือไม่กำหนดระยะเวลาหมดอายุ แต่ในทางกลับกันก็จะให้สิทธิผู้ออกไถ่ถอนได้เมื่อครบ 10 ปี หรือถ้าหากไม่ไถ่ถอนก็จะเพิ่มผลตอบแทนให้กับผู้ถือหุ้นกู้ไปเรื่อยๆ เช่น หุ้นกู้ครั้งนี้จะให้ผลตอบแทนในอัตรา 5.85% ในช่วง 10 ปีแรก ส่วนในปีที่ 10-30 จะเพิ่มเป็น 6.1% และหากถือต่อๆ ไปก็จะเพิ่มเป็น 6.85-7.85% ซึ่งให้ผลตอบแทนสูงขึ้นกว่าการขายหุ้นกู้ทั่วไป เช่น พันธบัตรรัฐบาลอายุ 50 ปี ให้ผลตอบแทน 4.5% และหุ้นกู้ทั่วไปอายุ 10 ปี จะอยู่ที่ 4% เศษ
นายจรัมพร โชติเสถียร กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ยืนยันว่า ดัชนีหุ้นที่รูดลง 1.84% เป็นไปในทิศทางเดียวกับตลาดหุ้นในภูมิภาคนี้ เพราะความกังวลปัญหายุโรป







