
ชี้ราคาน้ำมันขาลงบี้ผู้ค้าแก้ของแพง
สนพ.กังขา ราคาพลังงานขาลง แต่ราคาสินค้าไม่ขยับลงตาม
สนพ.กังขา ราคาพลังงานขาลง แต่ราคาสินค้าไม่ขยับลงตาม
นายสุเทพ เหลี่ยมศิริเจริญ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) เปิดเผยว่าทิศทางราคาพลังงานในประเทศได้ทยอยปรับลดลงต่อเนื่อง โดยเฉพาะราคาน้ำมันในประเทศ จนราคาดีเซลต่ำกว่า 30 บาท/ลิตร ส่วนก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) และก๊าซธรรมชาติ (เอ็นจีวี) รัฐสั่งตรึงราคาออกไปอีก3 เดือน แต่ราคาสินค้าในประเทศกลับไม่ปรับลดลงตาม ทั้งที่ก่อนหน้านี้อ้างปัญหาน้ำมันแพงจึงได้ขอขึ้นราคาสินค้า
อย่างไรก็ดี ทิศทางราคาน้ำมันตลาดโลกเป็นการปรับลดในช่วงสั้น โดย 4 เดือนแรกของปี ราคาน้ำมันดิบเฉลี่ยอยู่ที่ 116 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนเฉลี่ยอยู่ที่ 106 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ประเมินว่าราคาน้ำมันดิบดูไบมีแนวโน้มจะทรงตัวที่ 105 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ไม่น่าจะต่ำกว่า 100 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล
ปัจจัยที่จะเป็นตัวแปรต่อความเคลื่อนไหวของราคาน้ำมัน คือ 1.ปัญหาเศรษฐกิจในประเทศกรีซ 2.การประชุม 6 ชาติมหาอำนาจกับ อิหร่าน วันที่ 23 พ.ค. ถึงปัญหานิวเคลียร์จะยุติไปในทางใด 3.การเพิ่มกำลังผลิตน้ำมันของซาอุดี อาระเบีย จาก 8 ล้านบาร์เรล เป็น 10 ล้านบาร์เรล/วัน และ 4.การเปลี่ยนแปลงของฤดูที่เริ่มสู่หน้าร้อนในต่างประเทศ ส่งผลให้ความต้องการใช้น้ำมันเริ่มลดลง แต่หลังจากนั้นอีก 3 เดือนจะกลับเข้าสู่ฤดูหนาว ความต้องการใช้นำมันจะเพิ่มอีก
***นายสุเทพ กล่าวถึง นโยบายของรมว.พลังงานที่ต้องการให้บริษัทน้ำมันดูแลค่าการตลาดน้ำมันไม่ให้สูงเกินไปเพื่อปรับลดราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศให้กับประชาชน นั้น ทางปตท.และบางจากก็พร้อมที่ดำเนินการ รวมไปถึงบริษัทน้ำมันต่างชาติ ทั้งเชลล์และเอสโซ่ ด้วย ซึ่งปัจจุบันค่าการตลาดน้ำมันเฉลี่ยทุกผลิตภัณฑ์อยู่ที่ 1.50 บาท/ลิตร
**ด้านนายชายน้อย เผื่อนโกสุม รักษาการผู้อำนวยการสถาบันบริหารกองทุนพลังงาน หรือ สบพน. กล่าวว่า ได้ใช้วงเงินกู้เพื่อเสริมสภาพคล่องให้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงไปแล้ว 8,000 ล้านบาท จากวงเงินที่เปิดไว้ 1 หมื่นล้านบาท
ขณะที่การเจรจากับสถาบันการเงินเพื่อขอกู้เงินอีก 2 หมื่นล้านบาท ใกล้จะได้ข้อสรุปแล้ว โดยในภาพ รวมกองทุนน้ำมันฯ เริ่มมีสถานะเป็นบวก มีเงินไหลเข้าวันละ 30 ล้านบาท แต่ยังมีฐานะสุทธิติดลบอยู่ 2.26 หมื่นล้านบาทซึ่งเป็นการติดลบที่ลดลงจากเดือนเม.ย. เนื่องจากเดือนพ.ค.ภาระการนำเข้าแอลพีจีลดลง ตามราคาแอลพีจีตลาดโลกที่ปรับลดลงมาอยู่ที่ 844 เหรียญสหรัฐ/ตันจากเดิม 992 เหรียญสหรัฐ/ตัน







