posttoday
การยกเครื่องฮิตาชิการยกเครื่องฮิตาชิ

การยกเครื่องฮิตาชิการยกเครื่องฮิตาชิ

21 พฤษภาคม 2555

โดย...ยุทธศักดิ์ คณาสวัสดิ์

โดย...ยุทธศักดิ์ คณาสวัสดิ์

ในอดีตที่ผ่านมาเมื่อ 40 ปีที่แล้ว คนไทยรู้จักคุ้นเคยฮิตาชิ เมื่อมีนวัตกรรมโทรทัศน์แบบใหม่ คือ “เปิดปุ๊บ ติดปั๊บ” ไม่ต้องรอนาน 1–2 นาทีกว่าโทรทัศน์จะดูได้ ในช่วงนั้นถึงกับตั้งชื่อปลัดกระทรวงมหาดไทยท่านหนึ่งว่า “ปลัดฮิตาชิ” หรือบางครั้งเรียกสั้นๆ ว่า “ปลัดฮิ” เนื่องจากสนองนโยบายของรัฐบาลได้รวดเร็วทันใจมาก

สำหรับบริษัท ฮิตาชิ ได้ก่อตั้งขึ้นในปี 2453 เริ่มจากเป็นร้านซ่อมแซมผลิตภัณฑ์ไฟฟ้าสำหรับบริษัทเหมืองทองแดงในประเทศญี่ปุ่น โดยชื่อว่า “ฮิตาชิ” มีความหมายว่า “พระอาทิตย์ขึ้น” ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงปรัชญาในการก่อตั้งบริษัท ที่ต้องการสนับสนุนผู้คนและสังคมผ่านทางเทคโนโลยี โดยมีผลิตภัณฑ์มากมาย ตั้งแต่เครื่องปิ้งขนมปัง โทรทัศน์ รถไฟฟ้า อุปกรณ์ทางการแพทย์ โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ฯลฯ

แต่ในช่วง 4 ปี คือ ระหว่างปี 2549–2552 บริษัท ฮิตาชิ ขาดทุนรวมกันเป็นเงินมากถึง 3.75 แสนล้านบาท กิจการตกต่ำมากเป็นประวัติการณ์ ดังนั้นได้แต่งตั้งให้ ฮิโรอากิ นากามิชิ มาเป็นผู้อำนวยการคนใหม่ เมื่อเดือน เม.ย. 2553 สำหรับประวัติของนากามิชิ เขาจบปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยโตเกียว เมื่อปี 2513 และปริญญาโทสาขาคอมพิวเตอร์ จากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด เมื่อปี 2522 ก่อนหน้านี้มีผลงานสำคัญ คือ ได้รับมอบหมายให้ไปผ่าตัดใหญ่ในบริษัทสำคัญในเครือ คือ บริษัท ฮิตาชิโกลเบิลสตอเรจ ซึ่งก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2545 จากการควบรวมกิจการธุรกิจฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ (Hard Disk Drive) ของบริษัท ฮิตาชิ กับธุรกิจฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ที่ซื้อมาจากบริษัท ไอบีเอ็ม นับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทก็ขาดทุนมาโดยตลอด เนื่องจากการบริหารจัดการไม่มีประสิทธิภาพ เขาได้ปรับปรุงการบริหารจัดการ พร้อมกับซื้อตัวผู้บริหารจากบริษัทคู่แข่ง ทำให้ธุรกิจเปลี่ยนจากหน้ามือมาเป็นหลังมือ เริ่มมีกำไรนับตั้งแต่ปี 2551 เป็นต้นมา

ภายหลังรับตำแหน่งผู้บริหารสูงสุดของฮิตาชิ นากามิชิได้ผ่าตัดใหญ่ในหลายแนวทาง

ประการแรก ได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบบการดำเนินการจากเดิมเป็นแบบอนุรักษนิยมชักช้าในการดำเนินการ เปลี่ยนมาเป็นแบบกล้าได้กล้าเสียมากขึ้น กำหนดจะต้องลงทุนครั้งใหญ่เพื่อพัฒนาตนเองเป็นผู้นำระดับโลก รวมถึงมุ่งเน้นให้ความสำคัญกับส่วนต่างกำไร (Profit Margin) ซึ่งแตกตางจากบริษัทญี่ปุ่นโดยทั่วไป ที่มุ่งยอดขายมากกว่ากำไร ซึ่งปัจจุบันฮิตาชิมีส่วนต่างกำไร 4.3% ตั้งเป้าหมายเพิ่มขึ้นเป็น 10% ภายในปี 2558

ประการที่สอง กำหนดธุรกิจหลัก คือ ธุรกิจนวัตกรรมทางสังคม (Social Innovation Business) ซึ่งจำแนกเป็น 3 ธุรกิจย่อย คือ ธุรกิจข้อมูลสารสนเทศและโทรคมนาคม ธุรกิจพัฒนาอุตสาหกรรม การขนส่งและพื้นที่เมือง และธุรกิจไฟฟ้า โดยเป็นการจำหน่ายอุปกรณ์ขนาดใหญ่ราคาแพงแก่บริษัท หรือองค์กรของรัฐ เช่น อุปกรณ์โรงไฟฟ้า รถไฟ ระบบบำบัดน้ำเสีย อุปกรณ์ทางการแพทย์ ฯลฯ เน้นขยายกิจการที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจหลักเหล่านี้ เช่น ในเดือน ม.ค. 2554 ได้ซื้อกิจการบริษัท อะโลกา (Aloka) ซึ่งเป็นผู้ผลิตอุปกรณ์ทางการแพทย์ ขณะเดียวกันได้ตัดขายกิจการในส่วนผลิตภัณฑ์ที่จำหน่ายในตลาดผู้บริโภคทั่วไปออกไป ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจโทรศัพท์มือถือ โทรทัศน์ ฯลฯ

นอกจากนี้ ยังได้ขายธุรกิจผลิตฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ ที่นากามิชิเคยผ่าตัดมากับมือด้วย ให้แก่บริษัท เวสเทิร์นดิจิตอล เมื่อเดือน มี.ค. 2555 ในราคาประมาณ 1.5 แสนล้านบาท ครอบคลุมถึงโรงงานผลิตฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ของฮิตาชิในเมืองไทย ซึ่งตั้งอยู่ที่เขตอุตสาหกรรม 304 จ.ปราจีนบุรี ด้วย แม้จะผลิตจำหน่ายแก่บริษัทผลิตคอมพิวเตอร์เพื่อเป็นหน่วยความจำภายในคอมพิวเตอร์ก็ตาม แต่ผู้ซื้อคอมพิวเตอร์เป็นประชาชนทั่วไป ดังนั้นจึงไม่ใช่ธุรกิจหลักของฮิตาชิ

ประการที่สาม ลดต้นทุนในด้านต่างๆ เช่น ลดจำนวนพนักงานส่วนเกิน ซื้อชิ้นส่วนราคาถูกจากต่างประเทศมากขึ้น แทนที่จะซื้อชิ้นส่วนในญี่ปุ่นที่มีราคาแพง

ประการที่สี่ ขยายธุรกิจออกไปนอกประเทศญี่ปุ่นมากขึ้น เนื่องจากปัจจุบันรายได้ 57% ของฮิตาชิมาจากในญี่ปุ่น และพนักงาน 2 ใน 3 อยู่ในญี่ปุ่น นอกจากนี้ เดิมกรรมการของบริษัทเป็นคนญี่ปุ่นทั้งหมด แต่ปัจจุบันมีชาวต่างชาติเป็นกรรมการ 1 คน และในการประชุมผู้ถือหุ้นในเดือน มิ.ย. 2555 จะเสนอเพิ่มกรรมการต่างชาติอีก 2 คน รวมเป็น 3 คน โดยหนึ่งในบุคคลที่เสนอเพิ่มเติม คือ Philip Yeo อดีตผู้อำนวยการหน่วยงานส่งเสริมการลงทุนและอดีตผู้อำนวยการหน่วยงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของสิงคโปร์

ปัจจุบันฮิตาชิกลายเป็นดาวรุ่งพุ่งแรกอีกครั้งหนึ่ง โดยขณะที่บริษัทญี่ปุ่นอื่นๆ คือ โซนี่ พานาโซนิค ชาร์ป ขาดทุนมากเป็นประวัติการณ์ แต่ฮิตาชิกลับมีผลกำไรสุทธิในปีการเงิน 2554 (เม.ย. 2554–มี.ค. 2555) ประมาณ 1.3 แสนล้านบาท แม้ว่ากำไรส่วนใหญ่ยังไม่ได้มาจากการดำเนินการอย่างแท้จริง โดยบางส่วนเป็นกำไรจากการขายกิจการ ฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ อย่างไรก็ตามอนาคตนับว่ามีความท้าทายสำคัญ โดยการแข่งขันในธุรกิจ Social Innovation Business นับวันจะทวีความรุนแรงมากขึ้น

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท