
จี้กสทช.เร่งเคลียร์ปมทรู3จี
กมธ. ภาคประชาชนเร่งกสทชเคลียร์ปมสัญญา 3 จี สร้างบรรทัดฐานอุตสาหกรรมโทรคมนาคม
กมธ. ภาคประชาชนเร่งกสทชเคลียร์ปมสัญญา 3 จี สร้างบรรทัดฐานอุตสาหกรรมโทรคมนาคม
พล.อ.อ.ธเรศ ปุณศรี ประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. เปิดเผยว่า คณะกรรมาธิการวุฒิสภา พัฒนาการเมืองและการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนได้เข้าพบกสทช.ทั้ง 11 ท่านเมื่อวันที่ 22 พ.ค.ที่ผ่านมา โดยให้ความสนใจเรื่องการตรวจสอบสัญญาให้บริการ 3 จีระหว่าง กลุ่ม ทรู คอร์ปอเรชั่น และ กสท โทรคมนาคม ให้เกิดความชัดเจนโดยเร็ว เพื่อ สร้างบรรทัดฐานที่ดีให้กับอุตสาหกรรมโทรคมนาคม
ทั้งนี้ เพราะกมธ.เห็นว่าสัญญาดังกล่าวเป็นเรื่องที่ประชาชนให้ความสนใจ และเกี่ยวฌยงไปถึงการประมูลใบอนุญาตให้บริการ 3 จี คลื่น 2.1 กิกะเฮิร์ตซที่จะเกิดขึ้นช่วงเดือน ต.ค. จึงต้องการให้ กสทช.ในฐานะเป็นหนึ่งในหน่วยงานที่กำลังดำเนินการตรวจสอบเร่งสรุปเรื่องนี้ และมีคำอธิบายให้กับประชาชนอย่างชัดเจน
“กมธ.ชุดนี้ต้องการให้เรื่องนี้ชัดเจน เพราะไม่เช่นนั้นจะเป็นแบบอย่างกับทีโอทีและ บริษัทอื่นที่สามารถดำเนินการในแบบทรูกับกสทฯ ได้ และหากพบว่าสัญญาดังกล่าวขัดต่อกฎหมาย กสทช.ต้องมีวิธีเยียวยาผู้ใช้มือถือได้อย่างไรบ้าง” ประธานกสทช.กล่าว
นอกจากเรื่องสัญญา 3 จี แล้ว ยังมีเรื่องประสิทธิภาพในการให้บริการโทรศัพท์มือถือที่มีผู้ร้องเรียนมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์สายหลุด บิล ช็อก เวลาเดินทางไปต่างประเทศ ซึ่งกมธ.เองก็ประสบปัญหาดังกล่าวเช่นเดียวกัน และกสทช.กำลังเร่งแก้ปัญหาในเรื่องนี้อยู่
พ.อ.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ รองประธาน กสทช. กล่าวว่า สาเหตุหลักที่ทำให้การให้บริการเครือข่ายไม่มีประสิทธิภาพนั้น เนื่องจากอยู่ระหว่างการปรับปรุงเครือข่ายจากระบบ 2 จี เป็น 3 จี ซึ่งกสทช.เชื่อว่าการประมูลไลเซ่นส์ 3 จี จะช่วยแก้ปัญหาในเรื่องนี้ได้เป็นอย่างดี
สำหรับกรณีสัญญา 3 จีทรู คณะอนุกรรมการตรวจสอบที่มีนายชัยฤกษ์ ดิษฐอำนาจ เป็นประธานจะส่งผลสรุปให้คณะกรรมกรรมการกิจการโทรคมนาคมที่จะประชุมสัปดาห์หน้า จากนั้นบอร์ด กทค.จะต้องสรุปผลสอบสัญญาดังกล่าวให้แล้วเสร็จเพื่อให้นำเข้าที่ประชุมบอร์ดใหญ่ กสทช.ก่อนวันที่ 13 มิ.ย.55
รายงานข่าวจาก กสทช.ระบุว่า คณะอนุกรรมการได้ข้อสรุปเบื้องต้นว่าสัญญาดังกล่าวเข้าข่ายขัดต่อมาตรา 46 พ.ร.บ.กสทช. และเสนอให้ทรูแก้ไขสัดส่วนเรื่องการมีสิทธิ์ในโครงข่าย 80% เนื่องจากเป็นการผูกขาด ตลาด โดยไม่เปิดให้รายอื่นสามารถเข้ามาใช้คลื่นได้







