
โตชิบาย้ำยังลงทุนไทย2พันล้าน
โตชิบาญี่ปุ่น ย้ำแผนเดิมลงทุนในไทยทุ่ม2,000ล้านบาท ยึดไทยฐานผลิตส่งออกใหญ่สุดเครื่องปรับอากาศ
โตชิบาญี่ปุ่น ย้ำแผนเดิมลงทุนในไทยทุ่ม2,000ล้านบาท ยึดไทยฐานผลิตส่งออกใหญ่สุดเครื่องปรับอากาศ
นายอะกิโอะ โฮซากะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โตชิบา แคเรียร์ (ประเทศไทย) ผู้ผลิตเครื่องปรับอากาศ(แอร์)โตชิบา เปิดเผยว่าบริษัทใช้งบ 2,000 ล้านบาท ก่อสร้างโรงงานผลิตแอร์แห่งที่ 2 ซึ่งตั้งอยู่ภายในบริเวณเดียวกันกับโรงงานแห่งแรกในสวนอุตสาหกรรมบางกะดี จ.ปทุมธานี ซึ่งการลงทุนดังกล่าวถือเป็นแผนเดิมที่วางไว้ก่อนหน้าเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นการลงทุนในไทย
ทั้งนี้โรงงานแห่งใหม่ดังกล่าว จะวางสายผลิตสินค้ากลยุทธ์ในการทำตลาดและขยายสายการผลิตสินค้ากลุ่มใหม่เพิ่มเติม คือ แอร์สำหรับที่พักอาศัย, แอร์ในกลุ่มเชิงพาณิชย์, แอร์เพื่อใช้งานในร้านค้าและสำนักงาน, ระบบผันแปรการไหลเวียนของสารทำความเย็น และแอร์สำหรับการใช้งานตามอาคารและห้างสรรพสินค้า ซึ่งเป็นกลุ่มสินค้าใหม่ที่บริษัทต้องการเข้าไปทำตลาดมากขึ้น
สำหรับโรงงานแห่งที่ 2 นี้ จะเป็นอาคาร 2 ชั้นซึ่งดำเนินการก่อสร้างแล้วในบางส่วน คาดจะแล้วเสร็จพร้อมเริ่มดำเนินการผลิตสินค้ากลุ่มใหม่ดังกล่าวได้ในเดือน ก.พ. 2556 โดยหลังจากนั้น 3 ปีบริษัทคาดว่าจะมีกำลังการผลิตเครื่องปรับอากาศเพิ่มเป็น 2 เท่าจากปัจจุบัน และยังจะเป็นฐานการผลิตเพื่อการส่งออกที่ใหญ่ที่สุดของโตชิบาด้วย จากปัจจุบันมีโรงงานแอร์อยู่ในอังกฤษ, จีน, ญี่ปุ่น และไทย
ขณะที่ภาพรวมยอดขายเครื่องปรับอากาศในช่วง 4 เดือนที่ผ่านมา บริษัทยอมรับว่ายังผลิตสินค้าเข้ามาทำตลาดได้ไม่เต็มที่ จากกำลังการผลิตที่กลับมาผลิตได้เต็ม100%ในช่วงเดือนเม.ย.ที่ผ่านมา แต่บริษัทมั่นใจว่าหลังจากมีการสร้างโรงงานแห่งใหม่ และมีการจัดกิจกรรมทางการตลาดอย่างต่อเนื่อง คาดว่าสิ้นปีนี้จะยังมียอดขายเติบโตตามเป้าหมายที่วางไว้15% โดยมีสัดส่วนรายได้จากส่งออกอยู่ที่95%
นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร ประธานกรรมการบริหารสวนอุตสาหกรรม บางกะดี และประธานกรรมการบริหาร บริษัท โตชิบา(ไทยแลนด์) กล่าวว่าความคืบหน้าการสร้างเขื่อนป้องกันน้ำท่วมในเฟสที่1 โดยเขื่อนจะมีความสูงจากระดับพื้นดิน5 เมตร ที่ดำเนินการไปแล้ว 35% คาดภายในเดือน ส.ค.นี้การก่อสร้างในเฟสแรกจะแล้วเสร็จ
ขณะเดียวกัน จะเริ่มดำเนินการในเฟสที่ 2 โดยจะเพิ่มความสูงขึ้นอีกจากเดิม 1 เมตร คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในวันที่13 ก.พ. ปี2556 ภายใต้งบประมาณการลงทุนรวมกว่า 580 ล้านบาท โดยหลังจากการก่อสร้างเขื่อนกั้นน้ำทั้ง 2 เฟสแล้วเสร็จคาดว่าจะช่วยให้กับผู้ประกอบการในสวนอุตสาหกรรมมีความมั่นใจปัญหาน้ำท่วมมากขึ้น ซึ่งขณะนี้โรงงานทั้ง 10 แห่งในกลุ่มโตชิบา มีความพร้อมกลับมาเดินสายผลิตได้100% แล้ว
นอกจากนี้บริษัทยังได้ทำงานร่วมกับชุมชนใกล้เคียง ในด้านการดูแลรักษาบริเวณโดยรอบเขื่อนกั้นน้ำ และปั๊มน้ำเพื่อสูบระบายน้ำออกจากพื้นที่หากฝนตกหนักจนเกิดน้ำท่วมขัง เพื่อรองรับทั้งปริมาณน้ำฝนและน้ำท่วมในรอบ 70-100 ปี ซึ่งผู้บริหารระดับสูงโตชิบาจากประเทศญี่ปุ่นยังได้มาตรวจสอบการสร้างเขื่อน เพื่อให้ผู้ประกอบการภายในสวนอุตสาหกรรมมีความมั่นใจในการดำเนินธุรกิจอีกด้วย







