
มุมมองเป็นลบ THAI ปลด "ดีดี"
โดย...เจียรนัย อุตะมะ
โดย...เจียรนัย อุตะมะ
นักวิเคราะห์มีมุมมองเป็นลบต่อการเลิกจ้าง “ปิยสวัสดิ์ อัมระนันท์” เป็นกรรมการผู้อำนวยการ หรือดีดี บริษัท การบินไทย (THAI)
ที่ประชุมคณะกรรมการ THAI มีมติเลิกจ้าง “ปิยสวัสดิ์” เนื่องจากปัญหาการสื่อสารระหว่างคณะกรรมการบริษัทกับ “ปิยสวัสดิ์” ไม่มีเอกภาพ ทำให้นโยบายบางอย่างไม่สามารถเดินหน้าตามที่คณะกรรมการกำหนดไว้ มตินี้จะมีผลใน 1 เดือนข้างหน้า โดย “ปิยสวัสดิ์” จะได้ค่าตอบแทน 6 เดือน และตั้ง “โชคชัย ปัญญายงค์” รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ฝ่ายกลยุทธ์และวางแผนธุรกิจ รักษาการแทน
“อารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม” ปลัดกระทรวงการคลัง จะเข้าเป็นประธานในการสรรหา ซึ่งคาดว่าจะสรรหาได้ใน 3 เดือนนี้
นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เกียรตินาคิน มีมุมมองเป็นลบต่อเรื่องนี้ เนื่องมาจากภายใต้การบริหารงานของ “ปิยสวัสดิ์” มีจุดเด่นจาก
ประการแรก การบริหารต้นทุนเชื้อเพลิงที่มีประสิทธิภาพ แม้แนวโน้มราคาน้ำมันเครื่องบินในปัจจุบันจะเพิ่มขึ้นกว่า 98% จากปี 2552 แต่ต้นทุนเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้นเพียง 80% แม้บริษัทจะมีเครื่องบินที่ใช้ในการดำเนินงานเพิ่มขึ้นจาก 83 ลำ เป็น 88 ลำ ในปัจจุบัน นอกจากนี้การบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพทำให้ THAI มีกำไรจากการดำเนินงานไตรมาสแรกปี 2555 สวนทางธุรกิจการบินในภูมิภาคที่ขาดทุน
ประการที่สอง ค่าใช้จ่ายการขายและการบริหารลดลงอย่างต่อเนื่องจากการควบคุมค่าใช้จ่าย ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายการขายและการบริหารต่อยอดขายลดลงจาก 35-40% (ค่าเฉลี่ย 6 ไตรมาสก่อนที่เขาเข้ามาดำรงตำแหน่งเมื่อเดือน มิ.ย. 2552 เหลือเพียง 32.8% และ 28.2% ในปี 2554 และไตรมาสแรกปี 2555
อย่างไรก็ตาม ในระยะสั้นประเด็นการปลด “ปิยสวัสดิ์” ยังไม่กระทบผลการดำเนินงานปีนี้ รวมทั้งยังคงแผนการขยายการลงทุนในอนาคตไว้เช่นเดิม ความที่ “โชคชัย” เป็นรองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ที่ทำงานด้านกลยุทธ์และแผนธุรกิจร่วมกับ “ปิยสวัสดิ์” ได้เป็นอย่างดี
นอกจากนั้น ยังคงคำแนะนำขายหุ้น THAI และราคาเป้าหมายหุ้นละ 21 บาท และคงมุมมองเป็นลบต่อธุรกิจการบินในไตรมาส 2 และไตรมาส 3 เนื่องจากไม่ใช่ฤดูกาลของภาคการท่องเที่ยวและธุรกิจการบิน ขณะที่ระยะยาวการบริหารต้นทุนดำเนินงานหลังปลดกรรมการผู้อำนวยการใหญ่จะทำให้ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
นักวิเคราะห์ บล.เอเซีย พลัส แนะนำให้ถือโดยให้ราคาเป้าหมายไว้ที่ 26 บาทต่อหุ้น สำหรับหุ้น THAI แม้เชื่อว่ายังได้รับผลบวกจากนโยบายดำเนินงานที่ “ปิยสวัสดิ์” ได้จัดทำไว้แล้ว อาทิ การป้องกันความเสี่ยงราคาน้ำมันที่ปัจจุบันป้องกันไปแล้ว 80% ของปริมาณที่ใช้จริงทั้งปี
แต่ทั้งนี้เนื่องจากการเลิกจ้าง เชื่อว่าทำให้ THAI ขาดผู้นำที่สามารถกำหนดทิศทางองค์กรระยะยาวจนกว่าจะสรรหากรรมการผู้อำนวยการคนใหม่ได้ใน 2-3 เดือนข้างหน้า
นอกจากนี้ ปัจจุบัน THAI ยังต้องเผชิญการแข่งขันรุนแรงทั้งจากสายการบินต้นทุนต่ำและสายการบินจากตะวันออกกลาง รวมทั้งยังต้องรับผลกระทบช่วงนอกฤดูกาลในเดือน เม.ย.ก.ย.นี้ การอยู่ในช่วงสุญญากาศน่าจะทำให้ประสิทธิภาพการแก้ไขปัญหาและกำหนดทิศทางต่างๆ ของ THAI ลดลง THAI จึงน่าจะเสี่ยงต่อการที่จะขาดทุนมากขึ้นในช่วงนอกฤดูกาล
“สยาม ติยานนท์” นักวิเคราะห์ บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) ให้ความเห็นว่า ต้องจับตาดูว่ากรรมการผู้อำนวยการใหญ่ THAI คนใหม่เป็นใคร มีนโยบายเดียวกับ “ปิยสวัสดิ์” หรือไม่ที่เน้นการควบคุมค่าใช้จ่ายเพื่อลดต้นทุน หากนโยบายพลิกจากเดิมจะส่งผลลบต่อการดำเนินงานของบริษัท
ล่าสุด ไตรมาสแรกที่ผ่านมา THAI มีกำไรสุทธิออกมาใกล้เคียงกับที่ตลาดคาดไว้คือ 3,645 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 489% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยเป็นผลจากค่าเงิน หากไม่นับรวมกำไรพิเศษนี้ กำไรจะลดลง 2-3% เพราะไตรมาสนี้เริ่มนับรวมงบของนกแอร์
ทั้งนี้ “สยาม” คาดว่า ไตรมาส 2 THAI จะขาดทุนลดลงจากไตรมาส 2 ของทุกปีจากคาร์บิน แฟกเตอร์ ที่ดีขึ้น และปีก่อนเกิดแผ่นดินไหวและสึนามิที่ญี่ปุ่น ซึ่งเป็นตลาดที่มีอัตรากำไรสูงสุด
บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) ยังคาดการณ์กำไรปีนี้ที่ 4,928 ล้านบาท และให้ราคาพื้นฐานที่หุ้นละ 34 บาท และยังคงคำแนะนำให้ซื้อ
บทวิเคราะห์ บล.ฟินันเซีย ไซรัส ระบุว่า การปลด “ปิยสวัสดิ์” ไม่ได้เป็นเรื่องที่เกินความคาดหมายของตลาดหลังจากเปลี่ยนรัฐบาลชุดใหม่ เราคาดว่าข่าวดังกล่าวจะกระทบด้านจิตวิทยาเชิงลบต่อราคาหุ้นเท่านั้น
ขณะที่ผลการดำเนินงานของ THAI จะยังคงอยู่ที่ภาวะเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวมากกว่าราคาหุ้นที่ปรับลงมาถึง 17% เพียง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมาเชื่อว่าข่าวการปลด “ปิยสวัสดิ์” และผลการดำเนินงานไตรมาส 2 ที่มีแนวโน้มอ่อนตัวลง เป็นจังหวะซื้อสะสมเพื่อรอการฟื้นตัวที่คาดว่าจะโดดเด่นอีกครั้งในไตรมาส 3 และ 4 ดังนั้นจึงให้แนวรับ 22.80-22.20 บาท ราคาเป้าหมาย 31 บาท
“โสภาวดี เลิศมนัสชัย” เลขาธิการคณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) ให้ความเห็นว่า ผลการดำเนินงานของ THAI จะไม่ได้รับผลกระทบ แม้ว่าจะมีการปรับเปลี่ยนกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ออกจากตำแหน่ง เนื่องจากประเมินว่าการบินไทยมีลักษณะการดำเนินงานในรูปแบบสถาบัน ซึ่งมีแผนงานต่างๆ ที่วางไว้แล้ว ขณะที่การลงทุนในหุ้น THAI ของ กบข.มีจำนวนไม่มาก จึงเชื่อว่าจะไม่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว
“การบินไทยน่าจะดำเนินงานไปได้ การเปลี่ยนแปลงของบุคคลคงไม่ได้กระทบต่อผลการดำเนินงาน ซึ่งวางแผนงานไว้แล้ว เราลงทุนใน THAI ไม่เยอะ ก็ไม่น่าจะมีปัญหา” โสภาวดี กล่าว
ปิยสวัสดิ์ เปิดใจหลังพ้นจากตำแหน่ง ยืนยันไม่คิดเรียกร้อง พร้อมระบุช่วงเวลาที่เหลือหลังจากนี้จะมาทำงานตามปกติ “ปิยสวัสดิ์” กล่าวภายหลังพ้นจากตำแหน่งกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ THAI ว่า การพ้นจากตำแหน่งครั้งนี้เป็นไปตามเงื่อนไขสัญญาที่สามารถออกก่อนกำหนดได้ โดยแจ้งให้ทราบก่อนล่วงหน้า 1 เดือน แต่เหตุผลการให้ออกจากตำแหน่งยังไม่มีความชัดเจน และยังไม่ทราบเหตุผลที่แท้จริง ส่วนประเด็นที่บอกว่า การสื่อสารไม่เป็นเอกภาพและมีความเห็นที่ต่างกัน มองว่าที่ผ่านมาอาจมีความคิดเห็นที่แตกต่างกันบ้าง แต่ส่วนใหญ่ความเห็นก็ยังไปในทิศทางเดียวกัน
“ปิยสวัสดิ์” กล่าวอีกว่า เหตุผลในการเลิกจ้างครั้งนี้เกิดจากพบการทุจริตที่ขณะนี้มีการตรวจสอบอยู่ ส่วนเหตุผลที่มีการชี้แจงต่อที่สาธารณชนเป็นเรื่องที่คณะกรรมการต้องบอกแก่สังคม ซึ่งทุกคนมีสิทธิสงสัย ส่วนประเด็นคิดที่จะเรียกร้องหรือไม่นั้น ขณะนี้ยังไม่คิดถึงจุดนั้น อย่างไรก็ตาม เป็นเรื่องน่าเสียดาย เนื่องจากแผนงานทุกอย่างที่วางไว้เริ่มเห็นผล อาทิ การสั่งซื้อฝูงบินใหม่ การปรับปรุงที่นั่งและผลิตภัณฑ์การบินไทย
นอกจากนั้น ยังมีมุมมองว่า หากยังมีการแทรกแซงทางการเมือง การดำเนินการของบริษัทจะไม่มีความก้าวหน้า โดยตลอดระยะเวลาการทำงาน 2 ปี 7 เดือน ยังไม่เห็นมีการประท้วง การเรียกร้องจากพนักงาน หรือสหภาพแต่อย่างใด และช่วงเวลาที่เหลือ 1 เดือนหลังจากนี้จะมาทำงานตามปกติ







