
แนวทางการบริหารกองทุน
โดย...ทีมงาน บลจ.บัวหลวง
โดย...ทีมงาน บลจ.บัวหลวง
การลงทุนในหุ้นของกองทุนหุ้นและกองทุนผสมนั้น นอกเหนือจากกรอบนโยบายการลงทุนที่ประกาศไว้ในหนังสือชี้ชวนว่าเป็นกองทุนที่บริหารเชิงรุก เน้นการบริหารสร้างผลตอบแทนให้ดีกว่าเกณฑ์มาตรฐานอย่างดัชนีตลาดหลักทรัพย์ (Active Management Fund) หรือกองทุนรวมดัชนีที่บริหารเชิงรับที่บริหารโดยมีเป้าหมายให้ผลตอบแทนอิงไปกับดัชนี (Passive Management Fund/Index Fund) และนโยบายการลงทุนพิเศษ เช่น เน้นหุ้นกลุ่มใดเป็นพิเศษแล้ว สิ่งสำคัญเหนืออื่นใดที่จะบอกถึงความสำเร็จของการลงทุน ก็คือ แนวทางการบริหารที่มีรูปแบบชัดเจนให้ผู้ลงทุนได้เลือกลงทุน และติดตามผลงานของแนวทางการบริหารนั้นๆ ว่าสร้างความสำเร็จให้กับการลงทุนได้หรือไม่
สำหรับ บลจ.บัวหลวง ยังคงใช้แนวทางการ บริหารกองทุนหุ้นและกองทุนผสมตามรูปแบบดั้งเดิม ที่เชื่อมั่นว่าจะสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับผู้ลงทุนได้ในระยะยาว โดยผสมผสานทั้ง TopDown Approach ซึ่งจะดูแนวโน้มเศรษฐกิจทั้งต่างประเทศและในประเทศ และรวมถึง BottomUp Approach ซึ่งจะดูว่าบริษัทไหนที่มีศักยภาพในการทำกำไรและสร้างกระแสเงินสดได้อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ได้ผลตอบแทนที่ดีในระยะยาวต่อกองทุนอย่างสม่ำเสมอ บลจ.บัวหลวง มองว่าการจัดอันดับที่หนึ่ง ที่สอง... (Rankings) ของกองทุนไม่สำคัญเท่ากับวิธีการบริหารที่ยึดมั่นอย่างเหนียวแน่นในปรัชญาการบริหารกองทุน (Consistent and Persistent) ที่ประสบผลสำเร็จ ทั้งนี้ตั้งแต่จัดตั้ง บลจ.บัวหลวง มา 20 ปี ปรัชญาการบริหารกองทุนก็ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง อาจจะเรียกได้ว่าเป็นเจ้าเดียวในอุตสาหกรรมก็ว่าได้ที่ประสบความสำเร็จในการรักษาสไตล์การจัดการกองทุนได้อย่างมั่นคงจากรุ่นสู่รุ่น
ในการคัดเลือกหุ้นจะเน้นหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานดี โดยศึกษาเชิงลึกจากโครงสร้างธุรกิจ (Business Model) สถานะการเงินที่แข็งแกร่ง และการจัดการการบริหารที่ดีของทีมผู้บริหาร รวมทั้งการมีธรรมาภิบาลที่ดีด้วย ซึ่งบริษัทเหล่านี้เป็นบริษัทที่สามารถคาดการณ์กำไรได้ และลงทุนเมื่อมีส่วนต่างของราคาหุ้นจากราคาปัจจัยพื้นฐานสูง (Capital Gain) หรือเป็นหุ้นที่มีราคาตลาดถูก (Undervalued) เมื่อเทียบกับคุณค่าที่แท้จริงของหุ้นนั้นๆ ดังนั้นแม้ว่าในช่วงสั้นราคาหุ้นจะผันผวนบ้างตามอารมณ์และความคาดหวังของนักลงทุน แต่ในระยะยาว บลจ.บัวหลวง เชื่อมั่นว่าราคาตลาดของหุ้นจะสะท้อนราคาตามปัจจัยพื้นฐานของหุ้นนั้นๆ ดังนั้นการที่ บลจ.บัวหลวง เน้น Bottom Up ในการคัดเลือกหุ้น (Stock Picking) เป็นพิเศษ และลงทุนในหุ้นแบบ Bottom Up ในสัดส่วนหลักของพอร์ต ในขณะที่ลงทุนหุ้น Top Down ในสัดส่วนน้อยเพื่อ Trading ตามวงจรเศรษฐกิจ จึงเป็นจุดแข็งที่ส่งผลดีต่อกองทุนในระยะยาวด้วย
ทั้งนี้ ในการจัดพอร์ตการลงทุน จะไม่เน้นลงทุนในหุ้นหลายๆ ตัวให้มากเกินไป หากมั่นใจในหุ้นตัวไหนก็จะให้น้ำหนักการลงทุนที่มาก คัดเลือกหุ้นอย่างพิถีพิถัน (Prudent) แต่บริหารอย่างคล่องตัวและมีประสิทธิภาพ (Active)
ในการคัดเลือกตราสารหนี้ จะเน้นการลงทุนในบริษัทที่มีปัจจัยพื้นฐานดีและแข็งแกร่งเช่นกัน และให้น้ำหนักกับตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือ A- ขึ้นไป มีความสามารถในการชำระหนี้ในระดับสูง รวมถึงพิจารณาความเป็นไปได้ของแนวโน้มอัตราดอกเบี้ย เพื่อเพิ่มมูลค่าผลตอบแทนให้กับพอร์ตการลงทุน ในระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้
กระบวนการลงทุน (Process) เพื่อให้ได้มาซึ่งผลตอบแทนที่ดี (Good Performance)
ใช้หลักการการคัดเลือกตราสารลงทุนโดยมุ่งไปที่ปัจจัยพื้นฐานที่ดี มีความชัดเจนของความสามารถในการทำกำไร และสามารถลงทุนได้ในระยะยาว (Good Stock) รวมกับการจับจังหวะในการเข้าซื้อขายที่ดี (Good Trade) ตรงกับสิ่งที่ยึดถือมาตลอด คือ
Good Stock + Good Trade = Good Performance







