posttoday
เมืองจีนบุกยุโรป

เมืองจีนบุกยุโรป

21 พฤษภาคม 2555

โดย...ฐาปนา

โดย...ฐาปนา

สวัสดีวันจันทร์อีกเช่นเคย สัปดาห์นี้เศรษฐกิจโลกก็น่าจะยังไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก โดยเฉพาะความถดถอยในยุโรป ดินแดนที่คนทั่วโลกต้องจับตามองว่า จะแก้ปัญหาเศรษฐกิจกันอย่างไรต่อไปในระยะยาว โดยมีประเทศที่ว่ากันว่าอาจจะมีการกระตุ้นเศรษฐกิจแบบชั่วคราวเกิดขึ้นในระยะใกล้ๆ นี้นั่นคือ อังกฤษ ที่จะมีมหกรรมกีฬาโอลิมปิกที่อาจจะทำให้การจับจ่ายใช้สอยในประเทศมีมากขึ้นบ้าง แต่ก็คงจะเป็นภาวะชั่วคราว ส่วนการจัดการปัญหาแบบถาวรจะได้ผลอย่างไร คงต้องรอดูแบบหนังม้วนยาว

แต่ที่แน่ๆ ตอนนี้เงินที่มาแรงไม่ใช่เหรียญสหรัฐ ไม่ใช่ปอนด์อังกฤษ และไม่ใช่ยูโร แต่เป็นหยวนจากจีน ที่เงินใหญ่เอา...ใหญ่เอา ล่าสุด บริษัท วายจีเอ็ม เทรดดิ้ง (YGM Trading Ltd) กำเงินจากแดนมังกรเข้าซื้อแบรนด์ดังของอังกฤษคือ อควาสคูตัม (Aquascutum) บริษัทเสื้อผ้าระดับหรูของเหล่าคนชั้นสูงที่อยู่คู่กับเมืองผู้ดีมานานถึง 161 ปีแล้ว และตอนนี้ก็ไปไม่รอดต้องขายกิจการให้อาเฮียจากเอเชียไปเสียแล้ว ในมูลค่าที่เคาะราคากันในระดับตัวเลขที่เปิดเผยออกมาที่ 15 ล้านปอนด์

อันว่าแบรนด์ Aquascutum ที่เก่าแก่นี้ มีชื่อเสียงในการผลิตเสื้อผ้ามีระดับ นับตั้งแต่ก่อตั้งกิจการโดย จอห์น เอมเมอรี่ ในปี ค.ศ. 1851 แล้ว ก็ได้สร้างเนื้อสร้างตัวจนเป็นบริษัทที่มีลูกค้าผู้มีชื่อเสียงมากมาย รวมถึงมีความสัมพันธ์แน่นแฟ้นกับราชวงศ์อังกฤษ เพราะหลังจากที่กษัตริย์เอ็ดเวิร์ดที่ 7 เคยเสด็จมาซื้อเสื้อโค้ตจาก Aquascutum ในปี ค.ศ. 1897 แล้ว ก็ยังมีราชวงศ์พระองค์อื่นๆ ที่ใช้บริการของ Aquascutum อีกหลายองค์รวมถึงสมเด็จพระราชินีนาถอลิซาเบธที่ 2 ด้วย

เสื้อผ้าของ Aquascutum นั้น แม้จะมีราคาแพง แต่ก็เป็นสินค้าที่ได้รับความนิยมในหมู่นักวิชาการ ผู้นำการเมือง นักแสดงภาพยนตร์ ฯลฯ โดยนอกจากเชื้อพระวงศ์ต่างๆ แล้ว ลูกค้าผู้มีชื่อเสียงของ Aquascutum ก็ยังรวมถึงระดับนายกรัฐมนตรีอย่าง เซอร์วินสตัน เชอร์ชิล และหญิงเหล็ก มาร์กาเร็ต แทตเชอร์ ที่ล้วนเคยมาเป็นลูกค้าของ Aquascutum

อย่างไรก็ตาม ความยิ่งใหญ่อันเป็นประวัติศาสตร์ของ Aquascutum ก็ไม่อาจต้านทานต่อกระแสเศรษฐกิจตกต่ำ เมื่อธุรกิจค้าปลีกในอังกฤษง่อนแง่นก็ทำให้ Aquascutum ต้องเจอกับภาวะขาดทุน และยืนอยู่บนขอบเหวของคำว่าอยู่หรือไปมาระยะหนึ่ง ซึ่งจะว่าไปก็น่าเห็นใจมาก หากเทียบกับผู้ประกอบการในธุรกิจเดียวกันของอังกฤษที่สามารถพัฒนาตัวเองไปเป็นสินค้าระดับอินเตอร์ เช่น Burberry, Mulberry นั้น สามารถไปรอดได้อาจจะเป็นเพราะมีตลาดที่กว้างขวางกว่า

เมืองจีนบุกยุโรป

 

ด้าน Aquascutum เอง จะว่าตลาดแคบก็ใช่ที่ เพราะที่ผ่านมาก็มีการทำตลาดแบรนด์หรูนี้ในเอเชียกับเขาด้วยเหมือนกัน แต่บริษัทไม่ได้เข้ามาทำตลาดเอง แต่อาศัยวายจีเอ็มที่ตอนนี้กลายเป็นผู้มาซื้อแบรนด์เก่าแก่นี้เสียเองให้เป็นผู้ได้สิทธิทำการตลาดในเอเชียมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 2009 และทำให้ผลเป็นที่น่าพอใจ เพราะตลาดเอเชียเองเป็นตลาดที่มีอัตราการเติบโตของกลุ่มสินค้าระดับหรูอยู่ในเกณฑ์ดีมาก แต่การที่ Aquascutum ไม่ได้เข้ามาทำธุรกิจเองและปล่อยให้วายจีเอ็มจัดการ ก็เหมือนยืมจมูกคนอื่นมาหายใจและไปไม่รอดในที่สุด

สำหรับวายจีเอ็มถือว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญในการทำตลาดสินค้ายี่ห้อหรูๆ และที่ผ่านมาก็ทำหน้าที่ทำการตลาดให้กับสินค้าระดับโลกอย่าง Michel Ren, Guy Laroche, Charles Jourdan, Ashworth, J.Lindeberg ฯลฯ เรียกว่าถนัดในเรื่องการตลาดระดับบนเป็นอย่างดี ทำให้ขายสินค้าแบรนด์ Aquascutum ไปได้ดีด้วย

บริษัทที่ปรึกษา เอฟอาร์พี แอดไวเซอร์รี่ (FRP Advisory) ซึ่งเป็นผู้ดูแลข้อตกลงในการซื้อกิจการบอกว่า ข้อตกลงในการซื้อกิจการคราวนี้ ทำให้วายจีเอ็มได้กลายเป็นเจ้าของร้านค้า Aquascutum ในอังกฤษ รวมถึงเข้าควบคุมการดำเนินกิจการของสำนักงานใหญ่ ซึ่งทำให้พนักงานต่างๆ ประมาณ 100 ตำแหน่ง ยังสามารถได้งานทำต่อเนื่องต่อไปโดยไม่ตกงาน

สำหรับ Aquascutum ไม่ใช่เป็นบริษัทอังกฤษเพียงแห่งเดียวที่ต้องถูกนักลงทุนจีนเข้ามาเป็นเจ้าของ แต่ในช่วงที่ผ่านมามีนักลงทุนจีนที่ร่ำรวยเข้ามาซื้อทรัพย์สินในยุโรป ซึ่งเป็นภูมิภาคที่กำลังประสบปัญหาเรื่องวิกฤตหนี้ และเศรษฐกิจที่แทบจะไม่มีอัตราการเติบโต ประกอบกับภาวะตลาดหลักทรัพย์เองก็อ่อนแรงลงไปมาก มีความยากลำบากที่จะค้าขายให้ลูกค้าที่ภูมิภาคของตัวเองก็ย่ำแย่ไม่แพ้กัน เงินจากจีนจึงกลายมาเป็นหนึ่งในทางออก

เฉพาะเดือน พ.ค.เพียงเดือนเดียว บริษัทอังกฤษก็เสียท่าบริษัทจากจีนไปแล้ว 2 รายหลักๆ คือ Aquascutum ที่กล่าวมาแล้ว และก่อนหน้านี้บริษัท ไบร์ท ฟู๊ด (Bright Food) ซึ่งเป็นกิจการของรัฐก็ได้หอบเงินมาซื้อกิจการของบริษัท วีทาบิกซ์ (Weetabix) ผู้ผลิตอาหารเช้า หรือซีเรียลที่เก่าแก่ มีอายุมานานถึง 80 ปี ไปอีกบริษัทหนึ่งแล้วด้วย

ประเทศอื่นๆ นอกจากอังกฤษ สำนักข่าวรอยเตอร์สก็รายงานว่า บริษัทจีนยังเดินหน้าเข้ามาซื้อกิจการใหญ่หลายแห่งในยุโรป เช่น Shandong Heavy Industry Group ก็ได้เข้ามาซื้อบริษัทสร้างเรือยอชต์ของอิตาลีที่ชื่อ Ferretti ไปเรียบร้อยโรงเรียนจีนแท้ๆ ไปแล้วเหมือนกัน

เรียกได้ว่า ช่วงเวลานี้เป็นเวลารุ่งเรืองของตะวันออกที่จะเข้าไปครองตะวันตก และหลังจากนี้เราคงจะได้ยินข่าวเรื่องบริษัทเก่าแก่ระดับหลายสิบปี หรือเป็นร้อยปีจะต้องเกิดภาวการณ์เปลี่ยนแปลงให้เห็นกันอีกมาก และยังไม่มีใครบอกได้ว่า เมื่อไหร่เลือดจะหยุดไหลจากยุโรปเสียที

แต่ที่แน่ๆ ต่อจากนี้ หากใครจะซื้อเสื้อผ้ายี่ห้อ Aquascutum ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานมากว่าศตวรรษ ด้วยความที่นิยมชมชอบสินค้าแบรนด์ดังจากเกาะอังกฤษก็คงจะต้องรับทราบกันแล้วว่า ตอนนี้ Aquascutum ไม่ได้เป็นทรัพย์สินของผู้ประกอบการเมืองผู้ดีอีกต่อไปแล้ว แต่ได้เปลี่ยนเจ้าของเป็นนักลงทุนจากตะวันออก ซึ่งก็ไม่แน่ว่าอาจจะพัฒนาสินค้าให้ได้ตรงกับความชอบของคนเอเชียอย่างเราๆ ได้มากขึ้นก็เป็นได้ ใครจะไปรู้

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท