posttoday
บินไทยปลดปิยสวัสดิ์พ้นเก้าอี้ดีดี

บินไทยปลดปิยสวัสดิ์พ้นเก้าอี้ดีดี

21 พฤษภาคม 2555

บอร์ดบินไทยมีมติปลด "ปิยสวัสดิ์" พ้นเก้าอี้กก.ผู้อำนวยการใหญ่พร้อมจ่ายชดเชย6เดือน ตั้ง "โชคชัย ปัญญายงค์"รักษาการ

บอร์ดบินไทยมีมติปลด "ปิยสวัสดิ์" พ้นเก้าอี้กก.ผู้อำนวยการใหญ่พร้อมจ่ายชดเชย6เดือน ตั้ง "โชคชัย ปัญญายงค์"รักษาการ

นายอำพน กิตติอำพน เลขาธิการคณะรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการ บมจ.การบินไทยแถลงว่า ที่ประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) มีมติเป็นเอกฉันท์ให้บอกเลิกจ้าง นายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ จากตำแหน่งกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ แม้ว่าผลประเมินการทำงานของปีที่ผ่านมาถือว่าสอบผ่าน แต่พบปัญหาในการสื่อสารระหว่างคณะกรรมการและผู้บริหาร ทำให้การทำงานขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ต่าง ๆ ไม่เป็นเอกภาพ

ทั้งนี้ คณะกรรมการมีคำสั่งให้เริ่มกระบวนการสรรหากรรมการผู้อำนวยการใหญ่คนใหม่ภายใน 2-3 เดือนจากนี้

บินไทยปลดปิยสวัสดิ์พ้นเก้าอี้ดีดี ปิยสวัสดิ์

นายอำพน กล่าวว่า การเลิกจ้างนายปิยสวัสดิ์จะต้องจ่าย พร้อมจ่ายเงินเดือนชดเชย 6 เดือน ซึ่งนายปิยสวัสดิ์ได้รับค่าตอบแทนเดือนละประมาณ 9 แสนบาท รวมเป็นเงินประมาณ 6 ล้านบาท โดยแจ้งให้นายปิยสวัสดิ์รับทราบล่วงหน้า 1 เดือนตามเงื่อนไขสัญญาจ้าง และแต่งตั้งนายโชคชัย ปัญญายงค์ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่สายกลยุทธ์และพัฒนาธุรกิจ รักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่จนกว่าจะได้กรรมการผู้อำนวยการใหญ่คนใหม่มีผลตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

สาเหตุที่เลิกจ้างนายปิยสวัสดิ์ เพราะเห็นว่าในช่วงที่ผ่านมา การสื่อสารระหว่างคณะกรรมการการบินไทยกับนายปิยสวัสดิ์ไม่เป็นเอกภาพเท่าที่ควร โดยมีข้อขัดแย้งและถกเถียงกันในเรื่องของยุทธศาสตร์การดำเนินงานของการบินไทย โดยเฉพาะยุทธศาสตร์ด้านการตลาด รวมทั้งประเด็นการสื่อสารกับพนักงานภายในองค์กร และเพื่อให้ผลการดำเนินงานของการบินไทยในปี 2555 เป็นไปตามเป้าหมาย คือมีกำไรประมาณ 6-7 พันล้านบาท จึงต้องเลิกจ้างนายปิยสวัสดิ์

"ยืนยันว่าเป็นการจากกันด้วยดี ไม่ใช่ว่านายปิยสวัสดิ์ไม่มีความสามารถ ทำงานให้การบินไทยสำเร็จมาแล้วหลายเรื่อง แต่เพื่อให้การบินไทยบรรลุเป้าหมายจึงต้องเลิกจ้าง เพื่อหาผู้บริหารที่สามารถสื่อสารกับพนักงานเพื่อผลักดันยุทธศาสตร์ต่างๆให้เป็นไปตามเป้าหมายได้ พร้อมกันนี้ได้แต่งตั้งนายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงการคลังเป็นประธานสรรหากรรมการผู้อำนวยการใหญ่คนใหม่โดยเร็ว คาดว่าจะใช้เวลา 2-3 เดือน"นายอำพน กล่าว

ส่วนการประเมินผลการทำงานในรอบปี 54 ของนายปิยสวัสดิ์ คณะกรรมการประเมินผล รายงานว่านายปิยสวัสดิ์ได้คะแนน 4.3 ต่ำกว่าปีที่ผ่านมาซึ่งได้คะแนน 4.6 จากคะแนนเต็ม 5  แต่ถือว่าผ่านการประเมินผลงาน

ปิยสวัสดิ์งงเหตุเลิกจ้างชี้บอร์ดต้องตอบคำถามให้ชัด

ขณะที่ นายปิยสวัสดิ์ กล่าวยอมรับว่า ที่ผ่านมาไม่รู้สาเหตุล่วงหน้าว่าจะถูกยกเลิกการจ้าง เพราะมีกระแสข่าวออกมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมองว่าเป็นสิทธิของบอร์ดที่สามารถยกเลิกการจ้างงานได้ โดยไม่ต้องบอกเหตุผล แต่เหตุผลที่ออกมาถือว่ากำกวมและไม่ยุติธรรม และมองว่าถ้าบกพร่องด้านการสื่อสารผลประกอบการต่างๆ ผลการดำเนินจะไม่มีทิศทางที่ดีเหมือนปัจจุบัน

ทั้งนี้ช่วงการทำงาน 2 ปี 7 เดือนที่ผ่านมา สามารถพลิกฟื้นให้บริษัทมีผลประกอบกำไรติดต่อกัน 2 ปี จากเดิมที่ขาดทุนกว่า 2 หมื่นล้านบาท ขณะที่ผลประกอบการในช่วง 4 เดือนแรก ระหว่างเดือนม.ค.-เม.ย.ที่ผ่านมา มีอัตราบรรทุกเฉลี่ย 78% ขณะที่อัตราบรรทุกเดือนพ.ค.เฉลี่ย 72% ทั้งๆที่เป็นช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยว (โลว์ซีซัน) รวมถึงยอดการจองล่วงหน้า 69-70%

นอกจากนี้การสำรองซื้อขายน้ำมันล่วงหน้า(เฮดจิ้ง) มีทิศทางและแนวโน้มที่ดี ซึ่งดำเนินการไว้ 80% โดย 3 เดือนแรกมีผลกำไร 909 ล้านบาท และเดือนเม.ย. มีกำไร 404 ล้านบาท ตลอดปีนี้คาดว่าจะมีกำไรจากการเฮดจิ้งจำนวนมาก ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างผลกำไรทั้งหมดให้กับบริษัท ส่วนเรื่องการจัดหาเครื่องบิน ถือเป็นยุคแรกที่สามารถจัดหาเครื่องบินใหม่ให้กับบริษัทได้จำนวนมากกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นยุทธศาสตร์สร้างความแข็งแกร่งให้กับบริษัท                 

สำหรับสาเหตุการเลิกจ้างในครั้งนี้ บอร์ดควรตอบคำถามที่ชัดเจนให้กับสังคม เพราะผลการประเมินได้คะแนน 86% และสามารถบริหารจัดการให้มีผลกำไรเกิดขึ้นกับบริษัท ซึ่งมองว่าตำแหน่งนี้มีคนต้องการเข้ามานั่ง และที่ผ่านมาได้เข้าไปตรวจสอบทุจริต และลงโทษผู้กระทำผิดตามระเบียบ ซึ่งอาจเป็นสาเหตุให้ถูกเลิกจ้างได้

“เป็นเหตุผลที่แปลกประหลาดในการตอบ เรื่องการสื่อสาร ส่วนประธานบอร์ดให้เหตุผลว่าจบกันด้วนดีนั้น เป็นการพูดฝ่ายเดียว เพราะการเลิกจ้างครั้งนี้ไม่ใช่เกิดจากการทำให้บริษัทมีความเสียหาย หรือทุจริต อยากให้บอร์ดช่วยอธิบายการเลิกจ้างให้ชัดเจน แต่ยังไม่มีแนวคิดการฟ้องร้อง เพราะเป็นสัญญาจ้าง”นายปิยสวัสดิ์

อย่างไรก็ตามเป็นน่าเสียดายของบริษัทการบินไทย เพราะการทำงานที่ผ่านมาได้วางรากฐานไว้อย่างเป็นระบบระเบียบด้านการบริหารจัดการ ซึ่งการเข้ามาของการเมืองในครั้งนี้ ทำให้ภาพการเป็นผู้อำนวยการ หรือผู้นำในองค์กรรัฐวิสาหกิจหาคนดีเข้ามาบริหารจัดการได้ยาก เพราะผู้ที่มีความรู้ความสามารถไม่กล้ามาสมัคร หรือทำหน้าที่การบริหาร

นายปิยสวัสดิ์ กล่าวว่า การบริหารจัดการในแบบรัฐวิสาหกิจต้องไม่บริหารแบบพี่แบบน้อง ตามที่นายอำพน กล่าว แต่ต้องทำงานให้มีรูปแบบมืออาชีพ เพราะบริษัทการบินไทยเป็นของประชาชน ไม่ใช่ของใครคนใดคนหนึ่ง ซึ่งมองว่านับจากนี้ภาพการทำงานของการบินไทยจะกลับเข้ารูปแบบเดิม ที่บอร์ดเป็นผู้กำหนดนโยบาย แต่จะเข้ามาดูการทำงานในทุกด้านของฝ่ายบริหาร ซึ่งเหมือนเป็นการถอยหลังลงคลอง

สหภาพจี้บอร์ดเปิดเวทีแจงเหตุผลปลด

ด้านนางแจ่มศรี สุกโชติรัตน์ ประธานสหภาพรัฐวิสาหกิจ บริษัทการบินไทย เปิดเผยว่า สหภาพฯจะทำหนังสือถึง ถึงนายจารุพงศ์  เรืองสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายกิตติรัตน์  ณ ระนอง  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อใช้อำนาจในการเรียกร้องให้ประธานบอร์ดการบินไทย ชี้แจงเหตุผลการเลิกจ้างครั้งนี้   ส่วนการเคลื่อนไหวหลังจากนี้ขึ้นอยู่กับคำชี้แจงของนายอำพนด้วย

ทั้งนี้ยังมองไม่เห็นว่า การเมืองต้องการอะไร  แต่มองว่าเป็นความขัดแย้งระหว่างประธานบอร์ดกับนายปิยสวัสดิ์  เนื่องจากนายอำพนเป็นคนเอาแต่ใจ ไม่มีเหตุผล และไม่เห็นด้วยกับพนักงาน แตกต่างจากนายปิยสวัสดิ์ที่ให้ความสำคัญกับพนักงาน  รวมทั้งนายปิยสวัสดิ์ไม่เคยมีข้อครหาเรื่องการทุจริตแต่เป็นคนที่มีภาพของความซื่อสัตย์

 “ทางสหภาพ การบินไทยจะเรียกร้องให้บอร์ดการบินไทยเปิดเวทีสาธารณะเพื่อตอบคำถามต่อพนักงาน ผู้ถือหุ้นและประชาชนถึงเหตุผลการเลิกจ้างในครั้งนี้  ทั้งที่ผ่านเกณฑ์การประเมิน   ทุกอย่างต้องมีเหตุผลอธิบายสังคมได้   ต้องมีความโปร่งใสเพราะเป็นบริษัทในตลาดหลักทรัพย์  หากบอร์ดไม่เปิดเวทีชี้แจงทางสหภาพฯจะดำเนินการเอง”นางแจ่มศรีกล่าว

รายงานข่าวแจ้งว่า ในการประชุมบอร์ดครั้งนี้ ทางฝ่ายรักษาความปลอดภัยของบริษัทการบินไทยได้มีการติดต่อไปยังสถานีตำรวจสุทธิสารเพื่อขอกำลังเจ้าหน้าที่เข้ามาดูแลรักษาความปอลดภัยเพิ่มเติม เมื่อมีการสอบถามได้รับแจ้งว่า เป็นปกติที่มีการติดต่อขอกำลังเข้ามาดุแลเพิ่มเติม  เนื่องจากช่วงเช้าก่อนการประชุมบอร์ดมีตัวแทนเข้ามามอบดอกไม้ให้ทั้งนายปิยสวัสดิ์และบอร์ดการบินไทยด้วย

หลังจากที่นายอำพนแถลงข่าวชี้แจงต่อสื่อมวลชน ปรากฏว่ามีตัวแทนสหภาพ ฯ ประมาณ  20 – 30 คน มารับฟังพร้อมตะโกน เพื่อขอให้นายอำพนอธิบายเหตุผลของการเลิกจ้างในครั้งนี้ และยังได้เดินกดดันนายอำพนไปจนถึงอาคารจอดรถ  พร้อมกับตะโกนต่อว่าอย่างเสียงดัง

ข่าวล่าสุด

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล